นักลงทุนกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ความตึงเครียดในตลาดเพิ่มขึ้นก่อนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve ในวันนี้
Figure 1: Dashboard ของ Nasdaq 100 (15.09.2026)

Source: XTB Research, 16.09.2026
Hawkish กลับมาอีกครั้ง?
มีสัญญาณชัดเจนว่าแรงปรับฐานที่เกิดขึ้นใน Wall Street ไม่ได้เป็นเพียงการพักตัวทางเทคนิคเท่านั้น แต่อาจเป็นผลจากการ Repricing ของคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ขณะนี้ตลาดเงิน Price in โอกาสมากกว่า 90% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมวันนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังเชื่อมั่นว่าการขึ้นดอกเบี้ยอีก 25 bps จะเกิดขึ้นอีกครั้งก่อนเดือนธันวาคม ซึ่งจะถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023
Figure 2: การเปลี่ยนแปลงของความน่าจะเป็นที่ตลาด Price in ต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนกันยายน (2025–2026)

Source: XTB Research, 16.09.2026
เบื้องหลังการกลับมาใช้ท่าที Hawkish ครั้งนี้คือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง โดยมีแรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับเข้าใกล้ระดับ $107–108 ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ $104 ต่อบาร์เรล
Figure 3: ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI (2026)

Source: XTB Research, 16.09.2026
ความกังวลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในตลาดตราสารหนี้ โดย บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 5% และกำลังทดสอบระดับที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่ช่วง Global Financial Crisis
Figure 4: บอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (08.2026–09.2026)

Source: XTB Research, 16.09.2026
บททดสอบสำคัญของประธาน Fed คนใหม่
ประธาน Fed คนใหม่อย่าง Kevin Warsh กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญด้านความน่าเชื่อถือ
ทำเนียบขาวกำลังกดดันธนาคารกลางอย่างหนัก โดย Kevin Hassett ที่ปรึกษาเศรษฐกิจระดับสูงของประธานาธิบดี ระบุอย่างชัดเจนว่า แม้ Donald Trump จะ “เคารพความเป็นอิสระ” ของประธาน Fed “100%” แต่เขาก็ “คงไม่พอใจอย่างมาก” หาก Fed ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย
สำหรับตลาด สถานการณ์นี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อพิจารณาว่า Warsh เคยแสดงจุดยืนสอดคล้องกับ Trump อย่างเปิดเผยก่อนเข้ารับตำแหน่ง โดยวิจารณ์อดีตประธาน Fed อย่าง Jerome Powell ว่าปรับลดดอกเบี้ยช้าเกินไป
การเลือก คงดอกเบี้ย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัวในปัจจุบัน อาจถูกตีความว่าเป็นการยอมจำนนต่อแรงกดดันทางการเมือง และเป็นการสูญเสียความเป็นอิสระของธนาคารกลางอย่างชัดเจน ดังนั้น หากต้องเลือกระหว่างสองทางเลือกที่ต่างก็มีความเสี่ยง การขึ้นดอกเบี้ยอาจสร้างความเสี่ยงต่อชื่อเสียงของทั้งสถาบันและตัว Warsh เองน้อยกว่า
อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจไม่ได้รับแรงหนุนจากการขึ้นดอกเบี้ยเสมอไป เนื่องจากตลาด Price in การขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวไปเกือบเต็มที่แล้ว ทำให้ความสนใจจะมุ่งไปที่ถ้อยแถลงและมุมมองของ Warsh เป็นหลัก โดยประธาน Fed อาจเผชิญความท้าทายในการตอบสนองต่อความคาดหวังที่สูงของตลาด โดยเฉพาะเมื่อเขามีแนวโน้มที่จะจำกัดการสื่อสารให้น้อยที่สุด
Figure 5: สกุลเงินหลักเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ (09.2026)

Source: XTB Research, 16.09.2026
การถกเถียงเรื่อง AI และ Valuation ของกลุ่มเทคโนโลยี
Valuation ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีกำลังเผชิญแรงกดดันมากกว่าความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในภาค Artificial Intelligence (AI) ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของ Nasdaq 100 ที่กำลังเกิดการถกเถียงอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับประเด็นด้านความปลอดภัย
ประเด็นดังกล่าวเริ่มต้นจากการลาออกอย่างกะทันหันของ Jacob Coxon จาก Anthropic ซึ่งออกมาเตือนว่า AI “อาจทำลายมนุษยชาติทั้งหมดภายในสิ้นทศวรรษนี้” และนำไปสู่ปฏิกิริยาที่รุนแรงจากทั้งผู้นำทางการเมืองและผู้บริหารในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
- ประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าความกังวลด้านความปลอดภัยของ AI เป็นเพียง “เรื่องหลอกลวง” และ “ทฤษฎีสมคบคิดที่ไร้สาระ” พร้อมเสริมว่าการชะลอการพัฒนา AI จะเป็นประโยชน์ต่อจีนเพียงประเทศเดียว ขณะที่ Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia มีมุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยเชื่อว่าตลาดสามารถกำกับดูแลตัวเองได้ และไม่จำเป็นต้องมีกฎระเบียบใหม่
- Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลอย่างเป็นอิสระ โดยข้อเรียกร้องให้ติดตามและควบคุมความเร็วในการพัฒนา AI ได้รับการสนับสนุนจาก Sam Altman (OpenAI), Elon Musk และบุคคลอื่น ๆ
- Mark Zuckerberg ระบุว่า Meta เคยเลื่อนการเปิดตัวโมเดล Muse ออกไปหลายเดือนโดยสมัครใจ เพื่อให้ความสำคัญกับด้านความปลอดภัย แต่ก็แสดงจุดยืนคัดค้านการชะลอการพัฒนา AI ในระดับอุตสาหกรรมโดยรวม
แม้การถกเถียงเกี่ยวกับความเสี่ยงร้ายแรงจาก AI จะยังคงดำเนินต่อไป แต่เม็ดเงินลงทุนยังคงไหลเข้าสู่ภาคส่วนนี้อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ OpenAI อยู่ระหว่างการหารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการระดมทุนรอบใหม่ ซึ่งอาจประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง $1.2 ล้านล้าน ก่อนการเข้าสู่ตลาดทุน
Technical Analysis
Figure 6: US100 [D1] (04.03.2026–16.09.2026)

Source: XTB, 16.09.2026
ราคาปรับตัวหลุดลงมาและขณะนี้เคลื่อนไหวต่ำกว่า Exponential Moving Average 50 วัน (EMA 50) ซึ่งแสดงด้วยเส้นสีเหลืองบนกราฟ โดย EMA เส้นนี้ได้เปลี่ยนบทบาทมาเป็น แนวต้านสำคัญ ขณะที่ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง EMA 50 และ Moving Average 100 วัน (EMA 100) ซึ่งแสดงด้วยเส้นสีแดง
เมื่อใช้ Fibonacci Retracement กับการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน พบว่าราคากำลังพยายามรักษาระดับบริเวณ แนวรับสำคัญแรกที่ 23.6% Retracement หากราคาหลุดระดับดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับหลุด EMA 100 อาจเกิดแรงขายทางเทคนิคตามมา และเปิดทางให้ราคาปรับฐานลงลึกยิ่งขึ้น
ปฏิทินเศรษฐกิจ: ถึงเวลาขึ้นดอกเบี้ยแล้วหรือยัง?
Morning Wrap: ตลาดหาจุดสมดุลก่อนการตัดสินใจของ Fed
ทรัมป์จะเปลี่ยนใจ Fed จากการขึ้นดอกเบี้ยได้หรือไม่? [FOMC Preview]
Chart of the Day: ทองคำแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ – อะไรอยู่เบื้องหลังการปรับตัวลง? (15.09.2026)