ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 0.82% ในวันนี้ และเคลื่อนไหวเข้าใกล้หลักหมุดสำคัญอีกครั้งที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (แตะระดับสูงสุดระยะสั้นที่ 4,495 ดอลลาร์)
แรงหนุนของการปรับขึ้นรอบนี้มาจาก ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ท่ามกลางความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินอยู่ในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยปัจจัยกระตุ้นในระยะใกล้ยังคงเป็น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา ซึ่งส่งผลให้ความต้องการรับความเสี่ยงของนักลงทุนลดลง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่ม วางสถานะล่วงหน้าสำหรับท่าทีที่ผ่อนคลายมากขึ้น (dovish) ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในปี 2026 หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ล่าสุดออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ในเชิงเทคนิค สัญญาทองคำล่วงหน้าได้ ทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,350 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มขาขึ้นตามกรอบราคา (upward channel) การยืนเหนือระดับดังกล่าวได้อย่างมั่นคงจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการรักษาโมเมนตัมการปรับขึ้นในรอบนี้
นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ของ การผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ยังช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย เมื่อผสานกับ การเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนรายย่อย ส่งผลให้ อุปสงค์เชิงโครงสร้างของทองคำยังคงอยู่ในระดับสูง

RBNZ เปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน: Hawkish เต็มตัว 🦅 ถึงเวลาของ NZD แล้วหรือยัง 🇳🇿
BREAKING: CAD ร่วงแรง หลังตัวเลข GDP แคนาดาสร้างแรงกังวลต่อนักลงทุน 🚨
ข้อมูลเงินเฟ้อเยอรมนีออกมาต่ำกว่าคาดอย่างมาก ส่งสัญญาณ Dovish ต่อ ECB หรือไม่?
2.2 ล้านแรงงานจะมีความเสี่ยงสูง