เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่โรงกลั่นของ Valero หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดพลังงานไฮโดรคาร์บอนของสหรัฐฯ โดยเมื่อไม่กี่เดือนก่อน บริษัทได้ลงนามข้อตกลงกับ Chevron เกี่ยวกับการแปรรูปน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา
- ตามข้อมูลที่มีอยู่ ต้นเพลิงมาจากหน่วย hydroprocessing ของดีเซล แม้ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มควันปกคลุมพื้นที่อยู่ โรงกลั่นของ Valero คิดเป็นเกือบ 2% ของกำลังการกลั่นทั้งหมดในสหรัฐฯ
- สิ่งสำคัญคือ จากรายงานสต็อกน้ำมันล่าสุด ปัญหาการขาดแคลนที่รุนแรงที่สุดในห่วงโซ่อุปทานเกิดขึ้นในฝั่ง “การกลั่น” มากกว่าน้ำมันดิบเอง
- นอกจากนี้ โรงกลั่นแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยาน (jet fuel) รายสำคัญ ซึ่งปัจจุบันเป็นเชื้อเพลิงที่ขาดแคลนมากที่สุด อันเป็นผลจากความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย
อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีสัญญาณว่ากำลังการผลิตของโรงกลั่นลดลงในระดับที่มีนัยสำคัญต่อตลาดหรือเศรษฐกิจโดยรวม
ทั้งนี้ ควรจำไว้ว่าก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่อิหร่านเคยเตือน Donald Trump ถึงความเป็นไปได้ของ “เหตุไม่คาดคิด” และการปรับตัวขึ้นของราคา แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันในขณะนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผลที่จะตั้งข้อสงสัยว่า เหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่อุบัติเหตุ และอาจไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เราจะได้เห็นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ราคาน้ำมันฟื้นตัวแตะ $100 ต่อบาร์เรล 📈
ยังมีอะไรที่เราอาจมองข้ามไปเกี่ยวกับอ่าวเปอร์เซีย❓
📈 US500 พยายามฟื้นตัว
Wall Street กลับมาถูกกดดันอีกครั้ง 📉 หุ้นกลุ่ม IT ร่วง ขณะที่กลุ่ม น้ำมัน & ก๊าซ ปรับตัวขึ้นแรง