Fed Warsh ลดน้ำเสียงสายเหยี่ยว จุดความหวังให้ฝั่งกระทิงทองคำ 🟡
วันนี้ ไฮไลต์สำคัญของงานประชุมเศรษฐกิจของ ECB ที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส คือการเสวนาที่มี Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่เข้าร่วม ซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดมองว่าเขามีจุดยืนค่อนข้างสายเหยี่ยว (Hawkish) แต่คำกล่าวล่าสุดกลับผ่อนคลายกว่าที่คาด เมื่อประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง ทำให้ ดอลลาร์อ่อนค่า และช่วยหนุนให้ ราคาทองคำกลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ พร้อมทดสอบระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ประเด็นสำคัญจากคำกล่าวของ Kevin Warsh
📌 Fed จะเลิกใช้ Forward Guidance
Warsh ระบุว่า Fed จะไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยอีกต่อไป นักลงทุนต้องอาศัยข้อมูลเศรษฐกิจจริงในการประเมินแนวโน้ม พร้อมแสดงการสนับสนุนแนวคิดของ Christine Lagarde ประธาน ECB ในประเด็นนี้
📌 ยังคงให้ความสำคัญกับการสกัดเงินเฟ้อ
Warsh ย้ำชัดว่าเป้าหมายของ Fed คือการรักษาเงินเฟ้อไว้ที่ 2% และยังมองว่าระดับราคาปัจจุบันสูงเกินไป สะท้อนว่าจุดยืนด้านเงินเฟ้อยังค่อนข้างเข้มงวด
📌 มองเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลาย
เขาระบุว่าตลอด 4 สัปดาห์แรกของการดำรงตำแหน่ง ความคาดหวังเงินเฟ้อและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อลดลง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและความผันผวนของตลาดก็ปรับลดลง ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
📌 การประชุม FOMC เดือนหน้าจะเข้มข้น
Warsh คาดว่าการประชุม FOMC ครั้งถัดไปจะมีการถกเถียงอย่างจริงจัง และยังไม่ยืนยันว่าการเร่งตัวของเงินเฟ้อจากความขัดแย้งกับอิหร่านจะเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวหรือไม่
📌 เดินหน้าลดงบดุล (QT) อย่างระมัดระวัง
เขายังคงสนับสนุนการลดขนาดงบดุลของ Fed โดยมองว่างบดุลที่ใหญ่เกินไปส่งผลต่อการบิดเบือนราคาสินทรัพย์ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปและโปร่งใส
📌 Fed ยังคงเป็นอิสระ
Warsh ยืนยันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินนโยบายอย่างอิสระ แม้จะมีคำตัดสินล่าสุดของศาลสูงสหรัฐฯ
📌 มอง AI เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะยาว
เขาเชื่อว่าสหรัฐฯ จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปฏิวัติ AI แม้ในระยะสั้นจะสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่ในระยะยาวจะช่วยเพิ่มผลิตภาพและอาจเปลี่ยนกรอบการดำเนินนโยบายการเงิน
Warsh ผ่อนคลายจุดยืนหรือไม่?
คำตอบคือ ทั้งใช่และไม่ใช่
แม้ Warsh จะยังยืนยันเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% แต่ตลาดมองว่าเขาไม่ได้ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้นเหมือนที่กังวลไว้ โดยเฉพาะหลังจาก
- ยอมรับว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มลดลง
- พึงพอใจกับการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
- ยกเลิกการใช้ Forward Guidance ทำให้ตลาดไม่ต้องกังวลว่าจะมีการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยล่วงหน้า
ผลลัพธ์คือ นักลงทุนลดความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ ดอลลาร์อ่อนค่า และสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงทองคำได้รับแรงหนุน
EUR/USD แข็งค่า ส่วนทองคำพุ่งทดสอบ 4,100 ดอลลาร์
พร้อมกับคำกล่าวของ Warsh สหรัฐฯ ยังประกาศตัวเลข ISM Manufacturing ที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด โดยเฉพาะ ดัชนี Prices Paid ที่ร่วงลงอย่างมาก สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย
📈 EUR/USD กลับขึ้นเหนือ 1.14
เมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลง นักลงทุนมองว่า Fed ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว ดัน EUR/USD ปรับตัวสูงขึ้น
🟡 ทองคำพุ่งแตะ 4,100 ดอลลาร์
ทองคำได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์จากสถานการณ์อิหร่านที่ยังไม่คลี่คลาย
- ดอลลาร์อ่อนค่าและผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำลดลง
- การที่ Fed เลิกใช้ Forward Guidance ทำให้ความไม่แน่นอนในอนาคตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อราคาทองคำ
ด้วยปัจจัยพื้นฐานและแรงส่งทางเทคนิคที่สอดคล้องกัน การกลับขึ้นสู่บริเวณ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จึงสะท้อนถึงการกลับมาของแรงซื้อในตลาดทองคำภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่

ราคาทองคำเริ่มต้นการซื้อขายในวันนี้ด้วยการปรับตัวลงต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์ แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ระดับดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่าเป็น แนวรับที่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
ล่าสุด ราคาทองคำสามารถกลับมายืนเหนือระดับ Fibonacci Retracement 38.2% ได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังน่าสังเกตว่าในช่วง เดือนพฤศจิกายน 2025 ระดับ 4,000 ดอลลาร์ เคยถูกทดสอบหลายครั้ง ซึ่งยิ่งตอกย้ำความสำคัญของโซนราคานี้ในฐานะแนวรับสำคัญ
หากตลาดยังคงลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed (แม้ว่าปัจจุบันตลาดยังคงประเมินว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้ง ภายในสิ้นปีนี้) ราคาทองคำก็มีโอกาสฟื้นตัวต่อได้
ด้าน EUR/USD ปรับตัวรีบาวด์เช่นกัน แต่ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1.1400
ที่มา: xStation5
เงินเฟ้อคลี่คลายแล้วจริงหรือ? UN เตือนว่ายังไม่ใช่
Rheinmetall ร่วงแรงเกินเหตุหรือไม่?
ข่าวเด่นวันนี้ 25 มิ.ย.
Super El Niño กระทบตลาดโลก: กลยุทธ์รับมือและโอกาสการลงทุน