ตัวเลขเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรออกมาตามคาดที่ 3.1% ในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นจาก 2.9% ในเดือนกรกฎาคม และเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม แรงกระแทกที่แท้จริงต่อการเติบโตของราคาน่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน เมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเหนือ $100 ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินและก๊าซปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
แรงกดดันด้านราคายังไม่รุนแรงไปกว่าที่คาด
- อย่างไรก็ตาม ตลาดยังพอคลายความกังวลได้เล็กน้อยที่แรงกดดันด้านราคาในเดือนที่ผ่านมาไม่ได้รุนแรงไปกว่านี้ ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรทำจุดสูงสุดใหม่สูงขึ้นไปอีก ตามคาด ราคาหมวดขนส่งเป็นปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อดัชนี CPI มากที่สุด ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวที่ 2.6% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนกรกฎาคม และเงินเฟ้อภาคบริการยังคงอยู่ที่ 3.4%
แนวโน้มเงินเฟ้อยังคงน่ากังวล
- ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเงินเฟ้อกำลังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนในรายงานนี้อาจสร้างความกังวลให้กับกลุ่ม Hawkish ภายใน BOE โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 6.1% YoY และราคาหน้าโรงงานที่เพิ่มขึ้น 3.7% ในท้ายที่สุด ต้นทุนเหล่านี้อาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคที่กำลังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพ หรือไม่เช่นนั้นก็อาจบีบให้ Margin ของภาคธุรกิจลดลง ซึ่งทั้งสองกรณีล้วนไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร
วงจรการขึ้นดอกเบี้ยยังคงเป็นไปได้
- การที่เงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัวถือเป็นปัจจัยเชิงบวก อย่างไรก็ตาม BOE ระบุว่า ขณะนี้ราคาพลังงานมีความสำคัญต่อคาดการณ์เงินเฟ้อมากกว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน ขณะที่ Energy Price Cap คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงฤดูหนาว และมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า Price Cap อาจปรับขึ้นถึง 25% ในเดือนมกราคม หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงเช่นนี้
- ดังนั้น แม้ตลาด Interest Rate Futures จะลดการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ BOE ในวันพรุ่งนี้ลงหลังการประกาศตัวเลข CPI แต่รายละเอียดของข้อมูลเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมหมายความว่า BOE ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตออกไปได้ ขณะนี้ตลาดยัง Price in การขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 4 ครั้งภายในสิ้นปีหน้า โดยปัจจัยที่จะทำให้การคาดการณ์ดังกล่าวหายไปคือการยุติสงครามในอิหร่านและการคลี่คลายข้อจำกัดด้านอุปทานในตะวันออกกลาง จนกว่าจะถึงตอนนั้น ความเป็นไปได้ของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยที่ยืดเยื้อจะยังคงเป็นปัจจัยกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร
ภารกิจหลักของ BOE คือการควบคุมเงินเฟ้อ
- เราคาดว่า BOE จะเลือก “Hawkish Hold” จากข้อมูลเศรษฐกิจที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ โดยควรพิจารณาข้อมูล CPI ควบคู่กับรายงานตลาดแรงงาน เนื่องจากตลาดแรงงานกำลังอ่อนแอลง และข้อมูลเมื่อวันอังคารออกมาอ่อนแอในหลายด้าน ทั้งจำนวนตำแหน่งงานว่าง การลดลงของจำนวนพนักงานที่อยู่ในระบบ Payroll และการเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริงของแรงงานภาคเอกชนที่ติดลบ
- อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา ภารกิจหลักของ BOE คือการควบคุมเงินเฟ้อ และเมื่อคาดว่า Headline CPI จะทำจุดสูงสุดเหนือ 4% ในช่วงปลายปีนี้ BOE จึงจำเป็นต้องดำเนินการ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดูเปราะบางก็ตาม
พันธบัตรอังกฤษ: ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ Fed
- บอนด์ยีลด์ UK Gilt ช่วงอายุสั้นปรับตัวลงเล็กน้อยหลังการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ และในขณะนี้การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของ Gilt Yields เริ่มหยุดพัก การพักตัวครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแรงกระแทกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาด UK Gilt ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยภายในเวลาเพียง 5 วัน บอนด์ยีลด์ Gilt อายุ 2 ปีเพิ่มขึ้น 21 bps ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 11 bps
- ในสัปดาห์นี้เราอาจเห็น Gilt Yields ชะลอตัวลงเพิ่มเติม โดยเฉพาะหากทั้ง Fed และ BOE ส่งสัญญาณต่อต้านแนวคิดเรื่องวงจรการขึ้นดอกเบี้ยที่ยืดเยื้อ
มุมมองของตลาด
- ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันและพลังงานประเภทอื่น ๆ ปรับตัวลงในวันพุธ อย่างไรก็ตาม Brent ยังคงอยู่เหนือ $107 ต่อบาร์เรล และตลาดอยู่ในโหมด Wait and See ก่อนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในคืนนี้
- เงินปอนด์อ่อนค่าลง สะท้อนมุมมองของตลาดว่าตัวเลข CPI ไม่ได้ออกมาแย่อย่างที่กังวล โดยแนวรับสำคัญของ GBP/USD อยู่ที่ $1.3450 ขณะที่ US Equity Futures ชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มเปิดบวก โดยแรงซื้อในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- แม้ตัวเลขเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรจะมีความสำคัญต่อตลาดพันธบัตรอังกฤษ แต่ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ Fed หาก Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณที่ Hawkish น้อยกว่าที่ตลาดคาด เรามองว่าอาจไม่เป็นผลดีต่อตลาดพันธบัตร และอาจกลับมาเป็นแรงหนุนต่อทองคำ เนื่องจากตลาดกังวลว่าธนาคารกลางที่สำคัญที่สุดของโลกอาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมเงินเฟ้อ
ตลาด AI พักฐาน ขณะที่พันธบัตรและน้ำมันกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง
หุ้น AI ร่วงแรง ตลาดผวา “คุม AI ไม่อยู่” หรือว่านี่คือโอกาสทีตลาดมองข้าม?
เยนอ่อนค่าอีกครั้ง 💴
The Week Ahead: Fed, AI และราคาพลังงาน อะไรจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด?