โลหะมีค่ากำลังได้รับแรงหนุนจากความไม่เสถียรที่เพิ่มขึ้นในตลาดการเงินโลก ซึ่งกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และอาจส่งผลต่อความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries) แนวโน้มการกระจายความเสี่ยงออกจาก Treasuries ดูมีลักษณะเชิงกลยุทธ์และระยะยาวมากขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานของทองคำโดยเฉพาะ
ล่าสุด Goldman Sachs ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 4,900 ดอลลาร์
- หากสมมติว่าขาขึ้นถัดไปของทองคำยังคงเคลื่อนไหวตามรูปแบบ 1:1 เช่นเดียวกับแรงส่งสองรอบก่อนหน้า และช่วงการพักฐานก็ยังเป็นไปตามโครงสร้าง 1:1 เช่นกัน นั่นอาจหมายถึงการปรับฐานลงสู่บริเวณ 4,400 ดอลลาร์ ก่อนที่จะเริ่มแรงส่งขาขึ้นรอบใหม่
- ในกรณีดังกล่าว การปรับขึ้นรอบถัดไปอาจมีขนาดราว 1,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะพาทองคำขึ้นไปใกล้ระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ Goldman Sachs
- แรงส่งขาขึ้นสองรอบก่อนหน้า (กรกฎาคม–ตุลาคม และกลางตุลาคม–มกราคม 2026) ต่างให้ผลตอบแทนราว 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากการปรับฐานมีขนาดใกล้เคียงกัน การย่อตัวประมาณ 500 ดอลลาร์ ก็ถือว่าสอดคล้องกัน ซึ่งชี้ไปที่ความเป็นไปได้ของการทดสอบโซน 4,400 ดอลลาร์
- อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความแน่นอนว่าทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวตามรูปแบบนี้ต่อไป หรือจำเป็นต้องเกิดการปรับฐานแบบ 1:1 ในช่วงนี้
ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดต่อทองคำและกลุ่มโลหะมีค่าโดยรวม คือกรณีที่ Jerome Powell ยังคงดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต่อไป ซึ่งอาจลดโอกาสของการใช้นโยบายในลักษณะ “Trump model” ที่ Fed ปรับลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรง พร้อมยอมรับอัตราเงินเฟ้อใกล้เป้าหมาย
แม้ในสถานการณ์ดังกล่าว ก็ไม่ได้หมายความว่าธนาคารกลางต่างประเทศหรือกองทุนขนาดใหญ่จะไม่ตัดสินใจลดสัดส่วนการถือครอง Treasuries แต่อย่างใด
ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับ กรีนแลนด์ ประเด็นนี้อาจมีความสำคัญมากขึ้นสำหรับประเทศนอร์ดิกและกองทุนบำเหน็จบำนาญในยุโรปเหนือ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มประเทศ BRICS เท่านั้น
GOLD (กรอบเวลา D1)

Source: xStation5
ข่าวเด่นวันนี้ 26 มกราคม 2026
โกโก้ทรุดหนัก 7% 📉
ภาพรวมตลาด: PMI กำหนดทิศทางตลาดยุโรป 🚨
ตลาดเด่นวันนี้: EURUSD ถูกกดดันหลังการเปิดเผยข้อมูล PMI! 📉