- ธนาคารกลางอังกฤษปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 4% ตามคาดการณ์ของตลาด
- อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดที่ 5% ในปีหน้าและใช้เวลา 2 ปีจึงจะกลับสู่เป้าหมาย
- ภาคธุรกิจ AI ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรถึง 20% ในปีนี้
- ค่าเงิน GBP/USD มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1.35 USD หลังจากตลาดรับรู้ผลการประชุม
- ธนาคารกลางอังกฤษปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 4% ตามคาดการณ์ของตลาด
- อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดที่ 5% ในปีหน้าและใช้เวลา 2 ปีจึงจะกลับสู่เป้าหมาย
- ภาคธุรกิจ AI ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรถึง 20% ในปีนี้
- ค่าเงิน GBP/USD มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1.35 USD หลังจากตลาดรับรู้ผลการประชุม
ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สู่ระดับ 4% โดยสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC) ทุกคนลงมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมีสมาชิก 1 คนที่สนับสนุนการปรับขึ้นถึง 50 bps
เช่นเดียวกับทุกครั้ง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ทิศทางนโยบายในระยะต่อไป และอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นต่อหรือไม่ นอกจากนี้ BOE ยังเผยแพร่ประมาณการล่าสุดเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเงินเฟ้อที่ BOE ประเมินไว้ออกมาค่อนข้างน่ากังวล โดยคาดการณ์หลักระบุว่า CPI จะขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 5% ในปีหน้า และอาจต้องใช้เวลาอีก 2 ปีกว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2%
ประมาณการเงินเฟ้อสนับสนุนแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงิน
เป้าหมายหลักของ BOE คือการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ดังนั้นประมาณการเงินเฟ้อดังกล่าวจึงเพิ่มโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นอีกในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม BOE ยังคงเปิดทางเลือกในการดำเนินนโยบายไว้ โดย MPC ไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะมีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติมในวันนี้ ขณะที่ Andrew Bailey ผู้ว่าการ BOE ระบุว่า ธนาคารกลางจะพิจารณาการตัดสินใจเป็นรายครั้งในการประชุมแต่ละครั้ง
โดยพื้นฐานแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน และยิ่งความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อนานเท่าไร สถานการณ์ที่ BOE ต้องรับมือก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้นเท่านั้น หากความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไปและราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง สถานการณ์เงินเฟ้อกรณีเลวร้ายที่สุดที่ BOE ประเมินไว้อาจเกิดขึ้นจริง โดย CPI อาจปรับขึ้นไปสูงกว่า 6% ในปีหน้า
พรรคเดโมแครตจะสามารถหยุดวงจรการขึ้นดอกเบี้ยของสหราชอาณาจักรได้หรือไม่?
BOE ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับผลกระทบจากชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (Midterm Elections) ที่อาจมีต่อแนวโน้มสงครามในตะวันออกกลาง และท้ายที่สุดจะส่งผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหราชอาณาจักรอย่างไร
Bailey ยอมรับว่าราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง พร้อมกล่าวถึงการปรับตัวลดลงเกือบ 15% ของราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม BOE ยังคงให้ความสำคัญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สะสมอยู่ในระบบเศรษฐกิจแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าผลกระทบจะสะท้อนออกมาในตัวเลขเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ประมาณการเงินเฟ้อที่ BOE เผยแพร่ในวันนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าราคาน้ำมันจะอยู่ที่ $108 ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ในปัจจุบันปรับตัวลงมาต่ำกว่า $100 แล้ว หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในช่วง $90 ตลอดหลายสัปดาห์ข้างหน้า การประชุมในเดือนธันวาคมอาจมีท่าทีผ่อนคลายทางการเงิน (Dovish) มากกว่าการประชุมครั้งนี้
ความเห็นภายใน BOE เริ่มแตกออกเป็นสองฝ่าย
แม้ว่าสมาชิก BOE ทุกคนจะลงมติเห็นชอบให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันนี้ แต่เริ่มเห็นความแตกต่างทางความคิดภายในคณะกรรมการอย่างชัดเจนมากขึ้น
ฝ่าย Hawkish มองว่าการปรับขึ้นครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ ขณะที่สมาชิกฝ่าย Dovish ที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในวันนี้ มองว่าอาจมีการปรับขึ้นอีกเพียงครั้งเดียวเป็นอย่างมาก
สมาชิก 1 คนแสดงจุดยืนชัดเจนว่าการปรับขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ ขณะที่สมาชิกอีก 4 คนส่งสัญญาณว่ายังจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
Bailey ยังไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในตอนนี้
ผู้ว่าการ BOE ดูเหมือนจะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนทิศทางใด โดยเขาระบุว่า หากไม่มีข้อมูลใหม่ที่ช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เขาก็อาจลงมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เขายังเตือนด้วยว่า ไม่ควรมองการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นต่อเนื่อง
สิ่งนี้สะท้อนว่า BOE อาจเลือกดำเนินนโยบายได้ทั้งสองทิศทางในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ส่งผลให้แนวโน้มนโยบายการเงินในอนาคตยังมีความไม่แน่นอน
ในขณะนี้ ตลาดฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยคาดการณ์ว่า BOE อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 2-3 ครั้งภายใน 12 เดือนข้างหน้า
AI เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจจาก BOE คือการให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรมากขึ้น
BOE ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 เป็น 0.7% ขณะที่รายงานนโยบายการเงินยังให้ความสำคัญกับบทบาทของ AI ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรด้วย
BOE มองว่าภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งครอบคลุมทั้งการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การให้คำปรึกษา ซอฟต์แวร์ AI และ AI Agents จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรถึง 20% ในปีนี้
ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงมาก และ AI อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมาตรฐานของประเทศในยุโรป
จับตา AI เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นและการลงทุนใน AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และเพิ่มโอกาสที่ BOE จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ก็อาจช่วยให้เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรมีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ดีขึ้นเช่นกัน
ในทางกลับกัน หากการลงทุนใน AI ลดลงอย่างรวดเร็ว หรือการเติบโตของภาคธุรกิจ AI ชะลอตัวลง ก็อาจกลายเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ BOE พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้
ดังนั้น ในช่วงหลายเดือนและหลายปีข้างหน้า การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของ BOE จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับทิศทางราคาพลังงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงแนวโน้มของ AI และบทบาทของเทคโนโลยีดังกล่าวต่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรด้วย
มุมมองต่อตลาด
ในมุมมองของเรา ผลการประชุมครั้งนี้ไม่มีประเด็นใดที่น่าจะกดดันค่าเงินปอนด์ในระยะยาว หรือทำให้ดัชนี FTSE 100 อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ
BOE ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินปอนด์ และ GBP/USD อาจมีโอกาสทดสอบระดับ $1.35 หลังจากตลาดซึมซับผลการประชุมในวันนี้แล้ว
การปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น รวมถึงความแข็งแกร่งของภาคธุรกิจ AI ในสหราชอาณาจักร ถือเป็นข่าวดีสำหรับราคาสินทรัพย์ในตลาดอังกฤษ เนื่องจากอาจดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติให้เพิ่มขึ้น และช่วยสนับสนุนค่าเงินปอนด์ได้เช่นกัน
พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (Gilts) มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yields) อาจปรับตัวลดลงต่อ แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลงด้วย
หากราคาน้ำมันยังคงลดลง คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็วก่อนถึงการประชุม BOE ในเดือนธันวาคม แม้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีจะปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะกลับลงไปที่ระดับ 4.5% หากราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวหรือลดลง และประธานาธิบดี Donald Trump หลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งในอิหร่าน
กราฟ 1: GBP/USD มีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ $1.35 หรือไม่?
ที่มา: XTB
Non-Farm คืนนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขจ้างงาน มันคือตัวตัดสินว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใส่ตลาดที่เพิ่งล้มหรือไม่
🔴Live : กังวลเงินลงทุน AI Nasdaq ถล่ม
US500 ร่วงเกือบ 5%: หุ้น AI ถูกเทขายหลังเลือกตั้ง แนวรับ 7,300 จะยืนได้หรือไม่? 📉
FTSE 100 จ่อทำสถิติสูงสุดใหม่ ตลาดตอบรับเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐฯ