หลังการประชุม Fed ในคืนนี้ ตลาดเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น โดยสัญญาณจาก Fed ว่าอาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายครั้งได้สร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินอย่างชัดเจน พันธบัตรถูกเทขาย โดยเฉพาะในช่วงอายุสั้นของเส้นอัตราผลตอบแทน Treasury ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง โดยมี Dow Jones Industrial Average เป็นหนึ่งในดัชนีที่อ่อนแอที่สุด และร่วงลงมากกว่า 1% ในคืนวันพุธ
สัญญาณเบื้องต้นจากตลาดฟิวเจอร์สสหรัฐฯ บ่งชี้ว่าแรงขายอาจรุนแรงขึ้นในวันพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดกำลังประเมินวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยรอบใหม่ของ Fed ประเด็นสำคัญสำหรับ Kevin Warsh และสมาชิก Fed คือการควบคุมเสถียรภาพด้านราคา โดยสมาชิก Fed ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนทั้ง 12 คนลงมติสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพมากขึ้นต่อแนวนโยบายการเงินที่เข้มงวด และทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อพยายามนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมายที่ 2%
ไม่ใช่การขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียวแล้วจบ
- ประธาน Fed อย่าง Warsh ให้เหตุผลสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง แม้ Fed จะไม่ได้ให้ Forward Guidance อย่างเป็นทางการ แต่ก็สมเหตุสมผลที่จะมองว่า หากปัจจัยเหล่านี้ยังคงอยู่ การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก็อาจเกิดขึ้นได้
- หลังการประชุมในวันนี้ ตลาด Fed Funds Futures กำลังสะท้อนโอกาสที่ใกล้เคียงกันสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมและธันวาคม
- หลังตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังคงมีกำลังซื้อสูง เครื่องมือ GDPNow ของ Atlanta Fed คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจขยายตัวในอัตรา 5.1% ต่อปีในไตรมาส 3
- เมื่อเศรษฐกิจเติบโตในระดับสูงเช่นนี้ ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังก่อตัวขึ้น การขึ้นดอกเบี้ยจึงแทบจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือในคำพูดของ Christine Lagarde คือเป็น “no brainer”
Dot Plot ส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น
- Dot Plot มีการปรับทิศทางไปในเชิง Hawkish มากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ Fed 16 จากทั้งหมด 18 คนมองว่ามีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อยอีกหนึ่งครั้งในปีนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ 4 คนมองว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมถึงสองครั้งในปีนี้
- อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ Dot Plot ยังไม่ได้สะท้อนความคาดหวังว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2027 หรือ 2028 ขณะที่ระดับดอกเบี้ยสูงสุด หรือ Terminal Rate ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ 4%-4.25% จากระดับ 3.75% ในการประชุมครั้งก่อน
- ตลาดอาจเริ่ม Price in การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมมากขึ้น เนื่องจากประมาณการเศรษฐกิจของ Federal Reserve ไม่ได้คาดว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายจนกว่าจะถึงปี 2029
- ขณะเดียวกัน Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ ถูกปรับประมาณการขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% ในปีนี้ แม้ว่าดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) จะถูกคาดว่าจะชะลอลงมาอยู่ที่ 2.3% ในปีหน้า
- โดยทั่วไป Fed ไม่ค่อยเลือกขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวแล้วหยุด และหลักฐานในขณะนี้ยังไม่สนับสนุนแนวทางแบบ “ขึ้นครั้งเดียวแล้วจบ” Fed ได้ส่งสัญญาณว่าจะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากเท่าที่จำเป็น เพื่อทำให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย
บททดสอบของ Warsh
- Warsh กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ แทนที่จะปล่อยให้ราคาพลังงานจากต่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้นผลักดันเงินเฟ้อและความคาดหวังเงินเฟ้อในเศรษฐกิจสหรัฐฯ เขากลับเลือกดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาพลังงานที่สูงขึ้นสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระลอกที่สองหรือสาม
- นี่ถือเป็นภารกิจที่ท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อราคาพลังงานมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง
- Kevin Warsh เดิมพันกับความน่าเชื่อถือของตัวเองในการประชุมครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เขาต้องการผลักดันเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นด้วยการลงมือทำจริง หลังจาก Warsh แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อมาตลอดช่วงฤดูร้อน ในที่สุดเขาก็ได้ดำเนินนโยบายเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว
- นอกจากนี้ Fed ยังยืนยันถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลางอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อตลาดพันธบัตรในระยะยาว และเรามองว่าการดำเนินการในวันนี้อาจช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุยาวได้
Trump เรียกร้องดอกเบี้ยที่ 1%
- Trump เรียกร้องให้ Fed ลดดอกเบี้ยลงมาที่ 1% ในทันที แต่เขาไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ Warsh อย่างรุนแรง และจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ขู่ดำเนินการทางกฎหมายกับเขา
- หาก Trump ต้องการให้อัตราดอกเบี้ยลดลง เขาควรหันไปเจรจากับอิหร่านและผลักดันให้เกิดข้อตกลงหยุดยิง
- นักวิเคราะห์และธนาคารเพื่อการลงทุนหลายแห่งเริ่มมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้นว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม มากกว่าเดือนตุลาคม และการหยุดพักก่อนการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจเป็นแนวทางที่เหมาะสม
- แม้ในขณะนี้ตลาดจะคาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพียงกว่า 1 ครั้ง แต่ความมุ่งมั่นของ Warsh และคณะกรรมการ Fed ในการนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% ยังคงชัดเจน และอาจทำให้ต้องดำเนินนโยบายเพิ่มเติมในอนาคต
มุมมองต่อตลาด
- ในมุมมองของตลาด หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง แม้ Nasdaq จะทำผลงานได้ดีกว่าและยังสามารถปิดบวกได้เล็กน้อย ตลาดมองว่าบริษัทเทคโนโลยีที่มีเงินสดอยู่ในมือจำนวนมากอาจสามารถรับมือกับภาวะนี้ได้ดีกว่าภาคครัวเรือนและผู้บริโภค
- กลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันพุธคือ Energy หลังราคาน้ำมันปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่ม Consumer Discretionary ก็ปรับตัวลดลงในวงกว้าง รวมถึงหุ้นการเงินบางส่วน เช่น US Bancorp และ Robinhood
- เราคาดว่าธีมดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไป โดยดัชนีหุ้นอาจเผชิญความยากลำบากในการปรับตัวขึ้นอย่างทั่วถึง ตราบใดที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อยู่ในทิศทางขาขึ้นยังคงเป็นประเด็นสำคัญของตลาด
- ด้านดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม
- USD/JPY จะเป็นหนึ่งในคู่เงินที่ตลาดจับตา หลังจากพุ่งขึ้นมากกว่า 100 จุดทันทีหลังการแถลงข่าวของ Fed โดยขณะนี้ USD/JPY อยู่เหนือระดับ 156.00
- ตลาดจะต้องจับตาว่า BOJ จะสามารถชะลอการอ่อนค่าของเงินเยนได้หรือไม่ หลังตลาดคาดว่า BOJ อาจขึ้นดอกเบี้ยของตนเองในวันศุกร์
ตัวเลข CPI อังกฤษหนุน BOE ส่งสัญญาณ Hawkish แม้คงดอกเบี้ย
ตลาด AI พักฐาน ขณะที่พันธบัตรและน้ำมันกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง
หุ้น AI ร่วงแรง ตลาดผวา “คุม AI ไม่อยู่” หรือว่านี่คือโอกาสทีตลาดมองข้าม?
เยนอ่อนค่าอีกครั้ง 💴