ทองคำ (GOLD) ยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นได้อย่างชัดเจนในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากดอลลาร์ชะลอการดีดตัวภายหลังการตัดสินใจของเฟด โดยราคาทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้แรงหนุนจากความคาดหวังต่อการปรับลดดอกเบี้ยหลายครั้งในสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้นในประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก
นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสที่ปรับตัวสูงขึ้น ก็กระตุ้นให้นักลงทุนเพิ่มการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ธนาคารกลางต่างๆ เร่งขยายงบดุล ขณะที่สินค้าคงคลังของกองทุน ETF ทองคำแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2022 ตามฤดูกาล เดือนกันยายนและตุลาคมถือเป็นช่วงที่ตลาดทองมีการเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก โดยเฉพาะเมื่อมีแรงขายทำกำไรหลังการตัดสินใจของเฟด
ทองคำและเงิน (GOLD & SILVER) จัดเป็นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในวันนี้ เหนือกว่าน้ำมันดิบ WTI และก๊าซธรรมชาติ (NATGAS) ซึ่งตามสถิติแล้วมักผันผวนภายในวันมากกว่า
สำหรับสัญญาทองคำ (GOLD) ยังคงสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง พร้อมรักษาแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว โดยจุดแนวรับสำคัญที่สุดยังคงเป็นเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โพเนนเชียล 50 วัน (EMA – เส้นสีน้ำเงินในกราฟด้านล่าง) ซึ่งนับตั้งแต่เดือนเมษายนปีนี้ ได้ทำหน้าที่เป็นจุดกระตุ้นแรงซื้อให้กับแนวโน้มปัจจุบันอยู่หลายครั้ง และตราบใดที่ราคายังยืนเหนือแนวรับนี้ได้ แนวโน้มขาขึ้นโดยรวมยังไม่เปลี่ยนแปลง

Source: xStation a
Bitcoin พุ่งขึ้นเกือบ 4% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026
ปูพื้นฐานจาก 0 เทรดทองให้เป็น
ตลาดเด่นรายวัน 📈 S&P 500 ขยายตัวต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อของกองทุน CTA
ปฏิทินเศรษฐกิจ: จับตาสุนทรพจน์ของผู้ว่าการธนาคารกลาง และผลประกอบการของ Tesla