อ่านเพิ่มเติม
เวลาอ่าน: 1 นาที

Margin Call คืออะไร

Margin Call เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงของการเทรดด้วย Leverage บทความนี้อธิบายความหมายของ Margin Call สาเหตุที่ทำให้เกิด Margin Call และความเชื่อมโยงกับ Margin และ Leverage ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการซื้อขายในตลาดการเงิน การใช้ Leverage ช่วยให้เทรดเดอร์เพิ่ม Exposure ต่อตลาดโดยใช้เงินทุนจำนวนน้อย แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดทุนและการถูกบังคับปิดสถานะ การเข้าใจกลไกของ Margin Call จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนบริหารความเสี่ยงและลดโอกาสการขาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Margin Call เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการควบคุมความเสี่ยงของการเทรดด้วย Leverage บทความนี้อธิบายความหมายของ Margin Call สาเหตุที่ทำให้เกิด Margin Call และความเชื่อมโยงกับ Margin และ Leverage ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการซื้อขายในตลาดการเงิน การใช้ Leverage ช่วยให้เทรดเดอร์เพิ่ม Exposure ต่อตลาดโดยใช้เงินทุนจำนวนน้อย แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดทุนและการถูกบังคับปิดสถานะ การเข้าใจกลไกของ Margin Call จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวางแผนบริหารความเสี่ยงและลดโอกาสการขาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Margin Call เกิดขึ้นได้อย่างไร?

Margin Call จะเกิดขึ้นเมื่อบัญชีซื้อขายของนักลงทุนไม่มี Free Margin เพียงพอสำหรับรองรับความผันผวนของตลาด และโบรกเกอร์ร้องขอให้มีการเติมเงินเพิ่มเข้าไปในบัญชี สถานการณ์นี้มักเกิดจากการขาดทุนของสถานะที่เปิดอยู่ ส่งผลให้ระดับ Margin ลดลงต่ำกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำที่โบรกเกอร์กำหนดไว้

โดยทั่วไป Margin Call มีแนวโน้มเกิดขึ้นกับนักลงทุนที่ใช้เงินทุนส่วนใหญ่ไปกับ Margin ที่ใช้แล้ว (Used Margin) ทำให้เหลือ Margin ว่างในระดับต่ำ เมื่อราคาตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับสถานะที่เปิดอยู่ Margin ว่างที่เหลืออยู่จึงไม่เพียงพอที่จะรองรับการขาดทุนเพิ่มเติม

ปัจจัยที่ทำให้เกิด Margin Call

ปัจจัยสำคัญที่มักนำไปสู่การเกิด Margin Call ได้แก่

  • การถือครองสถานะที่ขาดทุนเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเมื่อใช้ Leverage ในระดับสูง
  • เงินทุนเริ่มต้นไม่เพียงพอ ส่งผลให้ต้องเปิดสถานะขนาดใหญ่และใช้ Margin เกือบทั้งหมด
  • การไม่ตั้งคำสั่ง Stop Loss หรือขาดการติดตามสถานะอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคามีความผันผวนสูงและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

ผลกระทบเมื่อเกิด Margin Call ในบัญชีซื้อขาย

เมื่อเกิด Margin Call เทรดเดอร์อาจถูกบังคับปิดสถานะ (Liquidation) บางส่วนหรือทั้งหมด เนื่องจากเงินทุนในบัญชีไม่เพียงพอในการรักษาสถานะที่ขาดทุนอยู่ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อทั้งตัวเทรดเดอร์และโบรกเกอร์

สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักคือ การซื้อขายด้วย Leverage มีความเป็นไปได้ที่การขาดทุนจะมากกว่าเงินฝากเริ่มต้น หากตลาดเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงในทิศทางตรงกันข้ามกับสถานะที่เปิดไว้

การจำกัดการขาดทุนจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารความเสี่ยง เทรดเดอร์จำนวนมากเลือกใช้คำสั่ง Stop Loss เป็นเครื่องมือป้องกัน ในขณะที่บางรายเลือกบริหารความเสี่ยงด้วยตนเองโดยการติดตามสถานะที่เปิดอยู่อย่างสม่ำเสมอ

ระดับ Margin หมายถึงจำนวนเงินฝากที่จำเป็นในการรักษาสถานะที่เปิดอยู่ทั้งหมดในบัญชี เทรดเดอร์จำเป็นต้องมีเงินทุนเพียงพอเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด Margin ตลอดระยะเวลาที่ถือครองสถานะ

Free Margin คือเงินทุนที่ยังสามารถใช้เปิดสถานะใหม่ หรือรองรับการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่เอื้ออำนวยต่อสถานะที่เปิดอยู่

Margin Stop เป็นกลไกความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะสำหรับบัญชีที่ไม่ได้ใช้ Stop Loss หากระดับ Margin ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด (เช่น 30%) ระบบจะปิดสถานะที่ขาดทุนมากที่สุดโดยอัตโนมัติ เพื่อจำกัดการขาดทุนเพิ่มเติม

ตัวอย่าง Margin Call

ข้อมูลบัญชี

  • เงินฝากเริ่มต้น: $10,000
  • จำนวน lot มาตรฐานที่เปิด: 4 lot
  • ข้อกำหนด Margin: 2%

การคำนวณ Margin ที่ใช้แล้ว (คู่เงิน EUR/USD ที่ราคา 1.125)
ขนาดสัญญา × ราคา × เปอร์เซ็นต์ Margin × จำนวน lot
$100,000 × 1.125 × 2% × 4 = $9,000

ดังนั้น

  • Margin ที่ใช้แล้ว: $9,000
  • Margin ว่าง: $1,000

หากเทรดเดอร์เปิดสถานะเพียงรายการเดียวที่ใช้ Margin เกือบทั้งหมด Margin ว่างจะเหลืออยู่ในระดับต่ำ นักลงทุนที่ยังไม่มีประสบการณ์อาจเข้าใจผิดว่าบัญชียังมีความปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง การใช้ Leverage ทำให้บัญชีมีความเสี่ยงสูงต่อการเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางตรงกันข้าม

ในกรณีตัวอย่างนี้ หากราคาคู่เงินเคลื่อนไหวสวนทางมากกว่า 25 จุด (ไม่รวม Spread) จะทำให้ขาดทุน $1,000 ($40 ต่อจุด × 25 จุด) และอาจนำไปสู่ Margin Call หรือการปิดสถานะโดยอัตโนมัติ

วิธีป้องกันและบริหารความเสี่ยงจาก Margin Call

  • Margin Call มักสร้างความตึงเครียดและอาจส่งผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรง แนวทางต่อไปนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญสถานการณ์ดังกล่าวได้:
  • คำนึงถึงช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง และเผื่อเงินทุนสำรองไว้เสมอ
  • ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีเป็นประจำ และตั้งค่าการแจ้งเตือนเมื่อ Margin ว่างลดลงอย่างรวดเร็ว
  • ใช้เครื่องมือคำนวณ Margin เพื่อประเมินผลกระทบของการเปิดสถานะและความผันผวนของราคา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ Leverage ในระดับที่สูงเกินไป และใช้ระบบบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นและใช้สำหรับการศึกษาเท่านั้น ความคิดเห็น การวิเคราะห์ ราคา หรือเนื้อหาอื่น ๆ ในเอกสารนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำในการลงทุน หรือเพื่อให้ความเข้าใจด้านกฎหมายของประเทศ Belize

ผลประกอบการในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันถึงผลประกอบการในอนาคต การกระทำหรือการตัดสินใจใด ๆ ตามข้อมูลในเอกสารนี้ เป็นความเสี่ยงของผู้ดำเนินการเอง XTB ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสีย ความเสียหาย หรือผลกำไรหรือขาดทุนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากการใช้ข้อมูลในเอกสารนี้

ทุกการตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบของท่านเอง

3 นาที

สินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) คืออะไร?

3 นาที

ดัชนีดอลลาร์คืออะไร และทำงานอย่างไร?

3 นาที

ประวัติย่อและบทบาทของตลาดฟิวเจอร์ส

เข้าสู่ตลาดพร้อมลูกค้าของ XTB Group กว่า 2 000 000 ราย

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก