- เฟดคงดอกเบี้ย 3.75 ถึง 4.00% แต่สองเสียงคัดค้านขอขึ้นดอกเบี้ย ตลาดมองว่าธันวาคมขึ้นแน่ ประโยคสำคัญที่สุดของ Warsh คือดอกเบี้ยมีผลกับ AI จริง และเห็นผลตั้งแต่ต้นกันยายน ขณะที่ทองแกว่งแรง 4,025 ถึง 4,082 ก่อนถอยกลับมายืนแถว 4,045
- เฟดคงดอกเบี้ย 3.75 ถึง 4.00% แต่สองเสียงคัดค้านขอขึ้นดอกเบี้ย ตลาดมองว่าธันวาคมขึ้นแน่ ประโยคสำคัญที่สุดของ Warsh คือดอกเบี้ยมีผลกับ AI จริง และเห็นผลตั้งแต่ต้นกันยายน ขณะที่ทองแกว่งแรง 4,025 ถึง 4,082 ก่อนถอยกลับมายืนแถว 4,045
ทั้งเดือนนี้ผมเขียนถึง CoreWeave ที่หุ้นกู้ซื้อขายเหมือนหนี้มีปัญหา Meta ที่ต้องออกบอนด์มาจ่ายค่า AI และ Anthropic ที่เขียนเองว่าเงินอาจไม่พอ เมื่อคืนประธานเฟดออกมาพูดเรื่องเดียวกันจากอีกฝั่งของโต๊ะ เขาเคยสงสัยว่าดอกเบี้ยจะไม่มีผลกับ AI แต่ความจริงคือดอกเบี้ยมีผลกับแทบทุกอย่าง
เฟดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75 ถึง 4.00% ด้วยมติ 10 ต่อ 2 แต่สองเสียงที่คัดค้านคือ Lisa Cook กับ Beth Hammack ขอขึ้นดอกเบี้ยอีก 25 bps ไม่ใช่ขอลด และ Cook เพิ่งแตกแถวจากเสียงส่วนใหญ่ครั้งแรกในรอบกว่าสี่ปี แถลงการณ์ปรับคำบรรยายเศรษฐกิจจาก "มั่นคง" เป็น "ขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง" ระบุว่าเงินเฟ้อยังสูง ผลิตภาพกับการลงทุนภาคธุรกิจแข็งแรง ขณะที่ CPI เดือนกันยายนขึ้นไป 3.7% และ Core อยู่ที่ 2.6% สูงกว่าคาด ตามที่ผมเขียนไว้ในบทความ CPI ก่อนหน้านี้ ด้าน Warsh บอกว่าไม่เชื่อในการส่งสัญญาณล่วงหน้าถ้าไม่ใช่ภาวะวิกฤต และจะไม่ตัดสินการประชุมล่วงหน้า แต่ยอมรับว่ายาที่ใส่เข้าไปเริ่มออกฤทธิ์ ส่วนต่างเครดิตกว้างขึ้นจริง และตั้งแต่ต้นกันยายน เห็นผลของดอกเบี้ยทั้งในและนอกกลุ่มเทคโนโลยี ตลาดยังตั้งราคาว่าเดือนธันวาคมจะขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ
การประชุมรอบนี้ส่งสัญญาณสองชั้น ชั้นแรกคือภาพที่ชัดเจน เฟดยังอยู่ฝั่งเหยี่ยว เงินเฟ้อยังไม่ลง เศรษฐกิจยังแรง และไม่มีใครในกรรมการพูดถึงการลดดอกเบี้ยเลย ชั้นที่สองคือประโยคที่คนมองข้าม เมื่อประธานเฟดพูดเองว่าส่วนต่างเครดิตกว้างขึ้นและดอกเบี้ยเริ่มกัด AI แปลว่าเฟดเห็นสิ่งเดียวกับที่ตลาดเห็นใน CoreWeave และ Meta แล้ว วงจร AI ที่ใช้หนี้ปั๊มการลงทุนคือภาคที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยที่สุด และตอนนี้มันกลายเป็นตัวแปรที่เฟดเอามาชั่งน้ำหนักจริง ถ้าแรงกัดนี้ลามจนเป็นปัญหาเครดิต การขึ้นดอกเบี้ยธันวาคมที่ตลาดคิดว่าแน่ จะไม่แน่อีกต่อไป
ทองแกว่งสองทางในคืนเดียว แล้วกลับมาเชื่อฝั่งเหยี่ยว

กราฟ GOLD timeframe 5 นาที (ที่มา: xStation5)
ช่วงประกาศผล ทองโดนกดลงไปแตะ 4,025 ทันทีที่เห็นเสียงค้านฝั่งขึ้นดอกเบี้ย จากนั้นดีดแรงขึ้นไปทำจุดสูง 4,082.60 ระหว่างแถลงข่าว แต่ไปต่อไม่ได้ และถอยกลับลงมาต่อเนื่องจนหลุดระดับ 0.5 ที่แถว 4,054 กับ 0.618 ที่แถว 4,047 ของช่วงแกว่งนี้ ตอนนี้ยืนอยู่แถว 4,045 การที่ทองคืนกำไรเกือบทั้งหมด บอกว่าตลาดชั่งน้ำหนักแล้วเลือกเชื่อฝั่งเหยี่ยว ดอกเบี้ยที่ยังมีโอกาสขึ้นธันวาคมพยุง real yield และดอลลาร์ไว้ ซึ่งกดทองที่ไม่มีดอกเบี้ยโดยตรง แนวรับอยู่ที่ 4,025 ถ้าหลุด แรงกดจากฝั่งเหยี่ยวจะคุมเกมต่อ ส่วนด้านบน ทองต้องกลับไปยืนเหนือ 4,054 ก่อน และต้องผ่าน 4,082 ถึงจะบอกว่าตลาดเริ่มเชื่อว่าเฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ย
Scenario ที่ 1 ข้อมูลเงินเฟ้อยังร้อน เฟดขึ้นดอกเบี้ยธันวาคม
ถ้า CPI เดือนตุลาคมยังสูงและเศรษฐกิจยังแรงอย่างที่แถลงการณ์ว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด real yield ขยับขึ้น ทองมีโอกาสหลุด 4,025 ลงไป และหุ้นกลุ่ม AI ที่ใช้หนี้เยอะจะโดนกดดันหนักขึ้น
Scenario ที่ 2 แรงกัดที่ AI ลามเป็นปัญหาเครดิต
แต่ถ้าส่วนต่างเครดิตกว้างขึ้นต่อจนเริ่มกระทบวงกว้าง ประโยคของ Warsh วันนี้จะเป็นเหตุผลให้เฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ย ตลาดจะถอดราคาการขึ้นดอกเบี้ยธันวาคมออก real yield ย่อลง และทองมีโอกาสทะลุ 4,082 ขึ้นไป
จุดชี้ขาดที่ต้องจับตา
ดูสามเรื่อง เรื่องแรกคือส่วนต่างเครดิตของหุ้นกู้กลุ่ม AI อย่าง CoreWeave เพราะ Warsh บอกเองว่าเฟดดูตัวนี้อยู่ เรื่องที่สองคือ CPI เดือนตุลาคม ที่จะออกก่อนการประชุมธันวาคม เรื่องที่สามคือกรอบ 4,025 ถึง 4,082 ของทอง ด้านไหนหลุดก่อน จะบอกว่าตลาดเลือกเชื่อเรื่องเงินเฟ้อหรือเรื่องเครดิต
ผมมองว่าตลาดโฟกัสที่เสียงค้านฝั่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งก็ถูก แต่ประโยคที่จะสำคัญกว่าในอีกหกสัปดาห์คือการที่ Warsh ยอมรับว่าดอกเบี้ยกัด AI แล้ว ตอนนี้เฟดมีสองเรื่องให้ชั่ง คือเงินเฟ้อที่ยังไม่ลงกับเครดิตที่เริ่มตึง ระยะสั้นฝั่งเงินเฟ้อยังชนะ ทองจึงถูกกดกลับ แต่ถ้าฝั่งเครดิตเริ่มส่งเสียงดังขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยธันวาคมจะไม่ใช่เรื่องแน่นอนอีกต่อไปครับ
Fed เตรียมลดจำนวนการประชุม ขณะคงดอกเบี้ยและ Alphabet ทำตลาดผิดหวัง
ผู้นำสองคนที่ผลักสงครามอิหร่านหนักที่สุด เสียแรงหนุนพร้อมกัน น้ำมันถอย ทองกลับขึ้น
ทรัมป์ขู่ยึดน้ำมันอิหร่านทั้งหมด Brent สูงสุดรอบห้าเดือน แต่ตลาดกำลังจ่ายเงินซื้อความกลัว ไม่ใช่ซื้อของขาด
ฝรั่งเศสลงถนนอีกรอบ สี่แสนคนปะทะตำรวจ แต่ตัวที่ตลาดจับตาจริงไม่ใช่ภาพม็อบ