15:57 · 31 สิงหาคม 2026

Chart of the Day: ตะวันออกกลางเดือด ดันราคาน้ำมันพุ่ง

น้ำมันดิบกลับมาเป็น “ตัวประกันของภูมิรัฐศาสตร์” อีกครั้ง การโจมตีในบริเวณอ่าวเปอร์เซียและข้อจำกัดด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เพิ่มขึ้น ได้บดบังปัจจัยพื้นฐานด้านอุปสงค์ไปเป็นที่เรียบร้อย แม้ภาวะ Backwardation ในช่วงสั้นของเส้นราคา Futures น้ำมันจะไม่รุนแรงเท่ากับเมื่อ 5 เดือนก่อน แต่ราคาซื้อขายในช่วงสั้นดังกล่าวกลับอยู่ในระดับที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะนี้ตลาดได้สะท้อน Geopolitical Premium ของราคาน้ำมันไว้อย่างน้อยระดับ หลักสิบดอลลาร์ต่อบาร์เรล และดูเหมือนว่า Premium ดังกล่าวจะยังไม่จางหายไปในเร็ว ๆ นี้

น้ำมันและก๊าซขึ้นนำตลาด ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

Source: XTB

หากไม่นับการเคลื่อนไหวของราคาคาเคาที่รุนแรงในวันศุกร์ น้ำมันและก๊าซถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวแข็งแกร่งที่สุดในวันนี้

การแยกวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบอย่างชัดเจนชี้ว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวขึ้นในเดือนสิงหาคม แม้ผลกระทบจากอุปสงค์ยังคงเป็นลบเล็กน้อยตามแบบจำลอง Price Impact ของ Bloomberg Economics และปัจจัยด้านอุปทานอื่น ๆ เริ่มทรงตัว แต่ความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางได้ผลักดัน Risk Premium ขึ้นสู่ระดับหลักสิบดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบ

  • อุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกจำกัด: การโจมตีด้วยขีปนาวุธโดยตรงระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่านบริเวณเกาะ Larak รวมถึงการโจมตีฐานทัพในจอร์แดนเพื่อตอบโต้ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นเหนือ 91 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ WTI ขึ้นมาอยู่บริเวณ 86 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนเกิดสงคราม มีน้ำมันไหลผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ปริมาณดังกล่าวลดลงมาแตะระดับเพียง 6–8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และปัจจุบันอาจลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของระดับดังกล่าว
  • Backwardation รุนแรงบน Forward Curve: โครงสร้างราคาสัญญา Brent แสดงให้เห็นว่าราคาสัญญาในเดือนถัด ๆ ไปปรับลดลงอย่างรวดเร็ว โดยอยู่ในภาวะ Deep Backwardation สัญญาสำหรับเดือนข้างหน้ามีราคาสูงกว่าสัญญาส่งมอบในปี 2027–2028 อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งราคาปรับลงมาอยู่ที่ประมาณ 70–80 ดอลลาร์/บาร์เรล สะท้อนความกังวลของตลาดเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำมันในเชิงกายภาพ “ในเวลานี้” มากกว่าความกังวลว่าแหล่งน้ำมันในระยะยาวจะหมดลง
  • ข้อจำกัดด้านการกลั่นและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งขึ้น: ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ประกอบกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการกลั่นในรัสเซียและตะวันออกกลาง ส่งผลให้ Refining Margin ของผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ราคาดีเซลขายปลีกในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากถึง 60% ในปีนี้ ขณะที่ราคาดีเซลในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นกว่า 13% m/m ในเดือนกันยายน
  • แรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ: ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อสถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน ความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหรัฐฯ ที่พุ่งเกิน 4 ดอลลาร์/แกลลอน กับโอกาสที่พรรครีพับลิกันจะยังคงครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรที่ลดลงเหลือประมาณ 11% ในตลาดคาดการณ์ สะท้อนว่าต้นทุนทางการเมืองของความขัดแย้งสำหรับทำเนียบขาวกำลังเข้าสู่ระดับวิกฤต
  • มาตรการปกป้องและการทูต: เพื่อตอบสนองต่อวิกฤต รัฐบาลวอชิงตันประกาศเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการค้ากับอิหร่านเป็นรายสัปดาห์ ขณะเดียวกันยังมีความพยายามในการรักษาแหล่งอุปทานระยะยาว รวมถึงแผนเข้าควบคุมแหล่งสำรองน้ำมันในเวเนซุเอลาผ่านสัมปทานระยะเวลา 100 ปี เพื่อใช้ในการฟื้นฟู Strategic Petroleum Reserve (SPR) ของสหรัฐฯ

เส้น Forward Curve ยังคงอยู่ในภาวะ Backwardation อย่างชัดเจน แม้ส่วนต่างราคาระหว่างสัญญาในช่วงสั้น (Calendar Spread) จะไม่สูงเท่ากับเมื่อ 5 เดือนก่อน แต่ราคาตลอดทั้งเส้น Curve ปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจน

Source: Bloomberg Finance LP

🇺🇸 การเมืองสหรัฐฯ กับราคาน้ำมัน

โอกาสที่พรรครีพับลิกันจะครองเสียงข้างมากใน สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) ลดลงเหลือเพียง 11% ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างโอกาสที่พรรครีพับลิกันจะยังคงครองเสียงข้างมากใน วุฒิสภา (Senate) กับราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากกว่า

หากพรรครีพับลิกันยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา สถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
Source: Bloomberg Finance LP, XTB

 ราคาน้ำมัน WTI เหนือเส้น 100-SMA

ราคาน้ำมันดิบเปิดตลาดด้วย Gap ขาขึ้นอย่างชัดเจน และขณะนี้กำลังทดสอบบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 100-period รวมถึงระดับ 23.6% Fibonacci Retracement ของคลื่นขาขึ้นล่าสุดที่เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม

หากราคาสามารถปิดเหนือระดับ 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ จะเปิดทางให้ราคาปรับขึ้นต่อไปถึงระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ในทางกลับกัน หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายและมีการหยุดยิง ราคาน้ำมันอาจปรับตัวลงต่ำกว่า 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้








 

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
28 สิงหาคม 2026, 09:17

ข่าวเด่นวันนี้ 28 สิงหาคม 2026

28 สิงหาคม 2026, 08:57

NatGas พุ่งแรง! จับตาความเสี่ยงฤดูหนาว

27 สิงหาคม 2026, 14:25

🌾 Chart of the Day: ทำไมราคาข้าวสาลีจึงพุ่งขึ้นแรง?

27 สิงหาคม 2026, 14:22

Economic Calendar: จับตา Jackson Hole และรายงานการประชุม ECB

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก