เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้น Wall Street ปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ออกมาจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงกรอบเบื้องต้น รวมถึงแรงสนับสนุนจากฤดูกาลประกาศผลประกอบการบริษัท ส่งผลให้ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่
- S&P 500 +1.5%
- Nasdaq 100 +2%
- Dow Jones Industrial Average +1.2%
สถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่านยังคงเป็นศูนย์กลางความสนใจของตลาดโลก โดยตามรายงานของ The Wall Street Journal ตัวแทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ร่วมกับคนกลาง กำลังทำงานเกี่ยวกับบันทึกข้อตกลง 14 ข้อ ซึ่งอาจเป็นพื้นฐานของข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง
เตหะรานคาดว่าจะตอบข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี ผ่านช่องทางการเจรจาที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง
ความคาดหวังต่อการลดความตึงเครียดดังกล่าวได้รับการตอบรับเชิงบวกจากนักลงทุน ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงลงใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับสถานการณ์ที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง และเสถียรภาพในภูมิภาคดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษาของ Trump เริ่มกังวลถึงผลกระทบทางการเมืองจากสงครามยืดเยื้อกับอิหร่าน โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม และท่ามกลางราคาพลังงานในสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น ภายในรัฐบาลเริ่มมีมุมมองว่า การยกระดับความขัดแย้งอาจส่งผลลบต่อคะแนนนิยมของพรรครีพับลิกัน เพราะประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม Trump ยังคงมีจุดยืนแข็งกร้าวต่อเตหะราน โดยออกคำขาดว่า หากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงที่เสนอ สหรัฐฯ จะเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีทางอากาศ พร้อมย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ตามรายงานล่าสุดจาก Axios ยังมีความเป็นไปได้ที่ Trump อาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้งก่อนการเดินทางเยือนจีนของเขา
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกแข็งแกร่งเช่นกัน นักลงทุนเพิ่มความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยง จากความหวังเรื่องการหยุดยิงกับอิหร่าน และการหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งช่วยหนุนทั้งตลาดหุ้นและเสถียรภาพของภาคพลังงาน
Nikkei 225 ของญี่ปุ่นโดดเด่นที่สุด พุ่งกว่า 6% หลังกลับมาเปิดตลาดจากวันหยุด Golden Week และทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือ 63,000 จุด ขณะที่
- Hang Seng Index +1.3%
- KOSPI +1%
- S&P/ASX 200 ปรับตัวขึ้นเช่นกัน
ญี่ปุ่นยังคงส่งสัญญาณแทรกแซงค่าเงินด้วยวาจาอีกครั้ง โดย Atsushi Mimura รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าทางการกำลังติดตามค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด และพร้อมตอบสนองต่อความเคลื่อนไหวที่ผันผวนเกินไป
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าประสิทธิภาพของการแทรกแซงอาจมีจำกัด เพราะความขัดแย้งในอิหร่านยังคงหนุนดอลลาร์สหรัฐ และกดดันเยนผ่านราคาพลังงานที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ รายงานการประชุมเดือนมีนาคมของ Bank of Japan ยังสะท้อนท่าที hawkish มากขึ้น โดยผู้กำหนดนโยบายส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามคาดการณ์ พร้อมย้ำว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่
ในฝั่งออสเตรเลีย ข้อมูลการค้ากลับสวนทางกับ sentiment เชิงบวกทั่วโลก โดยประเทศรายงานการขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายปี 2017 ที่ระดับ 1.8 พันล้าน AUD ในเดือนมีนาคม
ตลาดโลหะมีค่ายังคงแข็งแกร่ง
- ทองคำ +0.4% เหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- เงิน +1.5% outperform ตลาด
ในทางกลับกัน ตลาดคริปโตอยู่ภายใต้แรงกดดัน
- Bitcoin -0.3% ทดสอบระดับ 81,000 ดอลลาร์
- Ethereum -1.5% หลุดต่ำกว่า 2,350 ดอลลาร์
🚨 ข้อมูลภาคการผลิตเยอรมนีออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด!
ข่าวเด่นวันนี้ 7 พ.ค.
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: Bitcoin ปรับตัวขึ้น และกำลังเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ
ทองคำพุ่ง 3% จากแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ลดลง