วิกฤตการเมืองรอบตัว Keir Starmer ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนตลาดค่าเงินปอนด์ในวันนี้ สถานการณ์กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (bond yields) รวมถึงมูลค่าของเงินปอนด์ โดยตลาดกำลังจับตาทุกถ้อยคำของนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด
แรงกดดันภายในพรรค
ขนาดของปัญหาที่ Starmer กำลังเผชิญสามารถสะท้อนได้จากตัวเลขเพียงตัวเดียว: สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคแรงงานจำนวน 42 คนได้ออกมาเรียกร้องให้เขาลาออกอย่างเป็นทางการแล้วภายในคืนวันอาทิตย์ ขณะที่อดีตรองนายกรัฐมนตรี Angela Rayner ระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันคือ “โอกาสสุดท้ายของพรรคแรงงาน” ในการเปลี่ยนทิศทาง
การปรากฏตัวของผู้ท้าชิงที่มีศักยภาพ เช่น Wes Streeting และ Andy Burnham ทำให้ตลาดเริ่มมองความขัดแย้งภายในพรรคแรงงานเป็น “ความเสี่ยงจริง” ไม่ใช่เพียงเสียงรบกวนทางการเมืองอีกต่อไป
ในการกล่าวสุนทรพจน์วันจันทร์ที่ผ่านมา Starmer ได้เน้นประเด็นสำคัญหลายด้าน ประการแรกคือการยืนยันจุดยืนของตนอย่างแข็งกร้าว: “ผมจะต่อสู้ในทุกการลงคะแนนภายในพรรค” ประการที่สองคือวาระทางการเมืองที่มุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรป การโอนกิจการ British Steel กลับเป็นของรัฐ และข้อตกลงการเคลื่อนย้ายเยาวชนระหว่างสหราชอาณาจักรกับยุโรป
ตลาดประเมินสุนทรพจน์นี้ผ่านคำถามหลักเพียงข้อเดียว: นายกรัฐมนตรีจะสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเมืองได้เพียงพอหรือไม่ เพื่อหยุดแรงขายพันธบัตรรัฐบาล (gilts) ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้?
คุณสามารถรับชมการแถลงสดของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรได้ที่นี่
ที่มา: Sky News, YouTube
Starmer, พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (gilts) และค่าเงินปอนด์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (10-year gilts) ปรับตัวขึ้นในเช้าวันจันทร์มาอยู่ที่ 4.954% เพิ่มขึ้น 3 basis points จากระดับปิดก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 4.904% หลังจากที่ Starmer ปฏิเสธการลาออกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
นักเศรษฐศาสตร์ที่ Bloomberg ทำการสำรวจระบุว่า หากไม่มีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง อัตราผลตอบแทนควรจะต่ำกว่านี้ราว 10–15 basis points สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่ม “price in” ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ใช่เพียงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคเท่านั้น
ปัจจุบันสหราชอาณาจักรมีต้นทุนการชำระหนี้สูงที่สุดในกลุ่มประเทศ G7 ซึ่งเป็นผลจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่เหนือเป้าหมาย และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นจากผลกระทบทางเศรษฐกิจของความขัดแย้งทางทหารในอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และกิจกรรมทางธุรกิจอ่อนแรงลง
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองจึงทำหน้าที่เป็น “ตัวคูณความเสี่ยง” สำหรับกองทุนที่ถือครองพันธบัตรรัฐบาล
ผลกระทบต่อค่าเงิน GBP
ค่าเงินปอนด์กำลังอยู่ในจุดที่เปราะบางทั้งในเชิงเทคนิคและปัจจัยพื้นฐาน
ในด้านหนึ่ง ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น อัตราดอกเบี้ยของ Bank of England ที่ยังสูงกว่า ECB และความแตกต่างของเงินเฟ้อกับยุโรป อาจยังช่วยหนุนค่าเงินในระยะกลาง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง “risk premium ทางการเมือง” ที่เริ่มถูกสะท้อนใน yield ของพันธบัตรแล้ว กำลังกลายเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินโดยตรง เพราะสถานการณ์ที่ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นท่ามกลางรัฐบาลที่อ่อนแอ มักถูกตีความในอดีตว่าเป็นสัญญาณลบต่อค่าเงิน เนื่องจากสะท้อนถึงการขาดเสถียรภาพทางการคลัง
หาก Starmer สามารถรักษาตำแหน่งทางการเมืองและควบคุมความขัดแย้งภายในพรรคได้ ความเสี่ยงส่วนนี้มีแนวโน้มจะค่อย ๆ ลดลง และคู่เงิน GBP/USD อาจกลับไปทดสอบแนวต้านระดับสูงอีกครั้ง
แต่ในทางกลับกัน หากเกิดการแย่งชิงอำนาจภายในพรรคอย่างจริงจัง จะนำไปสู่แรงกดดันเพิ่มเติมต่อทั้ง bond yields และค่าเงินปอนด์ โดยเฉพาะในบริบทที่ตลาดโลกยังไวต่อความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการคลังจากประสบการณ์ “Truss era” ในอดีต
ดังนั้น สำหรับนักเทรดค่าเงินปอนด์ วันนี้จึงไม่ใช่แค่การทดสอบตัว Starmer เท่านั้น แต่คือการทดสอบ “ความแข็งแรงของ political risk premium” ที่ตลาดได้ price in ไปแล้วอย่างเต็มรูปแบบด้วย
GBP/USD เคลื่อนไหวที่ระดับ 1.3608 บนกราฟรายวัน อยู่ในแนวโน้มขาขึ้นที่เริ่มตั้งแต่จุดต่ำสุดบริเวณ 1.22 ช่วงปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 และราคายังคงอยู่เหนือ anchored VWAP ตั้งแต่ต้นปี 2025 ซึ่งอยู่ในโซนประมาณ 1.31–1.32
โครงสร้าง Volume Profile แสดงให้เห็นจุด Point of Control (POC) ในบริเวณ 1.3450–1.3480 โดยมีเส้นแนวนอนสีดำทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ ซึ่งถูกทดสอบหลายครั้งทั้งจากฝั่งบนและล่างของราคา
ค่า RSI(14) อยู่ที่ 57.17 สะท้อนโมเมนตัมในโซนกลางค่อนไปทางบวก (neutral-bullish) และยังไม่มีภาวะ overbought ซึ่งในเชิงเทคนิคยังเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นต่อไปยังโซนแนวต้าน 1.3800–1.3850 ซึ่งเป็นบริเวณที่ราคาเคยกลับตัวในจุดสูงสุดของปี 2025
สุนทรพจน์ของ Starmer ในวันนี้ รวมถึงความสามารถในการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง จะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางระยะสั้นของคู่เงินนี้ หากรัฐบาลมีเสถียรภาพ จะสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคา ในขณะที่หากวิกฤตการเมืองทวีความรุนแรงและผลตอบแทนพันธบัตร (gilt yields) ปรับตัวสูงขึ้น อาจดันราคาให้กลับลงไปยังโซน POC ที่ 1.3450 และในกรณีที่แรงขายรุนแรงขึ้น อาจเห็นการถอยกลับไปยังระดับ VWAP ได้
ในเชิงเทคนิค ฝั่งขาขึ้นยังคงได้เปรียบตราบใดที่ราคายืนเหนือระดับ 1.34 ได้อย่างมั่นคง ขณะที่ฝั่งขาลงจะเริ่มกลับมามีอิทธิพลก็ต่อเมื่อราคาหลุดระดับดังกล่าวลงมาพร้อมปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ที่มา: xStation
📊 ตลาดเดือด! ทรัมป์ปัดข้อเสนออิหร่าน น้ำมันพุ่ง หุ้นร่วงทั่วโลก
นักลงทุนตื่นตระหนก หลังข้อเสนอจากอิหร่านถูกปัดตก
🔴 3 ตลาดที่น่าจับตา: EURUSD, CH50cash, น้ำมัน
ข่าวเด่นวันนี้ | 11 พ.ค 2569