📈 ตลาดหุ้น (Stock Market)
บรรยากาศเชิงบวกในช่วงการซื้อขายของสหรัฐฯ เริ่มแผ่วลงหลังเปิดตลาดได้ไม่นาน แม้ดัชนีจะเปิดบวกค่อนข้างแข็งแกร่งในช่วงแรก
ณ เวลาที่จัดทำรายงาน Dow Jones ปรับตัวขึ้นกว่า 0.8% ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) และเป็นดัชนีหลักเพียงตัวเดียวที่ยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวก
ด้าน S&P 500 ลดช่วงบวกลงและเคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว ขณะที่ Nasdaq ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง ปรับตัวลดลงราว 0.4%
แรงกดดันหลักมาจากหุ้น SpaceX และ AMD แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังที่สูงของนักลงทุนได้
ในทางกลับกัน Nvidia ปรับตัวขึ้น หลังตลาดตอบรับเชิงบวกต่อข่าวที่ว่า SpaceX นำเทคโนโลยี AI ของบริษัทไปใช้งาน
โดยรวมแล้ว ฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสนี้ยังถือว่าแข็งแกร่ง บริษัทส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
หลังปิดตลาดวันนี้ นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการของ SanDisk และ Western Digital Corporation
🌍 ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
อิหร่านและโอมานยังคงเดินหน้าเจรจาเกี่ยวกับการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) แม้ว่ายังไม่มีความแน่นอนว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้
ตัวแทนจากประเทศในอ่าวเปอร์เซียระบุว่า โอกาสที่จะได้ข้อสรุปภายในวันศุกร์อยู่ที่ประมาณ 50%
อิหร่านเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงพิกัดของเส้นทางเดินเรือชั่วคราวแล้ว ซึ่งอาจเปิดใช้งานเป็นเวลา 2–4 เดือน และขณะนี้กำลังจัดทำแถลงการณ์ร่วม
ด้าน Donald Trump ระบุว่าสถานการณ์เกี่ยวกับอิหร่าน "กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีมาก" พร้อมส่งสัญญาณว่าการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งมีความคืบหน้า
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังกล่าวว่า การเจรจากำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี และอาจมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงติดต่อกันผ่านช่องทางอ้อม แม้ว่าเตหะรานจะยืนยันว่า ยังไม่มีการเจรจาโดยตรงกับวอชิงตัน
อิหร่านระบุว่า ได้รับสัญญาณจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับความพร้อมในการกลับไปปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม แต่ย้ำว่าเพียงแค่การฟื้นฟูพันธกรณีของสหรัฐฯ ยังไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงมีความไม่ไว้วางใจกันอย่างมาก
เส้นทางเดินเรือที่ตกลงร่วมกับโอมานจึงถูกมองว่าเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว มากกว่าจะเป็นการยุติความขัดแย้งอย่างสมบูรณ์
📊 เศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomics)
รายงาน ADP Employment สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
เดือนกรกฎาคม ภาคเอกชนเพิ่มการจ้างงานเพียง 44,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ประมาณ 75,000 ตำแหน่ง หลังตัวเลขเดือนมิถุนายนถูกปรับลดลงเหลือ 95,000 ตำแหน่ง
การจ้างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในกลุ่มการศึกษาและสาธารณสุข ขณะที่ภาคโรงแรม ร้านอาหาร และบางส่วนของภาคการผลิตยังคงอ่อนแอ
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังค่อย ๆ สูญเสียแรงส่ง แต่ยังไม่มีสัญญาณของการชะลอตัวรุนแรง เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ยังไม่เร่งปลดพนักงาน เพียงแต่ชะลอการจ้างงานใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง ข้อมูลภาคบริการของสหรัฐฯ ยังคงบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจขยายตัวได้ในระดับที่แข็งแกร่ง
ดัชนี ISM Services PMI อยู่ที่ 54.1 จุด ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อยที่ 54.5 จุด แต่ยังสะท้อนการขยายตัวของภาคบริการอย่างต่อเนื่อง
แรงขับเคลื่อนหลักมาจากคำสั่งซื้อใหม่ที่เพิ่มขึ้นสู่ 57.2 จุด อย่างไรก็ตาม ต้นทุนยังคงเป็นประเด็นสำคัญ โดยดัชนีราคาที่จ่าย (Prices Paid Index) ยังคงอยู่เหนือ 70 จุด สะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย
ขณะเดียวกัน องค์ประกอบด้านการจ้างงานอ่อนตัวลง บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจยังคงระมัดระวังต่อการรับพนักงานเพิ่ม
สำหรับตลาด ข้อมูลชุดนี้ส่งสัญญาณที่ค่อนข้างผสมผสาน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัวรุนแรง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ภาคบริการที่แข็งแกร่งและแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังสูง อาจทำให้ Fed ไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อพิจารณาร่วมกับตัวเลข ADP ที่อ่อนแอ ภาพรวมยังคงสะท้อนเศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่อง แต่เริ่มชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ Soft Landing หากเงินเฟ้อยังคงปรับตัวลดลง
🛢️ สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)
ความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพส่งผลโดยตรงต่อตลาดน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
🥇 โลหะมีค่า (Precious Metals)
ตลาดโลหะมีค่าปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ราคาทองคำทะยานขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังนักลงทุนประเมินว่า หากสหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ ความเสี่ยงด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้ออาจลดลง ซึ่งช่วยสนับสนุนความเชื่อมั่นในตลาด
ขณะที่ โลหะเงิน (Silver) พุ่งขึ้นมากกว่า 4% และซื้อขายบริเวณ 62 ดอลลาร์ต่อออนซ์
🪙 สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrencies)
บรรยากาศเชิงบวกยังสะท้อนมายังตลาดคริปโทเคอร์เรนซี
Bitcoin ปรับตัวขึ้นประมาณ 0.6% เคลื่อนไหวบริเวณ 64,500 ดอลลาร์
ส่วน Ethereum เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% และกำลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,900 ดอลลาร์
ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น
ภาคบริการสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
ข่าวคริปโท: Bitcoin เมินกระแสเชิงบวกจากวอลล์สตรีท ตลาดกระทิงคริปโทพร้อมกลับมาแล้วหรือยัง?
ผลประกอบการ Shopify: ไตรมาสสุดแกร่งเหนือความคาดหมาย