- หุ้นชิปร่วง 5 วันติดยาวที่สุดตั้งแต่กรกฎาคม ลากดัชนี S&P ลงทั้งที่กลุ่มอื่นส่วนใหญ่บวก วิเคราะห์ว่าเป็นการหมุนเงินหรือจุดเริ่ม risk-off พร้อมอ่านแนวรับ Nvidia 215 และ TSMC 440
- หุ้นชิปร่วง 5 วันติดยาวที่สุดตั้งแต่กรกฎาคม ลากดัชนี S&P ลงทั้งที่กลุ่มอื่นส่วนใหญ่บวก วิเคราะห์ว่าเป็นการหมุนเงินหรือจุดเริ่ม risk-off พร้อมอ่านแนวรับ Nvidia 215 และ TSMC 440
ข่าวนี้คนมองผ่านว่าตลาดแค่ย่อ แต่จริงๆ มันซ่อนสัญญาณที่คนเทรดต้องอ่านให้ออก หุ้นชิปร่วงเป็นวันที่ห้าติดต่อกัน ยาวที่สุดตั้งแต่กรกฎาคม และที่น่าสนใจคือมันลากดัชนี S&P ลงทั้งที่กลุ่มอื่นส่วนใหญ่บวก แปลว่าแรงขายไม่ได้มาจากทั้งตลาด แต่กระจุกอยู่ที่หัวขบวนกลุ่มเดียวคือชิปและ AI
ย้อนภาพให้ชัด ปีนี้กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เคยไหลลงแรงจนดัชนี SOX หลุดเข้าเขต bear และมูลค่าตลาดของกลุ่มชิปหายไปในระดับล้านล้านดอลลาร์จากความกังวลเรื่อง valuation ที่ขึ้นมาเร็วเกินพื้นฐาน รอบนี้แรงขายกลับมาอีกต่อเนื่องห้าวัน บวกกับที่ก่อนหน้ามีทั้งตัวเลขรายได้ OpenAI ที่ออกมาต่ำกว่าที่เคยส่งสัญญาณ คำเตือนของ Dario ให้ชะลอการพัฒนา และ Bailey ที่เตือนตรงๆ ว่าสถานะที่ใหญ่และกระจุกตัวในธีม AI คือความเสี่ยงแฝง ทั้งหมดนี้กำลังทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามกับสมมติฐานกำไรในอนาคตของกลุ่ม AI ที่ถูกใส่ไว้ในราคาหุ้นไปแล้ว
ตอนนี้มันยังเป็นการหมุนเงิน ไม่ใช่การหนีออกจากตลาด
เงินที่ไหลออกจากหุ้นชิปกำลังย้ายไปกลุ่มอื่นที่ยังบวก ไม่ได้แห่ออกจากหุ้นทั้งกระดาน เป็นภาพของการ unwind หุ้นนำที่คนถือกันแน่นเกินไป ชั้นแรกจึงเป็นแค่การปรับพอร์ตออกจากของที่แพงที่สุด แต่ชั้นที่ลึกกว่าคือ ถ้าแรงขายในกลุ่มนำเริ่มลามจนกลุ่มอื่นเอาไม่อยู่ เมื่อนั้นการหมุนเงินจะกลายเป็น risk-off เต็มรูปแบบ และนั่นคือจุดที่กระทบทุกสินทรัพย์พร้อมกัน
โครงสร้างราคาหุ้นนำ Nvidia และ TSMC

กราฟ NVIDIA timeframe 4 ชั่วโมง (ที่มา: xStation5)
https://drive.google.com/file/d/1ULEgvlR5NToHJuSVbyatYDtXSpVQpED1/view?usp=drive_link
Nvidia บน timeframe 4 ชั่วโมง ทำจุดสูงสุดแถว 242.50 ช่วงต้นเดือน ต.ค. แล้วย่อลงต่อเนื่องมาอยู่แถว 226 ซึ่งคือแรงขายห้าวันที่เห็นในข่าว โครงสร้างระยะสั้นเปลี่ยนเป็นย่อลง แต่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 207.50 ถึง 215 ซึ่งเป็นฐานที่ราคาเคยเด้งแรงมาแล้วทั้งปลายเดือน ส.ค. และกลางเดือน ก.ย. ตราบใดที่ยังไม่ลงไปทดสอบโซนนี้ ก็ยังเป็นแค่การย่อในกรอบ แต่ถ้าหลุด 215 และเอาไม่อยู่ที่ 207.50 นั่นคือสัญญาณว่าแรงขายกลุ่มนำเปลี่ยนจากการพักเป็นการกลับทิศ

กราฟ TSMC timeframe 4 ชั่วโมง (ที่มา: xStation5)
https://drive.google.com/file/d/1KcZsGGb8gSrrRZlYdkAGBGQu-M8DTizu/view?usp=drive_link
ภาพของ TSMC ยืนยันเรื่องเดียวกัน ราคาทำจุดสูงสุดแถว 490 ช่วงต้นเดือน ต.ค. แล้วไหลลงแรงมาอยู่แถว 444 ตอนนี้ กำลังทดสอบโซน 440 ถึง 450 ที่เคยเป็นแนวต้านเดิมช่วงปลายเดือน ก.ย. ถ้ายืนเหนือ 440 ได้ก็ยังเป็นการย่อหาแนวรับปกติ แต่ถ้าหลุด 440 ลงไป แนวถัดไปคือโซน 420 ถึง 430 และฐานใหญ่แถว 410 การที่หุ้นนำทั้งสองตัวรูดลงจากจุดสูงสุดพร้อมกัน คือหลักฐานว่าแรงขายรอบนี้มาจากหัวขบวนจริง ไม่ใช่แค่ตัวใดตัวหนึ่ง
ฉากที่ 1 การหมุนเงินยังเป็นระเบียบ
ถ้าแรงขายยังจำกัดอยู่แค่กลุ่มชิปและกลุ่มอื่นยังรับไหว ดัชนีโดยรวมจะทรงตัวได้ด้วย breadth ที่ยังบวก Nvidia ยืนเหนือ 215 และ TSMC ยืนเหนือ 440 ได้ ฉากนี้คือการพักฐานของหุ้นนำเพื่อสะสมแรงใหม่ ตลาดยังไม่เข้าสู่โหมดเสี่ยง และเงินยังหมุนหากลุ่มอื่นที่ยังขึ้นได้
ฉากที่ 2 รอยร้าวลามเป็น risk-off วงกว้าง
ถ้าหุ้นนำลากกลุ่มอื่นลงตาม Nvidia หลุด 207.50-215 และ TSMC หลุด 440 จนกลายเป็นการเทขายทั้งกระดาน ตลาดจะเปลี่ยนจากหมุนเงินเป็นหนีความเสี่ยงเต็มตัว ช่วงนั้นต้องระวังจังหวะแรก เวลาตลาดต้องการเงินสดมันขายทุกอย่างโดยไม่เลือก อย่าตกใจกับแท่งแรก ให้ดูว่าหลังจากนั้นแรงขายยังต่อเนื่องหรือเริ่มมีแรงรับกลับเข้ามา
จุดชี้ขาดที่ต้องจับตา
หลักๆ ดูสองเรื่อง เรื่องแรกคือ breadth ของตลาด ว่ากลุ่มอื่นที่ยังบวกอยู่จะรับแรงขายจากกลุ่มชิปได้นานแค่ไหน ถ้าเริ่มเห็นกลุ่มอื่นแดงตามเมื่อไหร่ นั่นคือสัญญาณว่าการหมุนเงินกำลังกลายเป็น risk-off เรื่องที่สองคือแนวรับของหุ้นนำ Nvidia ที่ 215 และ TSMC ที่ 440 ถ้าทั้งคู่ยังยืนได้ ธีม AI ยังไม่พัง แต่ถ้าหลุดพร้อมกัน นั่นคือตัวที่จะลากอารมณ์ทั้งกลุ่มและเปิดทางสู่ risk-off วงกว้าง
ผมมองว่าตอนนี้ยังเป็นการหมุนเงินออกจากของที่แพงที่สุด ไม่ใช่การพังของทั้งตลาด ตราบใดที่ breadth ยังบวกและหุ้นนำยังยืนแนวรับได้ ภาพรวมก็ยังไม่เปลี่ยนเป็นขาลง สิ่งที่ผมทำคือจับตารอยร้าวของกลุ่มนำว่าจะลามหรือไม่ และเตรียมแผนไว้ทั้งสองฉาก รอให้ตลาดยืน
พ่อใหญ่ประกาศหยุดยิงด้านพลังงานรัสเซีย-ยูเครน น้ำมันจะลงจริงไหมในวันที่ตะวันออกกลางยังเดือด
🚨 ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปพุ่งสูงสุดในรอบ 3 ปี
The Week Ahead: สัปดาห์สำคัญ เมื่อตลาดจับตาผลประกอบการและตัวเลข CPI
🔴Live: หยุดยิงด้านพลังงาน กระทบราคาน้ำมันแค่ไหน?