อ่านเพิ่มเติม
09:28 · 8 พฤษภาคม 2026

Nvidia – แรงขับเคลื่อนการเติบโตยังไม่จบ จะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้หรือไม่?

Nvidia – แรงขับเคลื่อนการเติบโตยังไม่สิ้นสุด แล้วจะทำสถิติใหม่ได้หรือไม่?

ช่วงต้นปี 2026 ไม่ได้ราบรื่นนักสำหรับ NVIDIA โดยราคาหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบแคบราว 190 ดอลลาร์ตลอดช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม และเคยปรับตัวลงมากกว่า 22% จากจุดสูงสุดที่ทำไว้ในเดือนตุลาคม 2025 แรงกดดันต่อหุ้นมาจากทั้งปัจจัยมหภาคและภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาษีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่มขึ้น ทำให้บรรยากาศการลงทุนระมัดระวังมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน แนวโน้มเริ่มเปลี่ยนทิศ ตลาดกลับมามีแรงหนุนด้านโมเมนตัม และ Nvidia ก็ฟื้นตัวตามไปอย่างรวดเร็ว โดยราคาหุ้นดีดขึ้นเกือบ 30% จากจุดต่ำสุดปลายเดือนมีนาคม และตอนนี้เหลือระยะห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาลเพียงราว 4% เท่านั้น

การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากการคลี่คลายของความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์บางส่วน แต่ปัจจัยสำคัญยิ่งกว่าคือฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2026 ของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ที่ยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกต่อเนื่อง ขณะที่ Nvidia เตรียมประกาศงบวันที่ 20 พฤษภาคม ความคาดหวังของตลาดจึงถูกยกระดับสูงขึ้น และอาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้หุ้นยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หากผลประกอบการออกมาแข็งแกร่งอีกครั้ง


เรากำลังคาดหวังอะไรจาก Nvidia รอบนี้?

NVIDIA ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในกระแส AI ระดับโลก โดยปิดปีการเงิน 2026 ด้วยรายได้รวม 215.9 พันล้านดอลลาร์ เติบโตถึง 65% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่ทำรายได้สูงถึง 193.7 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนบทบาทสำคัญของ GPU AI ในระบบนิเวศการเติบโตของบริษัท

สิ่งนี้ทำให้ Nvidia กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ของการแข่งขันด้าน AI ในปัจจุบัน


แนวโน้มยังคงแข็งแกร่ง

ผู้บริหาร Nvidia ยังให้มุมมองเชิงบวกต่ออนาคต โดยคาดว่ารายได้ไตรมาส 1 ปีการเงิน 2027 จะอยู่ที่ราว 78 พันล้านดอลลาร์ หรือเติบโต 77% ขณะที่ตลาดยังคาดหวังสูงกว่านั้นอีก โดยเฉพาะหลังจากผลประกอบการของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์หลายรายออกมาดีกว่าคาด

จุดโฟกัสสำคัญถัดไปคือรายงานผลประกอบการวันที่ 20 พฤษภาคม ซึ่งนักลงทุนไม่ได้มองแค่ตัวเลขที่อาจ “ชนะคาดการณ์” เท่านั้น แต่ยังจับตาแนวโน้มไตรมาส 2 อย่างใกล้ชิด โดย Wall Street คาดว่า Nvidia อาจทำรายได้ถึง 86.6 พันล้านดอลลาร์ใน Q2 ปีการเงิน 2027 หรือเติบโตถึง 85%


ดีมานด์ AI ยังไม่ชะลอ

สิ่งที่ยืนยันภาพการเติบโตคือการใช้จ่ายด้าน AI ของลูกค้ารายใหญ่ยังคงเร่งตัวต่อเนื่อง:

  • Meta Platforms เพิ่มงบลงทุนสูงสุดเป็น 145 พันล้านดอลลาร์
  • Microsoft วางแผน Capex ถึง 190 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026

นี่สะท้อนว่าความต้องการ GPU AI อาจสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้มาก ซึ่งหมายความว่า ตัวเลขคาดการณ์รายได้ของ Nvidia ในปัจจุบันอาจยัง “ระมัดระวังเกินไป”

 

Nvidia ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องทุกไตรมาสและทุกปี

แล้วไตรมาสถัดไปจะมี “เซอร์ไพรส์” อีกหรือไม่?
ที่มา: YahooFinance


 กลยุทธ์การกระจายฐานลูกค้า

แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะเห็นอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ Nvidia ยังมีแรงหนุนสำคัญจากกระแสการลงทุน AI ที่ยังไม่ชะลอตัว

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยียังคงเพิ่มงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการ GPU ของ Nvidia ยังอยู่ในระดับสูง แม้หลายบริษัทจะเริ่มพัฒนาชิปของตัวเองก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพากลุ่ม hyperscaler (ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่) มากเกินไปยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ

ดังนั้น Nvidia จึงเริ่มขยายฐานลูกค้าไปยัง:

  • ภาคธุรกิจองค์กร
  • โครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับประเทศของรัฐบาล

ในรายงาน Q4 ปีการเงิน 2026 รายได้จากธุรกิจ “AI ระดับประเทศ” เติบโตถึง 3 เท่า ทะลุ 30 พันล้านดอลลาร์ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่สำคัญ


 AI ไม่ได้จำกัดแค่ Data Center อีกต่อไป

ปัจจุบัน AI ขยายไปไกลกว่าแชตบอทและศูนย์ข้อมูล

เข้าสู่ยุคของ AI เชิงกายภาพ (Physical AI) เช่น:

  • หุ่นยนต์
  • รถยนต์ไร้คนขับ
  • ระบบอัตโนมัติในโลกจริง

Nvidia สร้างรายได้จากกลุ่มนี้แล้วราว 6 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต

แม้บริษัทอย่าง Tesla จะพัฒนาชิปของตัวเอง แต่ตลาด AI ยังมีขนาดใหญ่พอที่ Nvidia จะยังคงเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรม


 จีน: โอกาสที่ยังไม่แน่นอน

การกลับมาส่งออกไปจีนอาจเป็นแรงหนุนสำคัญในอนาคต

แต่ยังมีความเสี่ยงสูงจาก:

  • นโยบายการค้าสหรัฐฯ–จีน
  • ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี

 ชิปที่แรงที่สุดกำลังจะมา?

GPU Blackwell GB300 ถูกมองว่าเป็นหัวใจของการแข่งขัน AI ระดับโลก

  • แรงกว่ารุ่น Hopper H100 ถึง 50 เท่า

 ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของพลังประมวลผล AI


 รุ่นถัดไป: Vera Rubin

ในงาน GTC 2026 Jensen Huang เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่:

  • GPU Rubin
  • CPU Vera
  • NVLink 6
  • ระบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูง

จุดเด่น:

  • ลดจำนวน GPU ที่ต้องใช้ในการเทรน AI ลง 75%
  • ลดต้นทุน inference ได้ราว 90%

 หากสำเร็จ จะทำให้ AI ถูกลง ใช้งานแพร่หลายมากขึ้น และกลับมาดันความต้องการ GPU อีกครั้ง

คาดว่าจะเริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


 ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง

แรงกดดันหลักมาจากลูกค้ารายใหญ่ของ Nvidia เอง:

  • Amazon (ชิป Trainium)
  • Google (TPU)

Amazon

  • ธุรกิจชิป AI อาจสร้างรายได้ ~50 พันล้านดอลลาร์ หากแยกออกมาเป็นบริษัทเดี่ยว

Google

  • Backlog cloud พุ่งถึง 462 พันล้านดอลลาร์
  • เตรียมเปิด TPU ให้ลูกค้าภายนอกใช้งาน

 แนวโน้มชัดเจน: hyperscaler กำลังลดการพึ่งพา Nvidia และสร้างชิปของตัวเอง


 Nvidia แพงเกินไปหรือไม่?

  • P/E (ย้อนหลัง): ~42.5 เท่า
  • P/E (คาดการณ์ล่วงหน้า): ~24 เท่า

เมื่อเทียบกับ S&P 500 (ล่วงหน้า ~21.8 เท่า) ถือว่าไม่ได้สูงเกินไปมาก

สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญมากกว่า:

  • การเติบโตของรายได้
  • ความเป็นผู้นำใน AI
  • วัฏจักรการลงทุน AI ที่ยังไม่สิ้นสุด

 สรุป

Nvidia ยังคงอยู่ “ศูนย์กลาง” ของกระแส AI โลก

แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น และการประเมินมูลค่าจะเป็นประเด็นถกเถียง แต่แรงขับเคลื่อนจาก:

  • Data Center AI
  • AI ระดับประเทศ
  • Physical AI
  • ชิปรุ่นใหม่

 ทำให้ตลาดยังคงคาดหวังว่า “เซอร์ไพรส์รอบใหม่” อาจเกิดขึ้นได้ในรายงานผลประกอบการครั้งถัดไปอีกครั้ง

 

อัตราส่วน P/E forward กำลังค่อย ๆ ลดลงสู่ระดับที่สมเหตุสมผลมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงปี 2022 - 2023
ที่มา: Stockanalysis


 บทสรุป

โดยภาพรวม เรื่องราวการเติบโตของ NVIDIA อาจยังเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” เท่านั้น

การแข่งขันด้าน AI ระดับโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งตัวอย่างชัดเจน โดยบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่องใน:

  • ศูนย์ข้อมูล (Data Center)
  • โมเดล AI
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูง

นั่นหมายความว่า ความต้องการ GPU สำหรับ AI ซึ่งเป็นตลาดที่ Nvidia ครองความเป็นผู้นำ มีแนวโน้มจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องไปอีกหลายปี


ความคาดหวังนี้กำลังกลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อแนวโน้มขาขึ้นของหุ้น Nvidia ในช่วงที่ผ่านมา

ด้วยความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ระบบนิเวศซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง และบทบาทที่แทบจะทดแทนไม่ได้ในห่วงโซ่อุปทาน AI ปัจจุบัน นักลงทุนจำนวนมากยังเชื่อว่า Nvidia ยังมี “พื้นที่การเติบโตอีกมาก”
แทนที่จะเข้าสู่ช่วงอิ่มตัวอย่างที่เคยกังวลกันก่อนหน้านี้


 การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ที่มา: xStation5


หลังจากทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาลในช่วงปลายเดือนเมษายน หุ้น NVIDIA ได้ปรับฐานลงประมาณ 9% อย่างไรก็ตาม แรงซื้อกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ราคาฟื้นตัวขึ้นเหนือระดับจิตวิทยาที่ 200 ดอลลาร์ และตอนนี้เหลือระยะห่างจากจุดสูงสุดเดิมเพียงราว 4% เท่านั้น การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นใน Nvidia ในระดับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ความคาดหวังเกี่ยวกับ AI ยังไม่ลดลง


ปัจจุบันหุ้นยังคงรักษาโครงสร้างขาขึ้นไว้ได้ โดยเส้น SMA 20 อยู่เหนือ SMA 50 แม้จะเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรชัดเจนหลังจากราคาทำจุดสูงสุดที่ระดับ 216 ดอลลาร์ จุดที่น่าสนใจที่สุดในตอนนี้คือการตอบสนองของราคาบริเวณ SMA 20 (โซน 208 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่ในวงกลมสีส้ม)

หากราคาสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ และสอดคล้องกับตัวชี้วัด Stochastic Oscillator (SO) ที่อยู่ในโซน oversold และเริ่มตัดขึ้น จะถือเป็นสัญญาณสนับสนุนฝั่งขาขึ้นอย่างชัดเจน

ในทางกลับกัน หากแรงขายเพิ่มขึ้นจนทำให้ราคาหลุด SMA 20 อาจเห็นการย่อลงไปยังแนวรับสำคัญที่ 188 ดอลลาร์ (ซึ่งตรงกับ SMA 50) อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดของแนวโน้มขาขึ้น แต่เป็นเพียงช่วง “พักตัว” เพื่อให้ตลาดดูดซับแรงขายก่อนเข้าสู่รอบใหม่


อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระวังความเสี่ยงจากปัจจัยไม่คาดคิด โดยเฉพาะผลประกอบการที่จะประกาศในเร็ว ๆ นี้ หากมีข่าวเชิงลบที่รุนแรงพอจนทำให้ราคาหลุด SMA 50 อาจเป็นสัญญาณเตือนของการปรับฐานที่ลึกขึ้น โดยแนวรับถัดไปที่ต้องจับตาคือบริเวณ 165 ดอลลาร์

7 พฤษภาคม 2026, 16:10

เทรดเด่นวันนี้: EUR/USD ปรับตัวขึ้น แต่ยังคงเป็นเกมของความคาดหวัง ไม่ใช่แนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน

7 พฤษภาคม 2026, 16:06

โครนเนอร์นอร์เวย์ (NOK) พุ่งขึ้น หลังธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

7 พฤษภาคม 2026, 14:02

🚨 ข้อมูลภาคการผลิตเยอรมนีออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด!

7 พฤษภาคม 2026, 14:00

การเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ–อิหร่าน ภายใต้เงาเส้นตายจาก Trump

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก