วอลล์สตรีทหลังแรงขายทำกำไร: ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวทรงตัวหลังนักลงทุนขายทำกำไรในช่วงการซื้อขายเมื่อคืน โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเผชิญแรงกดดันเล็กน้อย (US2000: +0.03%, US500: +0.05%, US30: +0.10%, US100: -0.10%)
ตลาดหุ้นเอเชียปรับฐาน: ตลาดหุ้นเอเชียยุติการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 4 วัน และส่วนใหญ่ปิดลบในวันพฤหัสบดี หลังได้รับแรงกดดันจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงมากกว่า 5% ระหว่างวัน ขณะที่ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลงเกือบ 2% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกง ไทเป และเวลลิงตันก็ปรับตัวลงเช่นกัน ขณะที่เซี่ยงไฮ้ ซิดนีย์ และสิงคโปร์สามารถปิดบวกได้เล็กน้อย
แรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์: ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของผู้ผลิตชิปในสหรัฐฯ อย่าง SanDisk และ Western Digital ส่งผลกระทบต่อหุ้นผู้ผลิตหน่วยความจำและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ในเอเชีย ได้แก่
- Kioxia: -10%+
- SK Hynix: -9.7%
- Tokyo Electron: -7%
- Samsung Electronics: -6.1%
- SoftBank: -6%
🏛️ เศรษฐกิจมหภาคและธนาคารกลาง
จับตาความสัมพันธ์ระหว่าง Trump และ Warsh: รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า ประธานาธิบดี Donald Trump และประธาน Fed Kevin Warsh มีการติดต่อกันทางโทรศัพท์เป็นประจำ โดย Trump มองว่า Warsh เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจที่ได้รับความไว้วางใจ ลักษณะคล้ายความสัมพันธ์ระหว่าง Bill Clinton และ Alan Greenspan ในอดีต ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ
Fed เตือนความเสี่ยงเงินเฟ้อ: ประธาน Fed สาขาซานฟรานซิสโก Mary Daly ระบุว่า Fed ต้องพร้อมดำเนินการหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น โดยมองไว้ 2 กรณีคือ
- หากแรงกดดันด้านราคามีลักษณะชั่วคราว Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้
- แต่หากเงินเฟ้อเร่งตัวต่อเนื่อง Fed อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ดุลการค้าของออสเตรเลีย: ดุลการค้าสินค้า (ปรับฤดูกาลแล้ว) เพิ่มขึ้น 4.296 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในเดือนมิถุนายน โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 9.6% (ส่วนใหญ่มาจากทองคำที่ไม่ใช่ทองคำเพื่อการเงิน) ขณะที่การนำเข้าลดลง 0.2% โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเชื้อเพลิง
💱 ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
ตลาดกลับมาทรงตัว: หลังจากผันผวนอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ
- ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) เพิ่มขึ้นเพียง 0.1%
- คู่เงินหลักในกลุ่ม G10 ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวไม่เกิน ±0.1%
- EUR/USD ทรงตัวบริเวณ 1.1550
🛢️ สินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ: อิหร่านและโอมานบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือร่วมกันแล้ว แต่เตหะรานยืนยันว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
แม้ Donald Trump จะแสดงความเห็นในเชิงบวกต่อความคืบหน้าของการเจรจา แต่อิหร่านยังปฏิเสธว่ามีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ และยังคงต้องการรักษาสิทธิ์ในการควบคุมการเดินเรือและการจัดเก็บค่าผ่านทาง
น้ำมันดิบ: ความผันผวนในตลาดพลังงานเริ่มลดลง โดยราคาฟิวเจอร์สน้ำมัน Brent ปรับลดลงประมาณ 0.25% มาเคลื่อนไหวใกล้ 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โลหะมีค่า: ทองคำปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน เพิ่มขึ้น 0.4% แตะ 4,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินเคลื่อนไหวทรงตัว ส่วน แพลทินัม ปรับตัวขึ้นอีกประมาณ 2% จากข้อจำกัดด้านอุปทานที่ยังคงตึงตัว
ทองคำพุ่งต่อ ขณะที่ตลาดหุ้นเริ่มชะลอแรง หลังปรับขึ้นต่อเนื่อง
ปฏิทินเศรษฐกิจ: รายงานการจ้างงานที่ชะลอตัวลง จะกดดันให้ Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่?
ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น
ภาคบริการสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น