อ่านเพิ่มเติม
เวลาอ่าน: 3 นาที

ลงทุนใน AI ผ่านกองทุน ETF: ทางเลือกการลงทุน AI อย่างชาญฉลาด

AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลกและรูปแบบธุรกิจ เรียนรู้วิธีลงทุน AI อย่างชาญฉลาดผ่านกองทุน ETF พร้อมแนวทางการกระจายความเสี่ยงและโอกาสการเติบโตในอนาคต

AI กำลังเปลี่ยนแปลงโลกและรูปแบบธุรกิจ เรียนรู้วิธีลงทุน AI อย่างชาญฉลาดผ่านกองทุน ETF พร้อมแนวทางการกระจายความเสี่ยงและโอกาสการเติบโตในอนาคต

คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า? หากใช่ นักลงทุนอาจพิจารณาการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี เมื่อปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) เข้าสู่โลกธุรกิจ ตลาดการเงินก็พยายามประเมินมูลค่าการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์นี้ เทคโนโลยีมีพลังเพียงพอที่จะเปลี่ยนมูลค่าบริษัทบางแห่งอย่างสิ้นเชิงและปรับโครงสร้างรูปแบบธุรกิจได้ การเลือกหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจเป็นเรื่องยากและเสี่ยงสูง นักลงทุนบางคนอาจพบว่าการลงทุนตรงในหุ้น AI มีความเสี่ยงเกินไป ดังนั้น นักลงทุนมืออาชีพและนักลงทุนรายบุคคลมักเลือกใช้ กองทุน ETF (Exchange Traded Funds) เพื่อกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงกลุ่มเทคโนโลยีได้อย่างสมดุล

เหตุผลคือ กองทุนเหล่านี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีได้อย่างสมดุล รวมถึงภาค AI ด้วย การลงทุนในลักษณะนี้อาจลดโอกาสในการได้กำไรจาก “ผู้ชนะในอนาคต” แต่ก็ช่วยจำกัดความเสี่ยงจากการลงทุนผิดบริษัท ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการลงทุนในเทคโนโลยี

เพื่อให้เข้าใจการเติบโตของเทรนด์ปัญญาประดิษฐ์ คู่มือฉบับนี้จะแนะนำกองทุน ETF ที่ให้การเปิดรับต่อ AI ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม พร้อมชี้ข้อดีข้อเสีย และนำเสนอแนวทางกลยุทธ์สำคัญสำหรับการลงทุนใน AI โดยมุ่งเน้นที่ Nasdaq 100

ข้อมูลหลัก

  • นักลงทุนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเทรนด์ AI มีทางเลือกพื้นฐาน 3 แบบ ได้แก่ การซื้อหุ้นโดยตรง การลงทุนผ่านกองทุน ETF หรือการผสมผสานทั้งสองกลยุทธ์
  • เนื่องจากปัญญาประดิษฐ์เป็นเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงและผลลัพธ์ในอนาคตยังไม่แน่นอน การคาดการณ์ผู้ชนะระยะยาวจึงเป็นเรื่องยาก และมีความเสี่ยงที่จะลงทุนในบริษัทที่อาจล้มเหลว
  • กองทุน ETF เช่น Nasdaq 100 ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงตลาด AI อย่างหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในสหรัฐฯ ไปจนถึงบริษัทเทคโนโลยี AI นวัตกรรม
  • แทนที่จะวางเดิมพันกับบริษัทเดียวหรือไม่กี่บริษัท ETF ช่วยให้นักลงทุนลงทุนในหลายสิบหรือหลายร้อยบริษัทพร้อมกัน ทำให้นักลงทุนได้รับผลตอบแทนจากภาพรวมของทุกภาคส่วน แทนที่จะขึ้นอยู่กับหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง
  • การใช้กลยุทธ์หลากหลายเพื่อผสมผสาน ETF เหล่านี้เข้ากับพอร์ตการลงทุนที่สมดุล อาจเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารความเสี่ยงและทำการป้องกันความเสี่ยง (hedging)
ข้อมูลภาพการลงทุนผ่านเส้นสีต่างๆ
 

นับตั้งแต่ GPT เริ่มก่อตั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2565 ถึงเดือนเมษายน 2567 หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Nvidia (ผู้ผลิตชิป AI และผู้ให้บริการเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุด) และ Super Micro Computers (ผู้ผลิตชั้นวางเซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล) พุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หุ้นเหล่านี้มีความผันผวนสูง และนักลงทุนบางรายที่ต้องการกระจายการลงทุนอาจไม่ยอมรับความเสี่ยงจากการกระจุกตัว นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ที่มา: XTB Research, Bloomberg Finance LP

ทำความเข้าใจกองทุน ETF ด้าน AI

กองทุน ETF ด้าน AI ทำงานคล้ายกับหุ้นรายตัว แต่เป็นกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา AI อย่างไรก็ตาม กองทุนเหล่านี้มีข้อได้เปรียบเพิ่มเติมคือการกระจายการลงทุน บริษัทที่จะถูกรวมเข้าใน ETF ด้าน AI จะถูกคัดเลือกตามความเกี่ยวข้องกับกิจกรรม AI ตั้งแต่ผู้ผลิตชิป AI ที่สร้างฮาร์ดแวร์จำเป็น ไปจนถึงสตาร์ทอัพ AI ที่พัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีล้ำสมัย

การลงทุนใน ETF ด้าน AI เปรียบเสมือนการซื้อส่วนหนึ่งของตลาด AI ทั้งหมด ทำให้นักลงทุนได้รับการเปิดรับหุ้นหลากหลายประเภท ทั้งบริษัทที่มีชื่อเสียงและบริษัทเกิดใหม่ที่กำลังเติบโต

ประเภทของกองทุน ETF ด้าน AI

กองทุน ETF ด้าน AI สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

  • Technology ETFs เน้นลงทุนในบริษัทภายในกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเทคโนโลยี AI และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
  • Thematic ETFs มุ่งเน้นไปที่ธีมเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น หุ่นยนต์หรือยานยนต์อัตโนมัติ กองทุนประเภทนี้ออกแบบโดยอิงจากอุตสาหกรรม แนวโน้ม หรือธีมเฉพาะ เพื่อใช้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาด AI ในตลาดหุ้น

ในทางกลับกัน กองทุน ETF แบบธีมเฉพาะถูกออกแบบโดยอิงตามอุตสาหกรรม แนวโน้ม หรือธีมเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากการเติบโตของตลาด AI ในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว การคาดเดาว่าบริษัทใดจะประสบความสำเร็จในระยะยาวยังคงยาก และยังยากที่จะคาดเดาว่าภาคส่วนใดจะเติบโตจาก “ปฏิวัติ AI” ในระยะยาว กองทุน Technology ETFs อาจเป็นตัวเลือกที่อนุรักษ์นิยมและปลอดภัยกว่า

ปัจจัยสำคัญในการประเมิน AI ETFs

เมื่อประเมิน AI ETFs ควรพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น อัตราค่าธรรมเนียม ผลการดำเนินงานในอดีต และความหลากหลายของการลงทุน

  • อัตราค่าธรรมเนียม: คือค่าธรรมเนียมที่เก็บโดยผู้จัดการกองทุน ETF โดยตรงต่อผลตอบแทนระยะยาว โดยทั่วไป “ค่าธรรมเนียมต่ำยิ่งดี”
  • ผลการดำเนินงานในอดีต: ช่วยให้เห็นว่าสามารถติดตามดัชนีหรือกลยุทธ์การลงทุนได้ดีแค่ไหน แต่ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต
  • ความหลากหลาย: การกระจายการลงทุนช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสเติบโตในระยะยาว ควรดูว่ากองทุนมีการกระจุกตัวในหุ้นหรือกลุ่มอุตสาหกรรมใดมากน้อยเพียงใด เพราะยิ่งกระจุกตัวมาก ความเสี่ยงต่อความผันผวนหรือ “การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม” ก็สูงขึ้น

ศิลปะของการกระจายการลงทุน

การกระจายการลงทุนช่วยลดความเสี่ยงโดยกระจายไปยังกลุ่มย่อยของ AI หลายประเภท คลาสสินทรัพย์ อุตสาหกรรม และภูมิภาคต่าง ๆ ดัชนีพื้นฐานของกองทุนก็สำคัญ เพราะกำหนดผลการลงทุนและกลยุทธ์ของ ETF

นักลงทุนระดับโลก เช่น Ray Dalio แนะนำให้พิจารณาซื้อสินทรัพย์ที่ไม่สัมพันธ์กันเพื่อลดความเสี่ยงโดยรวม การถือ AI ETF อาจเป็นทั้งส่วนหนึ่งของพอร์ตพื้นฐานและกลยุทธ์การลงทุนที่กว้างขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่าการกระจายการลงทุนที่ไม่สมบูรณ์อาจไม่สร้างผลตอบแทนเหนือกว่า และโดยทั่วไป การกระจายการลงทุนมักหมายถึงผลตอบแทนที่ต่ำกว่าเล็กน้อย

รายชื่อกองทุน ETF ด้าน AI

กองทุน ETF ที่เน้นเรื่อง AI ได้แก่:

  • iShares Nasdaq100 UCITS ETF
  • Wisdom Tree Artificial Intelligence UCITS ETF
  • iShares Information Technology ETF UCITS
  • Amundi MSCI World Information Technology UCITS ETF
  • iShares S&P 500 Information Technology Sector UCITS ETF
  • iShares Electric Vehicles and Driving Technology UCITS ETF
  • xTrackers Artificial Intelligence and Big Data UCITS ETF
  • Global X Robotics & Artificial Intelligence UCITS ETF
  • L&G Artificial Intelligence UCITS ETF
  • iShares Automation and Robotics UCITS ETF
  • VanEck Semiconductor UCITS ETF

กองทุน ETF เหล่านี้ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับหุ้นและเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างหลากหลาย โดยเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน เช่น:

ซอฟต์แวร์และศูนย์ข้อมูลด้านเทคโนโลยี

  • คลาวด์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • เซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์
  • โฆษณาดิจิทัลและสื่อ
  • หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  • รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ทุกภาคส่วนที่กล่าวมาล้วนเกี่ยวข้องกับ AI ในบางด้าน และการพัฒนา AI ในอนาคตอาจเปลี่ยนแปลงแต่ละอุตสาหกรรมได้ บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ ๆ เช่น Nvidia, Alphabet และ Microsoft มักปรากฏในเกือบทุกกองทุน ETF ที่กล่าวถึง

แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดในการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละกองทุน ETF คือเว็บไซต์ทางการของกองทุนนั้น ๆ อย่าลืมว่า “สัดส่วนการลงทุน” ของแต่ละบริษัทในพอร์ต ETF อาจมีบทบาทสำคัญ กองทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ iShares Nasdaq100 ซึ่งช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นของบริษัทใหญ่ ๆ จำนวน 100 แห่ง จากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ข้อดีและข้อเสีย

กระทิงและหมีบนพื้นหลังสีน้ำเงินพร้อมแผนที่โลกดิจิทัลและเส้นกราฟมูลค่าหุ้น

Image source: Adobe Stock Photos

เช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่น ๆ กองทุน AI ETF ก็มีความเสี่ยงของตัวเอง ความเสี่ยงหลัก ๆ ได้แก่ ความผันผวนของตลาดและการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI และประสิทธิภาพของกองทุน AI ETF อย่างไรก็ตาม กองทุน AI ETF บางกองสามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์เพื่อเน้นการลงทุนในบริษัทที่คาดว่าจะมีผลประกอบการดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

ในทางกลับกัน ผลประโยชน์จากการลงทุนใน AI ETF ก็มีความสำคัญ เช่น การกระจายความเสี่ยง ความสามารถในการปรับตัวตามข้อมูลตลาดใหม่ และโอกาสในการใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI กองทุน AI ETF ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัท AI ได้หลากหลาย ทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้

ต่อไปเรามาวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของการลงทุนใน AI ETF สำหรับนักลงทุนที่ยอมรับว่าการกระจายการลงทุนมักลดผลตอบแทน แต่ก็ช่วยจำกัดความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนแบบไม่กระจาย

ข้อดี 

  • การกระจายความเสี่ยง: การมีหุ้นจำนวนมากใน ETF ลดความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นตัวเดียวหรือกลุ่มเล็ก
  • เปิดโอกาสในภาคเทคโนโลยีโดยรวม: หุ้นเทคโนโลยีมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งในหลายทศวรรษที่ผ่านมา เทรนด์ AI เป็นสัญญาณว่าหลายปีข้างหน้าอาจมีแนวโน้มคล้ายกัน (แต่ยังมีความเสี่ยง)
  • ประหยัดเวลา: นักลงทุน ETF ไม่ต้องวิเคราะห์บริษัททุกตัวในพอร์ตหลายร้อยหุ้น เพราะเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมลงทุน (แม้ไม่ใช่ปราศจากความเสี่ยง)
  • ต้นทุนและความหลากหลาย: เมื่อเทียบกับกองทุนรวม ETFs มักมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าและเปิดโอกาสเข้าถึงหลายหุ้นหลายภาคส่วน โดยเฉพาะ AI ซึ่งมีผลกระทบหลายอุตสาหกรรม
  • ผลิตภัณฑ์เชิงกลยุทธ์: แม้การลงทุนจะดูเรียบง่าย แต่การเข้าใจ ETF ทำได้ง่าย เหมาะทั้งนักลงทุนมืออาชีพและมือใหม่ และนิยมใช้ในกลยุทธ์ลงทุนแบบ passive

ข้อเสีย

  • ความเสี่ยงจากผลการดำเนินงานต่ำกว่า: AI ETFs บางกลุ่มอาจมีผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดรวม ผลลัพธ์ในอนาคตไม่แน่นอน และการลงทุนที่ได้รับความนิยมสูงอาจเกิดฟองสบู่
  • การจัดสรรผิดพลาด: ETF ที่เลือกอาจมีหุ้นของบริษัทอ่อนแอหรือหุ้นคุณภาพสูงที่มีมูลค่าสูงเกินไป อาจเกิดสถานการณ์คล้าย “ฟองสบู่ Nifty-50” ในยุค 70
  • กับดักการกระจายความเสี่ยงมากเกินไป: การกระจายความเสี่ยงเกินไปอาจจำกัดผลตอบแทนรวม เช่น การถือหุ้นเทคโนโลยีที่ถูก hedge ด้วยน้ำมัน แต่ถ้าหุ้นเทคโนโลยีร่วงมากกว่าผลตอบแทนจากน้ำมัน ผลตอบแทนอาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
  • ศักยภาพการเติบโตจำกัด: การถือหุ้น 100 ตัวทำให้ผลตอบแทนโดยรวมไม่สูงเท่าผู้ที่ถือหุ้น “ผู้ชนะตลาด” การทำนายหุ้นที่จะ outperform ตลาดเป็นเรื่องยาก นักลงทุน ETF จึงมักยอมรับผลตอบแทนเฉลี่ย
  • มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าถือหุ้นโดยตรง: นักลงทุนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ผู้จัดการ ETF (เช่น iShares, Vanguard, VanEck, GlobalX) โดยทั่วไปค่า TER อยู่ระหว่าง 0.01% ถึง 1% ต่อปี ในขณะที่ถือหุ้นเองเกือบไม่มีค่าใช้จ่าย

พอร์ตการลงทุน AI ETFs

บุคคลที่ใช้แล็ปท็อปซึ่งมีไอคอนต่างๆ แสดงอยู่บนหน้าจอ

Image source: Adobe Stock Photos

นักลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์หลายรูปแบบเมื่อนำ AI ETFs เข้ามาในพอร์ตการลงทุนของตน ได้แก่

  • ใช้ AI ช่วยกำหนดกลยุทธ์การลงทุนโดยรวม: เลือกหุ้นและ ETF โดยอิงข้อมูลและแนวโน้ม AI
  • กระจายการลงทุนด้วย AI-focused ETFs: ลดความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหลาย ETF ที่เกี่ยวข้องกับ AI
  • พิจารณา Thematic ETFs: สำหรับนักลงทุนที่ต้องการมุ่งเน้นไปที่บริษัท AI แบบเฉพาะเจาะจง (pure play AI)
  • รักษาความหลากหลายของ ETF: ผสมผสาน ETF ในหลายภาคส่วนและสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อสร้างพอร์ตที่สมดุล

ความสามารถในการรับความเสี่ยง (Risk tolerance) เป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุน AI ETFs นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจมองว่า AI ETFs น่าสนใจ เพราะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงและมีความเสี่ยงเหมาะสมเพื่อให้พอร์ตมีความหลากหลาย ครอบคลุมสินทรัพย์ ภาคส่วน และภูมิภาคต่างๆ นักลงทุนควรรักษาสมดุลระหว่าง AI ETFs กับการลงทุนประเภทอื่น ๆ

AI ETFs กับหุ้น

นักลงทุนหลายคนที่สนใจวงการ AI มักสงสัยว่าควรลงทุนใน AI ETFs หรือ หุ้น AI เดี่ยว

AI ETFs ให้โอกาสนักลงทุนเข้าถึงหุ้น AI หลายตัวพร้อมกัน ทำให้การลงทุนกระจายความเสี่ยงได้ดี หุ้นที่อยู่ใน AI ETFs (รวมถึง Nasdaq 100 ETFs) มักเกี่ยวข้องกับ ฮาร์ดแวร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ (Nvidia, AMD, Qualcomm, Intel, Broadcom ฯลฯ) และ ศูนย์ข้อมูล (Arista Networks) รวมถึง ซอฟต์แวร์ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง (Microsoft, Alphabet, Amazon) และความปลอดภัยไซเบอร์ (Palo Alto Networks, CrowdStrike)

ในทางกลับกัน การลงทุนใน หุ้น AI เดี่ยว คือการซื้อหุ้นของบริษัทเฉพาะเจาะจงที่ทำงานด้าน AI (ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์) ซึ่งมักมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง หากบริษัทนั้นประสบความสำเร็จ

สรุปคือ นักลงทุนที่เลือก AI ETFs มักเน้นการป้องกันความเสี่ยงและบางครั้งอาจมีประสบการณ์น้อย ในขณะที่การเลือกหุ้นเดี่ยวต้องใช้การวิจัยเชิงลึก การตระหนักถึงความเสี่ยง และความรู้ด้านการลงทุน

ข้อดีของการลงทุนใน AI ETFs

  • เปิดโอกาสเข้าถึงบริษัท AI ชั้นนำหลายแห่งพร้อมกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาเลือกหรือวิเคราะห์หุ้นรายตัว
  • ใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง เช่น การปรับพอร์ตและการกระจายการลงทุน เพื่อลดความเสี่ยง
  • การลงทุนเฉพาะทางแต่กระจายความเสี่ยงในภาคเทคโนโลยี ทำให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงไปยังหลายบริษัท AI ได้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน AI ย่อมมีความเสี่ยง เนื่องจากหุ้นเทคโนโลยีมักมีความผันผวนสูงและขึ้นลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ นักลงทุนในภาคเทคโนโลยีควรติดตามความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาษีและอัตราภาษีศุลกากร รวมถึงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ตามสถานการณ์ นักลงทุนบางรายอาจเลือกกลยุทธ์แบบ passive ลงทุนระยะยาวหลายปีหรือหลายทศวรรษ โดยมักลงทุนใน ETF ที่หลากหลายมากกว่าการถือหุ้นรายตัว

ข้อมูลภาพการลงทุนผ่านเส้นสีต่างๆ
 

Image source: XTB.com

นับตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปี 2022 ถึงเดือนเมษายน 2024 หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI รายใหญ่บางตัว (ศูนย์ข้อมูล เซมิคอนดักเตอร์ ซอฟต์แวร์ และโฆษณาดิจิทัล) มีผลตอบแทนดีกว่าดัชนี Nasdaq 100 แต่ Oracle และ Intel กลับมีผลตอบแทนต่ำกว่าดัชนีอ้างอิงของสหรัฐฯ ที่เน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก โปรดจำไว้ว่า ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต ที่มา: XTB Research, Bloomberg Finance LP

อนาคตของ AI และผลกระทบต่อการลงทุน

เมื่อมองไปข้างหน้า คาดว่า AI จะมีอิทธิพลอย่างมากต่อกลยุทธ์การลงทุน ด้วยความสามารถในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพทางเทคโนโลยี และปฏิรูประบบการลงทุน AI จึงสร้างโอกาสมากมายสำหรับนักลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณา ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนใน AI ด้วย เช่น:

  • การสืบทอดหรือเพิ่มความลำเอียงในสังคมโดยไม่ตั้งใจ
  • ขาดความโปร่งใสและความสามารถในการอธิบาย
  • การสูญเสียงานเนื่องจากระบบอัตโนมัติของ AI
  • การบิดเบือนหรือชี้นำสังคมผ่านอัลกอริทึม AI

การพัฒนา AI ในอนาคตอาจส่งผลต่อผลตอบแทนของ AI ETFs โดยมอบความสามารถในการ:

  • ใช้เทคนิคการจัดการความเสี่ยงขั้นสูง เช่น การปรับพอร์ตโฟลิโอและการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง
  • ปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจและเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การลงทุน
  • วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อระบุแนวโน้มและรูปแบบ
  • อัตโนมัติในการซื้อขายเพื่อลดความผิดพลาดจากมนุษย์

นอกจากนี้ AI ETFs บางตัวมีความผันผวนของผลการดำเนินงานที่แตกต่างกัน โดยกลยุทธ์แบบธีมมิ่ง (thematic) ที่โดดเด่นสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจ

สรุป

โดยสรุป กองทุน AI ETF เป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากการเติบโตและศักยภาพของอุตสาหกรรม AI การเข้าใจประเภทต่าง ๆ ของ AI ETF จะช่วยให้นักลงทุนเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อวางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินปัจจัยสำคัญ เช่น ความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ เป็นสิ่งจำเป็นก่อนการตัดสินใจลงทุน

นักลงทุนควรพิจารณาค่าใช้จ่ายในการลงทุนและเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาว ผลกระทบโดยรวมของ AI ต่อการลงทุนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น แต่ควรตระหนักว่าหากมูลค่าหุ้นสูงมาก แนวโน้ม AI อาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคาขึ้นต่อไป ความเสี่ยงหลักของ AI ETF คือความเป็นไปได้ของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ดังนั้นนักลงทุนจึงควรเข้าใจความสำคัญของการรวม ETF เข้ากับพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นและใช้สำหรับการศึกษาเท่านั้น ความคิดเห็น การวิเคราะห์ ราคา หรือเนื้อหาอื่น ๆ ในเอกสารนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำในการลงทุน หรือเพื่อให้ความเข้าใจด้านกฎหมายของประเทศ Belize
ผลประกอบการในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันถึงผลประกอบการในอนาคต การกระทำหรือการตัดสินใจใด ๆ ตามข้อมูลในเอกสารนี้ เป็นความเสี่ยงของผู้ดำเนินการเอง XTB ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสีย ความเสียหาย หรือผลกำไรหรือขาดทุนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากการใช้ข้อมูลในเอกสารนี้
ทุกการตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบของท่านเอง
คำถาพพบบ่อย
2 นาที

กลยุทธ์การลงทุน ETF: เพิ่มผลกำไรสูงสุดและจำกัดความเสี่ยง

4 นาที

วิธีซื้อ ETF - การลงทุนใน ETF สำหรับผู้เริ่มต้น

5 นาที

ETF ที่น่าซื้อที่สุด เลือกกองทุน ETF ที่จะลงทุนอย่างไร

เข้าสู่ตลาดพร้อมลูกค้าของ XTB Group กว่า 2 000 000 ราย
ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก