เทรดตามเทรนด์

พื้นฐาน - บทเรียน 10

ตลาดการเงินสามารถเคลื่อนไหวไปตามเทรนด์ที่แตกต่างกัน คือ ขึ้นหรือลง หนึ่งในกฏขั้นพื้นฐานและถูกมองข้ามมากที่สุดของการเทรด คือการเทรดไปตามทิศทางของเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น เรามาเรียนรู้วิธีการอ่านเทรนด์และดูว่าจะทำอย่างไรเมื่อตลาดเคลื่อนไหวไปในแนวราบหรือไซด์เวย์

ใช้เวลาโดยประมาณ: 10 นาที

เริ่มเทรดทันทีวันนี้ หรือ ลองใช้บัญชีทดลองแบบไร้ความเสี่ยง

เปิดบัญชีจริง ลองเดโม่ Download mobile app Download mobile app

ในบทนี้คุณจะได้เรียนรู้ว่า:

  • ทำไมเทรนด์ถึงเป็นมิตรของเทรดเดอร์ทุกคน
  • วิธีการระบุว่า ตลาดอยู่ในแนวโน้มขาลง ขาขึ้น หรือไซด์เวย์
  • วิธีการลากเส้นเทรนด์บนแผนภูมิกราฟ

หนึ่งในประโยคที่เป็นที่นิยมที่สุดในตลาดซื้อขายและคุณอาจเคยได้ยินมาก่อน คือ 'เทรนด์เป็นมิตรของคุณ' (the trend is your friend)’

ความหมายของมัน คือ ให้คุณเทรดไปตามทิศทางที่มีแรงต้านน้อยที่สุด ด้วยการซื้อขายไปในทิศทางของแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นเสมอ ลองจินตนาการถึงคลื่นที่เคลื่อนเข้าหาฝั่ง สิ่งที่ง่ายที่สุดที่เทรดเดอร์สามารถทำได้ก็คือ หยิบกระดานขึ้นไปขี่บนยอดคลื่น ไม่ใช่ว่ายน้ำทวนมัน

แน่นอนว่า เทรนด์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่คุณสามารถใช้ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคเพื่อระบุจังหวะเวลาที่เทรนด์มีแนวโน้มจะเปลี่ยนทิศทาง

ขึ้น ลง ไซด์เวย์
ตลาดการเงินทั้งหมดเคลื่อนไหวในสองแนวโน้มที่ต่างกัน ไม่ขึ้นก็ลง เมื่อตลาดไม่ได้อยู่ในเทรนด์ขึ้นหรือลง มันจะเคลื่อนไหวออกไปในแนวราบ ซึ่งมีการงัดกันอย่างต่อเนื่องระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย การระบุแนวโน้มของตลาด ณ ช่วงเวลาปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง จะนำมาซึ่งโอกาสอันชัดเจน พร้อมกับแนวทางที่แจ่มแจ้ง

เริ่มเทรดทันทีวันนี้ หรือ ลองใช้บัญชีทดลองแบบไร้ความเสี่ยง

เปิดบัญชีจริง ลองเดโม่ Download mobile app Download mobile app

ตลาดขาขึ้น
หากตลาดกำลังอยู่ในขาขึ้น คุณอาจพิจารณาส่งคำสั่งซื้อและเทรดต่อไปตามเทรนด์นั้น ซึ่งเป็นทิศทางที่มีแรงต้านน้อยที่สุด กุญแจสำคัญคือการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อเปิดสถานะซื้อ จังหวะสั่งซื้อที่ดีสุด คือ การเข้าซื้อให้ได้ในราคาต่ำที่สุด เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรอย่างเต็มที่ เทรดเดอร์บางคนอาจรอให้เกิดการชะลอตัว (ช่วงที่ราคาตลาดต่ำลงมาเล็กน้อย) แต่วิธีการเช่นนั้นมีความเสี่ยงที่จะต้องรอนานเกินไปก่อนที่จะเข้าเทรด กระทั่งคุณอาจจะพลาดโอกาสในการทำกำไรขาขึ้น

ตลาดที่พุ่งขึ้นหรือที่เรียกว่า ตลาดขาขึ้นหรือตลาดกระทิง จะมีระดับราคาสูงสุดและต่ำสุดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แต่ละแนวต้านที่เกิดขึ้น จะสูงกว่าแนวต้านก่อนหน้า

ตลาดขาลง
ในทางตรงข้าม หากตลาดกำลังร่วงลง คุณอาจพิจารณาเปิดสถานะขายในตลาดนั้น การเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรช่วงขาลง คุณจะต้องเข้าสู่เทรดให้ได้ราคาสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีโอกาสทำกำไรได้เต็มที่จากราคาที่กำลังร่วงลง

ตลาดที่ร่วดลงหรือที่เรียกว่า ตลาดขาลงหรือตลาดหมี เป็นตลาดที่มีจุดสูงสุดและต่ำสุดที่ลดลงเรื่อยๆ

(รูปภาพ)
Uptrend - ขาขึ้น
Sideways trend - เคลื่อนไหวในแนวราบ
Downtrend - ขาลง
Higher highs - แนวรับและแนวต้านสูงขึ้น
Trading range -  ช่วงราคาซื้อขาย
Lower lows - แนวรับและแนวต้านต่ำลง

วิธีการตรวจสอบแนวโน้ม

การวิเคราะห์ทางเทคนิคแบบดั้งเดิมระบุว่า ในช่วงตลาดขาขึ้น แนวต้านจะสูงขึ้น เนื่องจากมีผู้ซื้อเป็นส่วนใหญ่และผลักดันราคาให้สูงขึ้น แนวรับก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้ซื้อต่างตัดสินใจซื้อเร็วขึ้นเมื่อราคาร่วงลงมาเพียงเล็กน้อย ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเทรนด์ขาลงด้วยเช่นกัน แนวรับจะต่ำลงเพราะผู้ขายจะขายในราคาที่ต่ำกว่าเดิม และแนวต้านจะต่ำลงเพราะผู้ขายจะตัดสินใจขายเร็วกว่าปกติ โดยไม่มีผู้ซื้อ นั่นคือเหตุผลที่วิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบแนวโน้ม คือ การเชื่อมโยงจุดสูงสุดสองจุดหรือจุดต่ำสุดสองจุดที่คุณลากเส้นกำกับไว้บนแผนภูมิกราฟ

เทรนด์เป็นมิตรของคุณ - จนกว่าจะสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม ตลาดจะไม่ทำการซื้อขายในแนวโน้มที่ชัดเจนตลอด 24 ชั่วโมงใน 7 วันต่อสัปดาห์ มันย่อมมีช่วงเวลาที่ตลาดรักษาเสถียรภาพไว้ได้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นช่วงของตลาดแนวราบ (sideways trends) 

ตลาดจะขยับไปด้านข้างหรือแนวราบเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งผู้ซื้อหรือผู้ขายอยู่ในภาวะลังเล ผู้ซื้อและผู้ขายจะทำการทดสอบซึ่งกันและกัน แต่ยังไม่มีการลงมติเป็นเอกฉันท์ ในสถานการณ์เช่นนี้ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มีสองกลยุทธ์ที่อาจเลือกใช้ คือ ซื้อขายในช่วงราคาแคบๆ หรือไม่ก็รอการฝ่าแนวรับและแนวต้าน

ดังที่คุณเห็นในตัวอย่างด้านล่าง ตลาด EURUSD ซื้อขายไปในแนวราบ ก่อนที่จะมีการเทรนด์ขาลงจะเกิดขึ้นและผู้ขายมีอิทธิพลมากกว่าผู้ซื้อ จึงกดให้ราคาลดต่ำลง


เมื่อจะระบุแนวโน้ม
หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อจะทำการระบุแนวโน้มตลาด คือ การกำหนดกรอบเวลาของคุณ โดยปกติแล้ว เมื่อคุณจะวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว คุณต้องใช้กรอบเวลาระยะยาวมากกว่ากรอบระยะสั้น อย่างไรก็ตาม สำหรับเทรนด์ในแต่ละช่วงเวลาของวัน กรอบเวลาที่สั้นกว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า เทรดเดอร์รายใหญ่อาจจะให้ความสำคัญกับสถานการณ์ของค่าเงินหรือบริษัทในกรอบระยะเวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี แต่สำหรับเทรดเดอร์รายย่อย กรอบเวลารายสัปดาห์ก็ถือว่าเป็นกรอบระยะยาวแล้ว

ขี่คลื่นไปตามเทรนด์
โดยนิยามแล้ว การวิเคราะห์แนวโน้มจะขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต นั่นหมายความว่า เทรดเดอร์กำลังมองอดีตเพื่อคาดการณ์อนาคต



การรู้ทิศทางของเทรนด์จะช่วยในการเปิดสถานะซื้อขาย แต่จำไว้ว่า ตลาดมักจะเคลื่อนไหวแบบลูกคลื่น ลูกคลื่นเหล่านี้เรียกว่า คลื่นเหล่านี้จะเรียกว่า คลื่นไหล (impulse wave) เมื่อมันเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์ และเรียกว่า คลื่นม้วนกลับ (corrective wave) เมื่อมันเป็นไปในทิศทางตรงข้ามหรือย้อนเทรนด์

คุณสามารถลองคาดการณ์โอกาสในการเทรดว่า มันจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์หรือย้อนเทรนด์ได้ ด้วยการนับจำนวนคลื่นหรือจุดกลับตัวในแต่ละคลื่น

เริ่มเทรดทันทีวันนี้ หรือ ลองใช้บัญชีทดลองแบบไร้ความเสี่ยง

เปิดบัญชีจริง ลองเดโม่ Download mobile app Download mobile app

พื้นฐาน บทเรียน:

ทดสอบความรู้ของคุณกับบัญชีเดโม่ xStation

ลองเดโม่

บทเรียนต่อไป: ระดับกลาง

เรียนรู้เครื่องมือและเทคนิคที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ที่จะช่วยในการซื้อขายของคุณ

เริ่มคอร์ส

การเทรด CFDs บนพื้นฐานของเลเวอเรจนั้นมีความเสี่ยงสูง อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน ดังนั้น กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ทำความเข้าใจในความเสี่ยงทั้งหมดนั้นแล้ว o

ฟอเร็กและ CFDs เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ และอาจส่งผลให้เกิดการสูญเสียเงินทุนทั้งหมดของคุณ โปรดให้แน่ใจว่าคุณได้เข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดนี้แล้ว

ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก

×