- ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2026 ออกมาแข็งแกร่ง
- กำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ใน Wall Street คาดการณ์เกือบ 50%
- รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) อยู่ที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการ ไตรมาส 2 ปี 2026 ออกมาแข็งแกร่ง
- กำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ใน Wall Street คาดการณ์เกือบ 50%
- รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) อยู่ที่ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
JPMorgan (JPM.US) พุ่งรับงบ Q2 แข็งแกร่ง ก่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ
หุ้น JPMorgan Chase (JPM.US) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ หลังธนาคารรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างมาก โดยธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เอาชนะประมาณการของ Wall Street ได้ทั้งในด้านกำไรและรายได้ จากแรงหนุนของการฟื้นตัวในธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) การกลับมาคึกคักของตลาด IPO และผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของธุรกิจซื้อขายหุ้น (Equity Trading) อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นตอบรับในเชิงบวกเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดอาจรับรู้ปัจจัยบวกไปล่วงหน้าแล้ว
ไฮไลต์ผลประกอบการ
- กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 7.70 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ 5.72 ดอลลาร์ และสูงกว่าปีก่อนที่ 5.24 ดอลลาร์
- รายได้รวม (Adjusted Revenue) อยู่ที่ 58.02 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ 51.39 พันล้านดอลลาร์
- กำไรสุทธิ (Net Income) เพิ่มขึ้นเป็น 21.2 พันล้านดอลลาร์ จาก 14.99 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ อยู่ที่ 3.90 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 3.06 พันล้านดอลลาร์ โดยค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 30% YoY จากกิจกรรม M&A และ IPO ที่ฟื้นตัว
- รายได้จากธุรกิจซื้อขายหุ้น (Equity Trading) อยู่ที่ 6.03 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.98 พันล้านดอลลาร์
- รายได้จากธุรกิจ FICC (ตราสารหนี้ ค่าเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์) อยู่ที่ 6.05 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ 6.29 พันล้านดอลลาร์
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Managed Net Interest Income) อยู่ที่ 25.62 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับคาดการณ์ที่ 25.64 พันล้านดอลลาร์
- ROE เพิ่มขึ้นเป็น 24% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 18%
- ยอดสินเชื่อรวม เพิ่มเป็น 1.54 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 1.52 ล้านล้านดอลลาร์
- เงินฝากรวม เพิ่มเป็น 2.71 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 2.69 ล้านล้านดอลลาร์
- เงินสำรองหนี้สูญ (Provisions for Credit Losses) อยู่ที่ 2.52 พันล้านดอลลาร์
- หนี้สูญสุทธิ (Net Charge-offs) อยู่ที่ 2.37 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.62 พันล้านดอลลาร์
- อัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ยังคงแข็งแกร่งที่ 14.1%
ผลประกอบการสะท้อนให้เห็นว่า JPMorgan ยังคงได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดทุน โดยรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจและการซื้อขายหุ้นที่แข็งแกร่งสามารถชดเชยรายได้จาก FICC ที่ต่ำกว่าคาดได้ ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังเป็นไปตามประมาณการ การที่ราคาหุ้นตอบรับเพียงเล็กน้อยบ่งชี้ว่าตลาดอาจได้สะท้อนข่าวดีส่วนใหญ่ไว้ในราคาแล้ว
การฟื้นตัวของ M&A และ IPO หนุนผลประกอบการ
มูลค่าดีลควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ทั่วโลกในปีนี้ทะลุ 3 ล้านล้านดอลลาร์ แล้ว ส่งผลดีต่อธุรกิจวาณิชธนกิจของ JPMorgan ซึ่งยังคงครองตำแหน่งผู้นำด้านรายได้จากธุรกิจดังกล่าว โดยค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 30% YoY
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของตลาด IPO ในสหรัฐฯ ซึ่งช่วยกระตุ้นกิจกรรมของลูกค้าองค์กร รวมถึงกองทุน Private Equity และ Venture Capital ที่ต้องการนำบริษัทเข้าตลาดเพื่อทำกำไรจากการลงทุน
ในไตรมาสที่ผ่านมา JPMorgan ทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหลัก (Lead Bookrunner) ในการเสนอขายหุ้นมูลค่า 85 พันล้านดอลลาร์ ของ Alphabet และเป็นที่ปรึกษาร่วมในดีลควบรวมมูลค่า 67 พันล้านดอลลาร์ ระหว่าง NextEra Energy และ Dominion Energy
ความผันผวนของตลาดช่วยหนุนธุรกิจซื้อขาย
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันกำไรคือความผันผวนของตลาดการเงินที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และความผันผวนของราคาน้ำมัน ส่งผลให้ลูกค้าซื้อขายสินทรัพย์มากขึ้น
- รายได้จาก Equity Trading เพิ่มขึ้น 86% YoY
- รายได้จาก FICC Trading เพิ่มขึ้น 6% YoY
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่า JPMorgan ได้รับประโยชน์ทั้งจากการฟื้นตัวของตลาดทุนและกิจกรรมการซื้อขายของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: JPMorgan (JPM.US) (D1)
หุ้น JPMorgan มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ หากสามารถทะลุแนวต้านบริเวณ 340 ดอลลาร์ ได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน การตั้งสำรองหนี้สูญที่ต่ำกว่าคาด และการเติบโตของสินเชื่อสู่ระดับ 1.54 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก ไม่เพียงต่อ JPMorgan แต่ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวม
ด้านแนวรับสำคัญอยู่ที่บริเวณ 315–320 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่หุ้นสามารถยืนรับแรงขายได้หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

Source: xStation5
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ร่วงลง จากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ 🚩 Microsoft ปรับตัวลง 3%
Goldman Sachs ชนะตลาด, Citigroup แพ้: ทำไมตลาดจึงมองผลประกอบการที่แข็งแกร่งของสองธนาคารแตกต่างกัน
แย่กว่าฟองสบู่ Dot-com: หุ้น IBM ร่วงหนัก
สรุปตลาด: หุ้นยุโรปร่วง หลังวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซทวีความตึงเครียด ตลาดจับตา CPI สหรัฐฯ