อยากรู้ไหมว่า VIX บอกอะไรเกี่ยวกับตลาดจริงๆ? VIX หรือที่เรียกว่า “ดัชนีความกลัว” เป็นตัวชี้วัดความผันผวนของตลาดและสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นความเสี่ยงและโอกาสล่วงหน้าก่อนข่าวจะออก ในคู่มือนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่า VIX ทำงานอย่างไร เพื่อเข้าใจและรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
อยากรู้ไหมว่า VIX บอกอะไรเกี่ยวกับตลาดจริงๆ? VIX หรือที่เรียกว่า “ดัชนีความกลัว” เป็นตัวชี้วัดความผันผวนของตลาดและสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นความเสี่ยงและโอกาสล่วงหน้าก่อนข่าวจะออก ในคู่มือนี้ คุณจะได้เรียนรู้ว่า VIX ทำงานอย่างไร เพื่อเข้าใจและรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
ในโลกของตลาดการเงินที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจความผันผวนเป็นสิ่งสำคัญ และนั่นคือที่มาของ VIX VIX มักถูกเรียกว่า "ดัชนีความกลัว" โดยจะติดตามความคาดหวังของตลาดเกี่ยวกับความผันผวนในระยะใกล้ของ S&P 500 ทำให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ นักลงทุน และนักวิเคราะห์ทางการเงิน
ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์ที่กระตือรือร้นหรือนักลงทุนระยะยาว ดัชนี VIX ให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ว่าตลาดมีการกำหนดราคาความไม่แน่นอนไว้มากน้อยเพียงใด มันจะเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาแห่งความกลัว เช่น การเทขายในตลาด และลดลงเมื่อความเชื่อมั่นกลับมา แต่ VIX เป็นมากกว่าแค่มาตรวัดความตื่นตระหนก VIX ยังสะท้อนถึงกิจกรรมการป้องกันความเสี่ยง ความต้องการในการเก็งกำไร และความเชื่อมั่นของสถาบัน ทำให้เป็นตัวบ่งชี้ล่วงหน้าของพลวัตของตลาด
📌 ประเด็นสำคัญ
- VIX วัดความผันผวนของตลาดที่คาดการณ์ไว้
- มันสะท้อนถึงความผันผวน 30 วันที่คาดการณ์ไว้ใน S&P 500 โดยอิงจากการกำหนดราคาออปชั่นแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่พฤติกรรมของตลาดในอดีต
- มันถูกเรียกว่า "ดัชนีความกลัว" ด้วยเหตุผลที่ดี
- VIX มีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นเมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น เช่น ในช่วงตลาดตกต่ำ วิกฤตเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
- VIX ที่สูงไม่ได้หมายความว่าตลาดจะตกต่ำ
- มันส่งสัญญาณว่าเทรดเดอร์คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงราคาครั้งใหญ่ แต่ไม่ได้บ่งบอกทิศทาง VIX สูง = ความไม่แน่นอน ไม่จำเป็นต้องเป็นขาลง
- นักลงทุนมืออาชีพใช้ VIX เพื่อจัดการความเสี่ยง
- กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และผู้ค้าออปชั่นจับตาดู VIX อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ ปรับการเปิดรับความเสี่ยง หรือเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวน
- มีความแตกต่างระหว่าง VIX spot และ VIX futures
- VIX spot เป็นแบบเรียลไทม์ VIX futures สะท้อนความคาดหวังในอนาคต เมื่อ VIX spot ซื้อขายสูงกว่า futures (backwardation) ความกลัวมีแนวโน้มที่จะถึงจุดสูงสุด
- Triple Witching มักจะเพิ่มความผันผวน
- การหมดอายุพร้อมกันของสัญญาหลายฉบับอาจนำไปสู่ความไม่สมดุลในการป้องกันความเสี่ยง หากผู้ค้ามี gamma สั้น VIX อาจพุ่งสูงขึ้น
- VIX เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับกลยุทธ์และจังหวะเวลา
- มันช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นโอกาสที่เกิดจากความกลัว หลีกเลี่ยงกับดักความประมาท และทำความเข้าใจกระแสอารมณ์ของพฤติกรรมตลาด
VIX คืออะไร? ทำความเข้าใจดัชนีวัดความกลัวของตลาด
เคยได้ยินคำว่า “VIX พุ่งสูงขึ้น” ในช่วงที่ตลาดผันผวนไหม นั่นคือสัญญาณที่โลกการเงินใช้สื่อว่านักลงทุนกำลังกังวล
VIX หรือ Volatility Index เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดความผันผวนของตลาดที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 30 วันข้างหน้า เมื่อค่า VIX ปรับตัวสูงขึ้น มักสะท้อนว่านักลงทุนกำลังเตรียมรับมือกับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของตลาด ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง
โดยทั่วไป VIX มักถูกเรียกว่าเป็นดัชนีวัดความกลัวของตลาด ดัชนีนี้ถูกพัฒนาโดย Chicago Board Options Exchange หรือ CBOE เพื่อวัดความผันผวนที่คาดการณ์ของดัชนี S&P 500 ในช่วง 30 วัน โดยอ้างอิงจากกิจกรรมในตลาดออปชัน กล่าวง่าย ๆ คือเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดกำลังกังวลหรือสงบต่อแนวโน้มระยะสั้นมากน้อยเพียงใด
แล้วอะไรอยู่เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นของ VIX คำตอบอยู่ที่ตลาดออปชัน เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ กองทุน CTA และกองทุนบำเหน็จบำนาญ เข้าซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น ราคาของออปชันจะปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลให้ VIX เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ VIX ไม่ได้หมายถึงความตื่นตระหนกเสมอไป บางครั้งอาจเป็นเพียงการเตรียมพร้อมอย่างมีระบบต่อความไม่แน่นอนของตลาดเท่านั้น
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
- เมื่อ VIX ปรับตัวสูงขึ้น มักสะท้อนถึงความกลัว การป้องกันความเสี่ยง หรือความผันผวนที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาด
- เมื่อ VIX ลดลง บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นและสภาวะตลาดที่สงบมากขึ้น
- VIX เป็นเครื่องมือที่นักเทรดมืออาชีพและสถาบันใช้ในการบริหารความเสี่ยง
นอกจากนี้ยังช่วยให้มองเห็น “อารมณ์ของตลาด” ได้แบบใกล้เคียงเรียลไทม์
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนระยะยาวหรือเทรดระยะสั้น การเข้าใจ VIX จะช่วยให้คุณรับรู้ความรู้สึกของตลาดได้ล่วงหน้าก่อนที่การเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นจริง
ต่อไปเราจะมาดูกันว่า VIX คำนวณอย่างไร อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้มันผันผวน และคุณสามารถนำไปใช้เพื่อบริหารความเสี่ยงในตลาดได้อย่างมืออาชีพอย่างไร
7 สิ่งสำคัญที่สุดเกี่ยวกับ VIX
เข้าใจตัวชี้วัดความกลัวของตลาดใน 60 วินาที
1. VIX วัดความผันผวนที่คาดการณ์ของตลาด
ดัชนี VIX ใช้ติดตามระดับความผันผวนที่นักลงทุนคาดว่าจะเกิดขึ้นกับ S&P 500 ในช่วง 30 วันข้างหน้า โดยคำนวณจากราคาของออปชันแบบเรียลไทม์ จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความรู้สึกของตลาดและความไม่แน่นอนของนักลงทุนที่ถูกติดตามมากที่สุด
2. ถูกเรียกว่า “ดัชนีความกลัว” ด้วยเหตุผล
VIX มักพุ่งสูงในช่วงที่ตลาดปรับตัวลง วิกฤต หรือเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากนักลงทุนเร่งป้องกันความเสี่ยง การที่ VIX เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความกังวลที่มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดการร่วงลงของตลาดเสมอไป
3. VIX สูง ไม่ได้แปลว่าตลาดจะพัง แต่สะท้อนความไม่แน่นอน
นักลงทุนมือใหม่จำนวนมากเข้าใจผิดว่า VIX สูงหมายถึงตลาดจะเกิดวิกฤต ความจริงคือมันหมายถึงตลาดคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวรุนแรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง เป็นการสะท้อนความผันผวนที่คาดการณ์ ไม่ใช่ทิศทางของตลาด
4. สถาบันใช้เพื่อบริหารความเสี่ยง
กองทุนเฮดจ์ฟันด์ CTA และผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดออปชัน ใช้ VIX เพื่อปรับระดับความเสี่ยง ป้องกันพอร์ต และประเมินความตึงเครียดของตลาด เมื่อความต้องการป้องกันความเสี่ยงจากสถาบันเพิ่มขึ้น VIX ก็จะสูงขึ้นตาม
5. Spot VIX กับ VIX Futures ต้องแยกให้ออก
Spot VIX แสดงความคาดหวังความผันผวนในปัจจุบัน ส่วน VIX Futures บอกว่าตลาดคิดว่าความผันผวนจะไปในทิศทางไหน ในช่วงตื่นตระหนกอาจเกิดภาวะ backwardation ซึ่ง Spot VIX สูงกว่า Futures อย่างมาก เป็นสัญญาณของความกลัวระดับสูง
6. เหตุการณ์อย่าง Triple Witching อาจทำให้ VIX พุ่ง
ในช่วง Triple Witching ที่สัญญาอนุพันธ์หลายประเภทหมดอายุพร้อมกัน ความผันผวนมักเพิ่มขึ้น หากผู้ดูแลสภาพคล่องมีสถานะ short gamma อาจเกิดวงจรเร่งความผันผวน ทำให้ VIX สูงขึ้นจากการป้องกันความเสี่ยง
7. VIX เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการจับจังหวะและวางกลยุทธ์
ตั้งแต่การป้องกันความเสี่ยงไปจนถึงการหาจุดสุดโต่งของความรู้สึกตลาด VIX ช่วยให้นักลงทุนและเทรดเดอร์เข้าใจอารมณ์ของตลาด และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น
VIX จะพุ่งขึ้นหรือลดลงเมื่อไหร่
VIX ซึ่งมักถูกเรียกว่าเป็นตัวชี้วัดความกลัวของตลาด ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข แต่สะท้อนถึงความรู้สึกของนักลงทุน พฤติกรรมการป้องกันความเสี่ยง และความตึงเครียดของตลาด โดยทั่วไป VIX จะเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความไม่แน่นอน และลดลงในช่วงที่ตลาดสงบ แต่ก็มีบางเหตุการณ์ที่ทำให้มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ต่อไปนี้คือ 7 สถานการณ์สำคัญ ที่ VIX มักจะพุ่งขึ้นหรือปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
1. การเทขายในตลาดหรือ Flash Crash
ความกลัวเพิ่มขึ้น เท่ากับความต้องการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทำให้ VIX พุ่ง เมื่อหุ้นปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เทรดเดอร์จะเร่งป้องกันความเสี่ยง ความผันผวนโดยนัยจึงเพิ่มขึ้นและดัน VIX ให้สูงขึ้น ตัวอย่างเช่น มีนาคม 2020 ช่วงวิกฤตโควิด ปี 2008 ช่วงวิกฤตการเงิน และเมษายน 2025 จากความตึงเครียดสงครามการค้า
2. การประกาศดอกเบี้ยของ Fed หรือรายงาน CPI
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคกระตุ้นความผันผวน เทรดเดอร์มักปรับพอร์ตอย่างรวดเร็วก่อนและหลังการประชุมธนาคารกลาง รายงานเงินเฟ้อ หรือข้อมูลการจ้างงาน ซึ่งมักทำให้ VIX สูงขึ้น
3. เหตุการณ์ช็อกทางภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดไม่ชอบความไม่คาดคิด สงคราม มาตรการคว่ำบาตร หรือความวุ่นวายทางการเมือง เช่น Brexit หรือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สามารถทำให้ VIX พุ่งขึ้นทันที แม้ว่าตลาดอาจยังไม่ปรับตัวก็ตาม สิ่งที่ไม่แน่นอนคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนความผันผวน
4. ฤดูกาลประกาศงบของบริษัทเทคขนาดใหญ่
ความผันผวนจากงบการเงินเป็นตัวกระตุ้น VIX บริษัทอย่าง Apple Amazon และ Microsoft มีอิทธิพลต่อทิศทางตลาด หากผลประกอบการออกมาผิดคาด ไม่ว่าจะดีหรือแย่ อาจทำให้ความต้องการออปชันเพิ่มขึ้น และดัน VIX สูงขึ้น
5. Triple Witching ในเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม
การหมดอายุของออปชันและฟิวเจอร์สจำนวนมาก ทำให้เกิดความผันผวน ในช่วงนี้ สัญญา Stock Index Futures Index Options และ Equity Options จะหมดอายุพร้อมกัน หากผู้ดูแลสภาพคล่องมีสถานะ short gamma อาจต้องไล่ราคาตลาด ทำให้ความผันผวนรุนแรงขึ้นและดัน VIX สูงขึ้น เทรดเดอร์ VIX มักจับตา gamma exposure เป็นสัญญาณสำคัญก่อนช่วงนี้
6. ช่วงวันหยุดหรือเวลาที่สภาพคล่องต่ำ
ตลาดบางเบา ทำให้การเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้น ช่วงวันหยุดยาว ฤดูร้อน หรือปลายปี มักมีปริมาณการซื้อขายต่ำ ในสภาพแบบนี้ ข่าวเล็กน้อยก็อาจทำให้ความผันผวนพุ่งขึ้นหรือลดลงได้อย่างรวดเร็ว
7. การย่อตัวของ VIX หลังความตื่นตระหนก
ความกลัวหายไปได้เร็ว เช่นเดียวกับที่ VIX พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว มันก็สามารถปรับตัวลงแรงได้เช่นกัน เมื่อความตื่นตระหนกลดลง หากไม่มีความเสี่ยงใหญ่เกิดขึ้นจริง ความต้องการป้องกันความเสี่ยงจะลดลง และ VIX อาจร่วงลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วัน
เมื่อเข้าใจว่า VIX มีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวเมื่อใด คุณจะได้เปรียบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันความเสี่ยง การเก็งกำไร หรือการบริหารความเสี่ยงโดยรวม
จับตาปฏิทิน ติดตามการวางสถานะของตลาด และอ่านอารมณ์ของนักลงทุน เพราะในการเทรดความผันผวน จังหวะเวลาคือทุกอย่าง

VIX ทำงานอย่างไร เจาะลึกแบบเข้าใจง่ายเกี่ยวกับดัชนีความกลัว
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่า VIX คืออะไร มาดูกันว่ามันทำงานอย่างไร และทำไมมันถึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการวิเคราะห์ตลาด
สิ่งที่ VIX บ่งชี้
VIX ใช้ติดตามความผันผวนที่คาดการณ์ของดัชนี S&P 500 ในช่วง 30 วันข้างหน้า โดยไม่ได้อิงจากการเคลื่อนไหวในอดีต แต่ใช้ข้อมูลจากตลาดออปชันจริงในปัจจุบันเพื่อมองไปข้างหน้า
วิธีการคำนวณ
VIX ถูกคำนวณจากราคาของออปชันประเภทต่อไปนี้
- ออปชันแบบ Out of the Money ฝั่ง Call ใช้เมื่อคาดว่าตลาดจะปรับตัวขึ้น
- ออปชันแบบ Out of the Money ฝั่ง Put ใช้เมื่อคาดว่าตลาดจะปรับตัวลง
- ออปชันเหล่านี้ถูกใช้โดยนักลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงของพอร์ต หรือเพื่อเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของตลาด
ยิ่งเทรดเดอร์ยอมจ่ายเงินเพื่อการป้องกันความเสี่ยงหรือเพื่อโอกาสทำกำไรมากขึ้นเท่าไร VIX ก็จะยิ่งปรับตัวสูงขึ้นตามนั้น
ข้อควรระวัง VIX ไม่ใช่สัญญาณว่าตลาดจะพัง
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ VIX สูง ไม่ได้แปลว่าตลาดจะเกิดวิกฤต แต่มันหมายถึงตลาดคาดว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง
ดังนั้น VIX ที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนถึงความกังวลหรือความตื่นตระหนก แต่ก็อาจเป็นเพียงความไม่แน่นอน หรือการคาดการณ์ว่าความผันผวนจะเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
ทำไมนักลงทุนมืออาชีพถึงให้ความสำคัญ
สำหรับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ นักลงทุนสถาบัน และเทรดเดอร์ออปชัน VIX เปรียบเสมือนการพยากรณ์อากาศของความเสี่ยง
- ช่วยป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตในช่วงตลาดผันผวน
- ส่งสัญญาณว่าเมื่อใดควรลดความเสี่ยงในพอร์ต
- หรือช่วยให้รอจังหวะได้เมื่อความผันผวนอยู่ในระดับต่ำ
มอง VIX เหมือนเครื่องวัดอารมณ์ของตลาด เหมือนกับที่คุณเช็กสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน นักลงทุนที่มีประสบการณ์จะดู VIX ก่อนเข้าสู่ตลาด มันไม่ใช่เครื่องมือทำนายอนาคต แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
Spot VIX กับ VIX Futures ต่างกันอย่างไร
หากคุณติดตาม VIX สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าไม่ได้มีแค่ตัวเลขเดียวที่เทรดเดอร์ใช้กัน มีทั้ง Spot VIX ซึ่งเป็นค่าที่คนส่วนใหญ่หมายถึงเมื่อพูดถึง VIX และ VIX Futures ซึ่งเป็นสัญญาที่ใช้คาดการณ์ว่า VIX จะอยู่ที่ระดับใดในอนาคต
Spot VIX คือค่าปัจจุบันแบบเรียลไทม์ของความผันผวนที่คาดการณ์ในดัชนี S&P 500 สำหรับ 30 วันข้างหน้า โดยอิงจากราคาออปชันในขณะนั้น สะท้อนความรู้สึกของตลาด ณ ตอนนี้ เปรียบเหมือนภาพถ่ายของความกลัวหรือความสงบในช่วงเวลาปัจจุบัน
ส่วน VIX Futures คือสัญญาที่สะท้อนมุมมองของตลาดว่า VIX จะอยู่ที่ระดับใดในอนาคต เช่น เดือนถัดไปหรืออีกสามเดือนข้างหน้า ใช้สำหรับการเก็งกำไร การป้องกันความเสี่ยง และการเทรดความผันผวน
Backwardation คืออะไร เมื่อ VIX Futures ต่ำกว่า Spot VIX
ในสภาวะตลาดปกติ VIX Futures มักจะมีราคาสูงกว่า Spot VIX ซึ่งเรียกว่า contango สะท้อนความเชื่อว่าความผันผวนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว
แต่ในช่วงที่ตลาดตื่นตระหนกอย่างรุนแรงหรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ความสัมพันธ์นี้อาจกลับด้าน
ในช่วงวิกฤต เช่น การปรับตัวลงอย่างรุนแรงช่วงโควิดในปี 2020 หรือวิกฤตการเงินปี 2008 Spot VIX มักพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากความกลัวที่เพิ่มขึ้นในตลาด ขณะที่ VIX Futures โดยเฉพาะสัญญาระยะใกล้อาจมีราคาต่ำกว่า Spot VIX สถานการณ์นี้เรียกว่า backwardation
สาเหตุที่เกิดขึ้น
ในช่วงตื่นตระหนก นักลงทุนมองว่าความผันผวนจะสูงมากในระยะสั้น แต่ไม่ได้คาดว่าจะคงอยู่ในระยะยาว
Spot VIX จึงพุ่งขึ้นแรงเพื่อสะท้อนความกลัวในทันที
ขณะที่เทรดเดอร์ในตลาดฟิวเจอร์สมองว่าความตื่นตระหนกจะค่อย ๆ คลี่คลาย จึงตั้งราคาสัญญาระยะยาวไว้ต่ำกว่า โดยคาดว่าความผันผวนจะกลับสู่ภาวะปกติ
ส่วนต่างระหว่าง Spot VIX กับ VIX Futures จึงเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกได้ว่าตลาดกำลังเผชิญความตึงเครียดสูง แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็ยังคาดหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในอนาคต
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญ
การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง Spot VIX และ VIX Futures มีความสำคัญอย่างมาก หากคุณเทรดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับความผันผวน เช่น VIX ETF, ETN หรือแม้แต่ VIX Futures เอง เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้อ้างอิง Spot VIX โดยตรง แต่เคลื่อนไหวตามราคาของ Futures ดังนั้นเมื่อ Futures มีราคาต่ำกว่า Spot VIX ในภาวะที่เรียกว่า backwardation พฤติกรรมของการเทรดระยะสั้นอาจแตกต่างจากที่คาดไว้มาก
นอกจากนี้ยังช่วยให้นักลงทุนมองเห็นจุดสุดโต่งของตลาดได้ชัดเจนขึ้น เมื่อ Spot VIX สูงกว่า Futures อย่างมาก มักเป็นสัญญาณของความกลัวในระดับสูงสุด ซึ่งในอดีตมักเกิดใกล้จุดต่ำสุดของตลาด ไม่ใช่จุดสูงสุด
จากทฤษฎีในวงการวิชาการสู่เครื่องมือสำคัญของวอลล์สตรีท
ดัชนี VIX ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ถูกจับตามองมากที่สุดในวอลล์สตรีท แท้จริงแล้วเริ่มต้นจากแนวคิดเชิงทฤษฎีในช่วงต้นทศวรรษ 1990 โดยถูกพัฒนาโดยศาสตราจารย์ Robert Whaley สำหรับ Chicago Board Options Exchange ในปี 1993
ในช่วงแรก VIX ใช้วัดความคาดหวังความผันผวนจากออปชันของดัชนี S&P 100 จนกระทั่งในปี 2003 ได้มีการปรับปรุงครั้งสำคัญให้สะท้อนออปชันของ S&P 500 แทน ทำให้ครอบคลุมมากขึ้นและสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดมากกว่า ซึ่งเป็นรูปแบบของ VIX ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
หลังจากนั้น VIX ก็กลายเป็นเครื่องมือหลักของนักลงทุนสถาบัน เทรดเดอร์ และนักวิเคราะห์ โดยเริ่มเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 เมื่อ VIX พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยแตะระดับมากกว่า 80 จากความตื่นตระหนกในตลาดโลก และในเดือนมีนาคม 2020 ช่วงเริ่มต้นของโควิด VIX ก็พุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดนั้นอีกครั้ง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา VIX ได้พัฒนาไปไกลกว่าการเป็นเพียงตัวเลขหนึ่งค่า ปัจจุบันมันกลายเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเทรดได้ และมีระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น VIX Futures, ETF และ ETN ที่อิงกับมัน
จากงานวิจัยเชิงวิชาการสู่การใช้งานจริงในตลาด VIX ได้พัฒนาจนกลายเป็นมาตรฐานระดับโลกสำหรับการวัดความผันผวน
เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับ VIX
- VIX มีตลาดฟิวเจอร์สของตัวเอง
เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรหรือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนได้โดยตรงผ่าน VIX Futures โดยไม่ต้องซื้อขายหุ้น
- VIX ไม่ได้มีไว้เฉพาะนักลงทุนหุ้น
ทั้งนักลงทุนพันธบัตร ตลาดเงิน รวมถึงสายคริปโต ก็มักดู VIX เพื่อประเมินอารมณ์ของตลาดโดยรวม
- VIX เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 82.69 ในปี 2008
เกิดขึ้นช่วงวิกฤต Lehman Brothers ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดเต็มไปด้วยความกลัวและความไม่แน่นอนอย่างมาก
- VIX สามารถขึ้นได้แม้ตลาดกำลังเป็นขาขึ้น
เพราะมันสะท้อน “ความผันผวนที่คาดไว้” ไม่ใช่ทิศทางของราคา หากตลาดมีแนวโน้มแกว่งแรง VIX ก็มีโอกาสปรับขึ้นได้
- VIX ย่อมาจาก Volatility Index
ชื่อเต็มคือ CBOE Volatility Index และคำนวณจากออปชันของดัชนี S&P 500
- VIX มักเกิดจุดสูงในช่วงใกล้จุดต่ำของตลาด
ในอดีต เมื่อ VIX พุ่งแรง มักเป็นช่วงที่ความกลัวสูงสุด ซึ่งบางครั้งกลายเป็นจังหวะเข้าซื้อสำหรับนักลงทุน
- VIX ETF ไม่ได้เคลื่อนไหวเหมือน VIX โดยตรง
กองทุนอย่าง VXX หรือ UVXY อ้างอิง VIX Futures ไม่ใช่ค่า Spot จึงไม่ได้ขึ้นลงแบบเดียวกัน
- VIX สามารถลดลงเร็วมาก บางครั้งภายในข้ามคืน
เมื่อความกังวลในตลาดลดลง ความต้องการป้องกันความเสี่ยงหายไป VIX มักร่วงลงเร็ว ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า volatility crush (ความผันผวนยุบแรง)
บทสรุป
VIX หรือ Volatility Index เป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความผันผวนที่คาดการณ์ของดัชนี S&P 500 ในช่วง 30 วันข้างหน้า โดยอิงจากราคาออปชัน ทำหน้าที่เสมือนเครื่องวัดอารมณ์ของนักลงทุนแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ตลาดตึงเครียด และลดลงเมื่อสถานการณ์สงบ
- VIX คำนวณจากออปชันของ SPX ไม่ได้อิงจากราคาย้อนหลัง
- ถูกใช้โดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์ CTA และเทรดเดอร์ออปชัน เพื่อบริหารความเสี่ยงและประเมินความกลัวของตลาด
- เหตุการณ์อย่างตลาดร่วง การตัดสินใจดอกเบี้ยของ Fed เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และช่วง Triple Witching มักทำให้ VIX เคลื่อนไหวแรง
- Spot VIX และ VIX Futures อาจเคลื่อนไหวต่างกัน โดยเฉพาะในช่วงตื่นตระหนก ซึ่งเรียกว่า backwardation
- VIX ที่สูงไม่ได้แปลว่าตลาดจะพัง แต่สะท้อนความไม่แน่นอนและโอกาสที่ตลาดจะเคลื่อนไหวแรงทั้งขึ้นและลง
ในยุคที่ตลาดการเงินมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น VIX ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง มองหาโอกาส และทำความเข้าใจแรงขับเคลื่อนด้านอารมณ์ของตลาดโลก การติดตาม VIX ไม่ใช่แค่การดูความผันผวน แต่คือการอ่านอารมณ์ของตลาดแบบเรียลไทม์
เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นและใช้สำหรับการศึกษาเท่านั้น ความคิดเห็น การวิเคราะห์ ราคา หรือเนื้อหาอื่น ๆ ในเอกสารนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำในการลงทุน หรือเพื่อให้ความเข้าใจด้านกฎหมายของประเทศ Belize
ผลประกอบการในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันถึงผลประกอบการในอนาคต การกระทำหรือการตัดสินใจใด ๆ ตามข้อมูลในเอกสารนี้ เป็นความเสี่ยงของผู้ดำเนินการเอง XTB ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสีย ความเสียหาย หรือผลกำไรหรือขาดทุนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากการใช้ข้อมูลในเอกสารนี้
ทุกการตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบของท่านเอง