ดัชนีหุ้นยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันในวันนี้ หลังการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน ได้ลดความหวังเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพที่อาจเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลง 0.2% ขณะที่ DAX ลดลงราว 0.49–0.7% และ Euro Stoxx 50 อ่อนตัวลง 0.78% อย่างไรก็ตาม FTSE 100 กลับสวนทางตลาด โดยปรับตัวขึ้นประมาณ 0.7–0.9% จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่
ปัจจัยหลักที่กดดันบรรยากาศการลงทุนคือความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีเชิง “ป้องกัน” ในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ Marco Rubio ยอมรับว่า การเจรจาสันติภาพอาจต้องใช้เวลา “อีกหลายวัน”
ราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% ในวันนี้ และกำลังเข้าใกล้ระดับ 99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ลดลงราว 3.7% มาอยู่ที่ 93 ดอลลาร์ หลังตลาดสหรัฐฯ กลับมาเปิดทำการอีกครั้งหลังวันหยุดยาว
ด้านค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยดัชนี DXY เพิ่มขึ้นเพียง 0.04% สู่บริเวณ 98.96 จุด ขณะที่คู่เงิน EUR/USD ยังคงทรงตัวที่ระดับ 1.1644

ในระดับรายกลุ่มอุตสาหกรรมของดัชนี Euro Stoxx 50 กลุ่ม Consumer Discretionary (-1.79%) และ Industrials (-1.66%) เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงแรงที่สุด ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีอ่อนตัวลง 1.30%
มีเพียงกลุ่ม Utilities (+1.00%) และ Energy (+0.27%) ที่ยังเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยได้รับแรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสินทรัพย์เชิงป้องกันความเสี่ยง
ที่มา: XTB
ข้อมูลบริษัท
หุ้นของ Ferrari และ Iberdrola กำลังเป็นสองบริษัทที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนในยุโรปมากที่สุดในขณะนี้
ที่มา: XTB
- Ferrari ร่วงลงเกือบ 6% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่แรงที่สุดในรอบหลายเดือน หลังผู้ผลิตรถหรูเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของบริษัทอย่าง Ferrari Luce ในช่วงเวลาที่คู่แข่งหลายราย เช่น Porsche และ Lamborghini กำลังลดความทะเยอทะยานด้าน EV ลง เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ นักวิเคราะห์ชี้ว่า ผู้ผลิตจากจีนยังคงเป็นผู้นำระดับโลกในตลาด EV ซึ่งทำให้แบรนด์ยุโรปดั้งเดิมต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น
- Safran ปรับตัวลงมากกว่า 3% ขณะที่ Airbus ลดลง 1.6% โดยหุ้นกลุ่มการบินกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อ Supply Chain ในช่วงที่ผ่านมา Lufthansa และ Ryanair ปรับตัวลง 1.4% และ 0.7% ตามลำดับ ขณะที่ Morgan Stanley ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนของ Lufthansa ลง
- ด้าน Iberdrola ปรับตัวขึ้นกว่า 1.44–1.47% และกลายเป็นหุ้นที่ปรับตัวดีที่สุดในดัชนี Euro Stoxx 50 หลัง Barclays ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “Overweight” พร้อมตั้งราคาเป้าหมายใหม่ที่ 22.60 ยูโร โดยยกให้บริษัทเป็น “มาตรฐานทองคำ” ของกลุ่มสาธารณูปโภคยุโรป ธนาคารคาดการณ์ว่า EPS จะเติบโตเฉลี่ยราว 11% ต่อปีจนถึงปี 2030 พร้อมชี้ถึงความมั่นคงของโมเดลธุรกิจที่มีรายได้กว่า 55% มาจากโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
- ขณะที่ Kingfisher ปรับตัวขึ้นราว 4.6% และติดอันดับหุ้นบวกแรงที่สุดใน STOXX 600 หลังบริษัทประกาศว่ายังคงสามารถบรรลุเป้าหมายผลประกอบการทั้งปีได้ แม้ว่ายอดขายสาขาเดิมในไตรมาสแรกจะลดลง 0.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวล หลังบริษัทไม่ได้ปรับลดประมาณการแนวโน้มธุรกิจลงแต่อย่างใด
Ferrari ร่วงหนักกว่า 6% 💥 -ตลาดตอบ “ไม่” ต่อรถไฟฟ้า Luce ⚡
ตลาดเด่นรายวัน: OIL.WTI (26.05.2026)
ปฏิทินเศรษฐกิจมหภาค: ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เป็นจุดโฟกัส (25.05.2026)
Morning Wrap: สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน — แล้วการเจรจาจะเดินหน้าต่ออย่างไร? (25.05.2026)