- วิเคราะห์ทางเทคนิคโดย: Max Tran - XTB Senior Analyst
- วิเคราะห์ทางเทคนิคโดย: Max Tran - XTB Senior Analyst
ตลาดโลหะมีค่าเปิดสัปดาห์ด้วยแรงบวก – ทองคำพุ่งก่อนชะลอโมเมนตัม
ตลาดโลหะมีค่าเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความคึกคัก โดยราคาทองคำสปอตปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ปิดที่ระดับ 4,571.3 USD/oz เพิ่มขึ้น 1.35% (หรือ +60.8 USD/oz) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า แรงหนุนดังกล่าวยังส่งต่อไปยังตลาดเงิน โดยราคาซิลเวอร์ปรับขึ้นอย่างโดดเด่น 3.4% แตะระดับ 78.2 USD/oz อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน โมเมนตัมขาขึ้นของทองคำเริ่มถูกจำกัดลงบางส่วน และเริ่มเห็นสัญญาณการเคลื่อนไหวออกด้านข้างบริเวณ 4,530 USD/oz
ราคาน้ำมันปรับตัวลง ช่วยลดความกังวลเงินเฟ้อ
ความเชื่อมโยงระหว่างตลาดพลังงานและโลหะมีค่าเริ่มชัดเจนมากขึ้น หลังจากชุดโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการพบหารือระดับสูงระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์ ซึ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ความคาดหวังต่อการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ 3 เดือน และการเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ได้กระตุ้นแรงขายในตลาดพลังงานอย่างหนัก
ราคาน้ำมัน Brent ในลอนดอนร่วงลง 7% มาอยู่ที่ 96.14 USD/บาร์เรล ขณะที่น้ำมัน WTI ในตลาดนิวยอร์กปรับลงมากกว่า 6% สู่ระดับ 90.3 USD/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ นักวิเคราะห์ระบุว่า เมื่อราคาน้ำมันลดลงต่ำกว่าระดับเลขสามหลัก แรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลกจะผ่อนคลายลง ซึ่งช่วยลดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และธนาคารกลางอื่น ๆ จะต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้สภาพแวดล้อมมหภาคเอื้อต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน เช่น ทองคำ มากขึ้นในทางอ้อม

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ลดลง 2.86% จากจุดสูงสุดล่าสุด การชะลอตัวดังกล่าวช่วยหนุนบรรยากาศตลาดให้กลับมามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น
ที่มา: Investing
ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย – ยูเครนกลับมาปะทุอีกครั้ง
หลังจากช่วงเวลาที่สถานการณ์ค่อนข้างเงียบลง โดยตลาดให้ความสนใจกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเป็นหลัก ล่าสุดภูมิรัฐศาสตร์โลกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน
พัฒนาการล่าสุด รวมถึงการโจมตีที่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เกิดความกังวลว่าเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์โลกยังคงยืดเยื้อและยากต่อการควบคุมในระยะข้างหน้า
ตลาดเคยเห็นมาแล้วว่า ความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาคนี้สามารถกระตุ้นความผันผวนรุนแรงในตลาดการเงินได้อย่างมาก ตั้งแต่ตลาดพลังงาน (โดยในบางช่วง Oil.WTI เคยพุ่งแตะระดับ 130 USD/บาร์เรล) ไปจนถึงตลาดโลหะมีค่า ดังนั้น การปะทุของความขัดแย้งในรอบนี้ ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านที่ยังไม่บรรลุข้อตกลงที่ชัดเจน ยิ่งทำให้ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมาเพิ่มขึ้น
“รายใหญ่ยังคงนิ่ง”
ในขณะเดียวกัน การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำ
ดัชนี Dollar Index (DXY) ปิดตลาดลดลง 0.23% มาอยู่ที่ 99.01 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์
การอ่อนค่าของดอลลาร์มีลักษณะเชิงโครงสร้างจากสองปัจจัยหลัก
- ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้กระแสเงินเก็งกำไรในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์ลดลง
- ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ส่งผลให้บทบาทและความได้เปรียบด้านการค้าของสหรัฐฯ ในฐานะประเทศผู้ส่งออกพลังงานสุทธิลดลง
ดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น จึงเป็นแรงหนุนทางอ้อมต่อราคาทองคำ
อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาณทางเทคนิคจะเป็นบวก แต่สถาบันการเงินขนาดใหญ่ยังคงระมัดระวังอย่างมาก โดยกองทุน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง SPDR Gold Trust ไม่ได้มีการซื้อหรือขายสุทธิใด ๆ เพิ่มเติม โดยยังคงถือครองทองคำที่ระดับ 1,034.9 ตัน สะท้อนว่ากระแสเงินทุนขนาดใหญ่ยังรอความชัดเจนจากเอกสารการเจรจาอย่างเป็นทางการ มากกว่าการตอบสนองต่อถ้อยแถลงในโซเชียลมีเดีย
การวิเคราะห์ทางเทคนิค

ที่มา: xStation5
แนวต้านบริเวณ 4,580 USD/oz ถูกทดสอบหลายครั้ง แต่ราคาทองคำยังไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้อย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนว่าแรงขายยังคงป้องกันโซนดังกล่าวได้ค่อนข้างแข็งแรง และสร้างแรงกดดันต่อแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น
ณ ขณะนี้ การปรับฐานในช่วงเช้าได้ดึงให้ราคากลับมาทดสอบเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น ซึ่งถือเป็น “ฐานรองรับสำคัญ” ของการฟื้นตัวรอบล่าสุด โดยปฏิกิริยาของราคาบริเวณนี้จะมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดทิศทางถัดไปของตลาด
นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงอย่างมากยังสะท้อนถึงภาวะความระมัดระวังที่ปกคลุมตลาดอยู่ในขณะนี้ ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายยังไม่พร้อมที่จะผลักดันให้เกิดการทะลุกรอบอย่างชัดเจน จนกว่าจะมีปัจจัยกระตุ้นใหม่เข้ามา
ในกรณีเชิงลบ หากราคาทองคำ (Gold) หลุดแนวรับบริเวณ 4,500 USD/oz ลงไป แรงขายอาจเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวลงสู่โซน 4,400 USD/oz ซึ่งเป็นแนวรับสำคัญถัดไป
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นยังไม่ถูกทำลาย เนื่องจากเส้นแนวโน้มขาขึ้น (เส้นสีแดง) ยังคงสามารถประคองราคาไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตราบใดที่ราคายังยืนเหนือโซนดังกล่าว ฝั่งซื้อยังมีโอกาสกลับมาสร้างแรงส่งได้อีกครั้ง หากราคาสามารถทะลุแนวต้าน 4,580 USD/oz ด้วยแรงซื้อที่แข็งแกร่ง จะเปิดทางไปสู่การปรับตัวขึ้นรอบใหม่ โดยมีเป้าหมายถัดไปบริเวณ 4,650 USD/oz
ตลาดเด่นรายวัน: OIL.WTI (26.05.2026)
ปฏิทินเศรษฐกิจมหภาค: ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เป็นจุดโฟกัส (25.05.2026)
Morning Wrap: สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน — แล้วการเจรจาจะเดินหน้าต่ออย่างไร? (25.05.2026)
ข่าวเด่นวันนี้ 26 พ.ค.