ราคา Bitcoin กำลังปรับตัวลดลงในวันนี้ หลุดลงต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่สำคัญ และสูญเสียโมเมนตัมที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ขณะที่ Ethereum ยังคงพยายามยืนเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐให้ได้ แม้จะมีข่าวเชิงบวกหลายประเด็น ทั้งแรงซื้อที่แข็งแกร่งจากกองทุน ETF ในช่วงต้นปี (มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสองวันทำการแรกของปี) รวมถึงการตัดสินใจเชิงบวกของ MSCI ที่ยังคงรวมบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตไว้ในดัชนี แต่ตลาดกลับยังคงเผชิญกับแรงปรับฐาน
เมื่อวานนี้ กองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ บันทึกกระแสเงินไหลออกสุทธิสูงถึง 483 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนี Coinbase Premium Index ปรับตัวลงสู่แดนลบที่ระดับ -0.07 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการจากนักลงทุนสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง แม้พาดหัวข่าวจะดูเป็นบวกก็ตาม
ในภาพรวม มีความเสี่ยงสำคัญอยู่สองประการ ประการแรก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 3.5% กำลังสร้างแรงกดดันต่อสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งเงินต้นทุนต่ำในตลาดการเงินโลก โดยสภาพคล่องส่วนหนึ่งในอดีตถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มการลงทุนใน Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ
ประการที่สอง Bitcoin ปรับฐานลงหลังจากขึ้นไปแตะระดับ 95,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับ “แกมมา” ที่สำคัญสำหรับดีลเลอร์ หากราคาสามารถทะลุขึ้นไปเหนือระดับดังกล่าวได้ ค่าแกมมาจะเข้าสู่แดนลบ และบังคับให้นักลงทุนต้องเข้าซื้อ BTC เพิ่มขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของราคา อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาวะปัจจุบัน กลไกของแกมมากลับเอื้อให้แรงขายสามารถสะสมได้มากขึ้น
Bitcoin (กรอบเวลา D1)
หากการปรับตัวลงยังคงดำเนินต่อไป อาจกระตุ้นแรงขายในลักษณะขาลงไปยังบริเวณ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่แนวต้านสำคัญยังคงอยู่ที่บริเวณจุดสูงสุดระยะสั้นก่อนหน้าแถว 93,000–95,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังได้รับแรงเสริมเพิ่มเติมจากเส้น EMA50 (เส้นสีส้ม)

Source: xStation5
Chart of the Day: การฟื้นตัวของ เงินคำเงิน (Silver) กำลังเผชิญแรงขายจากกองทุน BCOM 🚨
สรุปข่าวเช้า
NY Fed Survey: higher inflation expectations, but also higher equity price expectations 📄🔎
คริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวลดลง 📉 Ripple ร่วง แม้มีความร่วมมือกับ Amazon