- ราคาน้ำมันกลับขึ้นเหนือ $107
- แรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลยังคงดำเนินต่อ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี กลับขึ้นเหนือ 5%
- ตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เป็น ‘สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน’ แล้ว แต่หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร?
- แรงเทขายหุ้น AI เริ่มชะลอลงในวันอังคาร
- แรงเทขายครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและความกังวล มากกว่าข้อมูลใหม่
- บททดสอบสำคัญครั้งต่อไปของหุ้น AI คือผลประกอบการไตรมาส 3 และแผนการลงทุนด้าน Capex ของบริษัท Hyperscaler
- ตลาดหมดหวังกับ TACO
- ราคาน้ำมันกลับขึ้นเหนือ $107
- แรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลยังคงดำเนินต่อ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี กลับขึ้นเหนือ 5%
- ตลาดมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เป็น ‘สิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน’ แล้ว แต่หลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร?
- แรงเทขายหุ้น AI เริ่มชะลอลงในวันอังคาร
- แรงเทขายครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและความกังวล มากกว่าข้อมูลใหม่
- บททดสอบสำคัญครั้งต่อไปของหุ้น AI คือผลประกอบการไตรมาส 3 และแผนการลงทุนด้าน Capex ของบริษัท Hyperscaler
- ตลาดหมดหวังกับ TACO
ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งในวันอังคาร หลังมีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโจมตีของกลุ่ม Houthi ต่อซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการโจมตีเรือในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยราคาน้ำมันดิบ Brent กลับขึ้นมาเหนือ $107 ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น
Brent ยังยืนเหนือ $105 ได้อย่างแข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันซื้อขายเหนือระดับ $100 ต่อบาร์เรลได้อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ส่งผลกระทบไปยังตลาดอื่นอย่างชัดเจน โดยแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลยังคงดำเนินต่อในวันอังคาร ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี กลับขึ้นเหนือ 5% ในช่วงเช้าวันนี้ และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบนับตั้งแต่ปี 2007
Fed ถูกกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุม Federal Reserve ในวันพรุ่งนี้ โดยตลาดการเงินแทบจะเชื่อมั่นแล้วว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย และขณะนี้ให้น้ำหนักถึง 92% ต่อการขึ้นดอกเบี้ย 25bp
แม้ Kevin Warsh จะไม่ได้ให้ Forward Guidance แต่ตลาดดูเหมือนจะเชื่อว่าเขาจะถูกกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและดื้อด้าน ซึ่งอาจถูกซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
Bond Yield สหรัฐฯ: Safe Haven มีอิทธิพลน้อยลง ขณะที่ความคาดหวังเงินเฟ้อมีบทบาทมากขึ้น
ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยเฉพาะ Treasury และ Gilt กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน กล่าวคือ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ก็มีแรงผลักให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นตาม
แม้ Gilt Yield จะคุ้นเคยกับช่วงที่มีความผันผวนอยู่แล้ว แต่ Treasury โดยทั่วไปมักมีความทนทานมากกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Treasury Yield ได้รับอิทธิพลจากกระแสเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยน้อยลง และได้รับแรงขับเคลื่อนจากความคาดหวังด้านเงินเฟ้อมากขึ้น โดยความสัมพันธ์ระหว่าง Treasury Yield กับราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี
สิ่งนี้หมายความว่า Fed จำเป็นต้องตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัว
ขณะเดียวกัน ตลาดจำเป็นต้องจับตาอัตราเงินเฟ้อ Headline มากขึ้น เนื่องจากแรงกระแทกจากราคาน้ำมันกำลังส่งผลโดยตรงต่อภาวะทางการเงินของสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบหรือไม่?
สถานการณ์ดังกล่าวยังเพิ่มความเสี่ยงที่วัฏจักรการคุมเข้มทางการเงินจะยืดเยื้อ ซึ่งอาจกดดันเศรษฐกิจได้ เมื่อวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์เริ่มสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดน้ำมันและกดดันตลาดพันธบัตร ก็อาจเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่ตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบ
นอกเหนือจากแรงเทขายในวันจันทร์ที่เกิดจาก Sentiment และความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนในธีม AI แล้ว ตลาดหุ้นยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง
ตลาด AI พักฐาน
ตลาดกำลังพักฐานในวันอังคาร ขณะที่ Futures ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากการกลับตัวอย่างรุนแรงของหุ้นในธีม AI ช่วงต้นสัปดาห์
หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P 500 ได้แก่ GE Vernova, Dell, Micron Technology, Hewlett Packard และ Broadcom ซึ่งล้วนเป็นบริษัทสำคัญต่อการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยหุ้นเหล่านี้ร่วงลงอย่างหนักในวันจันทร์ แม้ว่าบริษัท Hyperscaler จะไม่ได้ปรับลด Guidance ด้าน Capex ก็ตาม
Nvidia ปรับตัวลง 3% ขณะที่หุ้นกลุ่ม Cybersecurity กลับได้รับความสนใจ โดย Palo Alto Networks ปรับตัวขึ้น 13%
แรงเทขายหุ้น AI เริ่มชะลอลงในวันอังคาร โดย Nvidia ขณะนี้ปรับตัวขึ้น 0.5% ในช่วง Pre-market
บริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเพียงรายเดียวจากข่าวที่ว่าการพัฒนา AI ควรถูกชะลอลงคือ OpenAI โดย Sam Altman ซีอีโอของบริษัทเลื่อนแผน IPO ออกไปเป็นปีหน้า โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเลื่อนแผนดังกล่าว
แรงเทขาย AI ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกและความกังวล
สิ่งที่น่าสนใจคือซีอีโอของ Anthropic และ OpenAI ซึ่งออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI ต่างบริหารบริษัทเอกชน และไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากแรงเทขายในตลาดเมื่อวานนี้
ตลาดอาจตอบสนองต่อข่าวดังกล่าวรุนแรงเกินไป จึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่เราจะเห็นการฟื้นตัวในวันอังคาร โดยเฉพาะเมื่อแรงเทขายครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากข้อมูลใหม่ แต่เป็นผลจากความรู้สึกและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของ AI
เมื่อมองไปข้างหน้า ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 จะเป็นบททดสอบสำคัญของหุ้นในธีม AI เนื่องจากบริษัท Hyperscaler จะอัปเดต Guidance ของพวกเขา
หากบริษัทเหล่านี้ลดการใช้จ่ายด้าน AI เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย นั่นอาจเป็นจุดที่เราเห็นแรงเทขายรอบใหม่ในกลุ่มหุ้นชิป AI
ตลาดหมดหวังกับ TACO
สำหรับวันนี้ ตลาดจะจับตาราคาน้ำมันเป็นหลัก หลังจากความตึงเครียดและการโจมตีบริเวณช่องแคบ Hormuz และทะเลแดงทวีความรุนแรงขึ้น เทรดเดอร์เริ่มหมดหวังกับ TACO จากประธานาธิบดี Trump
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงอาจปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดพันธบัตรฟื้นตัวและทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง
เรามองว่าอาจสายเกินไปที่จะหยุดการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในวันพรุ่งนี้ แต่หากมีข้อตกลงเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าและนำไปสู่การยุติการสู้รบในตะวันออกกลาง ก็อาจช่วยหยุดวงจรการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกที่อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ และช่วยลดแรงกดดันต่อตลาดหุ้นได้
Chart 1: Nvidia ร่วง 7% ในหนึ่งเดือน เร็วและแรงเกินไปหรือไม่?
Source: XTB
Chart 2: Brent ยังไม่สามารถทะลุจุดสูงสุดที่ $108 จากวันจันทร์ แต่ยังยืนเหนือ $105 ได้อย่างแข็งแกร่ง
Source: XTB
หุ้น AI ร่วงแรง ตลาดผวา “คุม AI ไม่อยู่” หรือว่านี่คือโอกาสทีตลาดมองข้าม?
เยนอ่อนค่าอีกครั้ง 💴
The Week Ahead: Fed, AI และราคาพลังงาน อะไรจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด?
GOLD – Fed กับโจทย์สำคัญ: ขึ้นดอกเบี้ย หรือรักษาเสถียรภาพทางการเงิน?