- ดัชนีหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันศุกร์ในแดนบวก โดย Euro Stoxx 600 และ Euro Stoxx 50 ปรับตัวขึ้นราว 0.4% และ 0.5% ตามลำดับ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงและราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อ Valuation ของตลาด
- ข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนออกมาค่อนข้างเป็นบวก โดย Composite PMI เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.1 ขณะที่ภาคการผลิตฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเยอรมนี
- นักลงทุนยังจับตา ความแข็งแกร่งของสินค้าโภคภัณฑ์ โลหะมีค่า และ Bitcoin อย่างใกล้ชิด
- CTS Eventim ปรับตัวลง แม้ผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง โดยรายได้ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นราว 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทเปิดเผยอะไรเพิ่มเติมบ้าง?
- ดัชนีหุ้นยุโรปเปิดตลาดวันศุกร์ในแดนบวก โดย Euro Stoxx 600 และ Euro Stoxx 50 ปรับตัวขึ้นราว 0.4% และ 0.5% ตามลำดับ แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงและราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อ Valuation ของตลาด
- ข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนออกมาค่อนข้างเป็นบวก โดย Composite PMI เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 52.1 ขณะที่ภาคการผลิตฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเยอรมนี
- นักลงทุนยังจับตา ความแข็งแกร่งของสินค้าโภคภัณฑ์ โลหะมีค่า และ Bitcoin อย่างใกล้ชิด
- CTS Eventim ปรับตัวลง แม้ผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง โดยรายได้ไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นราว 13% เมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทเปิดเผยอะไรเพิ่มเติมบ้าง?
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขายวันศุกร์ในแดนบวก โดย Euro Stoxx 600, Euro Stoxx 50 และ DAX ปรับตัวขึ้นราว 0.4–0.5% อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจยังปิดสัปดาห์นี้ด้วยการปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ดัชนี Futures ของ Wall Street ฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง โดย US100 ปรับขึ้นมากกว่า 0.3%
ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของตลาดยังคงเป็น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง โดยแรงหนุนจากมาตรการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จางหายไปอย่างรวดเร็ว และแม้แต่ความเห็นของ Scott Bessent เมื่อวานนี้ว่าอาจมีการแทรกแซงตลาดมากกว่าที่เคยระบุไว้ ก็ยังไม่สามารถช่วยหนุนตลาดพันธบัตรได้อย่างมีนัยสำคัญ
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาด จากภาวะชะงักงันบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ และท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นยังคงยืนได้แข็งแกร่งกว่าที่คาด โดยหนึ่งในธีมที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือ “การกลับเข้าสู่สินทรัพย์ Hard Assets” ซึ่ง Bitcoin และโลหะมีค่าเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่ยังทำผลงานได้ค่อนข้างดี
- ข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนออกมาดีกว่าที่ตัวเลขรายประเทศของฝรั่งเศสและเยอรมนีอาจสะท้อน โดย Composite PMI เพิ่มขึ้นสู่ 52.1 ขณะที่ภาคการผลิตฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเยอรมนี อย่างไรก็ตาม ภาคบริการยังเป็นจุดอ่อน โดยตัวเลขของทั้งสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยังต่ำกว่า 50 ขณะเดียวกัน การคาดการณ์เงินเฟ้อที่ลดลงอาจเปิดทางให้ ECB มีพื้นที่ในการดำเนินนโยบายมากขึ้นเล็กน้อย ทำให้ภาพรวมยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสินทรัพย์ยุโรปในระดับหนึ่ง
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง แม้ Scott Bessent จะระบุว่าอาจเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรมากขึ้น และกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการควบคุมการขาดดุลทางการคลัง
- Basic Resources เป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด ปรับตัวขึ้นราว 1.5% จากแรงหนุนของดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าและราคาทองคำที่ปรับตัวขึ้น โดยราคาทองคำเพิ่มขึ้นเกือบ 1% ในวันนี้ และกำลังเข้าใกล้ระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- สถานการณ์ความตึงเครียดกับอิหร่านเพิ่มแรงกดดันต่อตลาด โดย Bessent ประกาศ “มาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดที่สุดในประวัติศาสตร์” ส่งผลให้ความหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้ลดลง
- ราคาน้ำมันปรับตัวลงเล็กน้อยหลังการ Rollover แต่ยังยืนเหนือ 90 ดอลลาร์ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออีกครั้ง ซึ่งกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้น และอาจกระทบต่อ Margin ของบริษัทในบางภาคธุรกิจ
- ASML ปรับตัวขึ้นราว 1.5% แม้มีรายงานเกี่ยวกับความพยายามของสหรัฐฯ ที่อาจดำเนินมาตรการเพิ่มเติมในภาคส่วนนี้
- เยอรมนีและยูโรโซนโดยรวมกำลังออกพันธบัตรในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 30 ปีแตะราว 3.8% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสระยะยาวเข้าใกล้ 5% ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นหมายถึงภาระการกู้ยืมที่แพงขึ้นสำหรับรัฐบาล บริษัท และภาคครัวเรือน ซึ่งในท้ายที่สุดอาจกลายเป็นแรงฉุดต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
EU50 Chart (D1)
แรงซื้อในตลาด Futures ของ Euro Stoxx 50 กำลังพยายามกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 6,500 จุด อย่างชัดเจน โดย EMA50 ซึ่งแสดงด้วยเส้นสีส้ม เป็นโซนแนวรับสำคัญบริเวณ 6,400 จุด ขณะที่ระดับ 6,600 จุด ซึ่งสอดคล้องกับจุดสูงสุดล่าสุด ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญในระยะกลาง

ที่มา: xStation5
ข้อมูลเศรษฐกิจยุโรป
- Eurozone Flash Composite PMI เพิ่มขึ้นสู่ 52.1 ในเดือนสิงหาคม จากคาดการณ์ที่ 51.7 สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อย
- ดัชนี French Manufacturing Business Climate เพิ่มขึ้นสู่ 103 จุด สูงกว่าคาดการณ์ที่ 101 และตัวเลขก่อนหน้าที่ 101
- France Flash Manufacturing PMI เพิ่มขึ้นจาก 49.8 สู่ 51.5 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 50.0 และกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งเป็นเกณฑ์การขยายตัว
- France Flash Services PMI ลดลงสู่ 48.4 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 49.4 และตัวเลขก่อนหน้าที่ 49.6
- France Flash Composite PMI ลดลงสู่ 48.8 เทียบกับคาดการณ์ที่ 49.5 และตัวเลขก่อนหน้าที่ 49.4 สะท้อนว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงอ่อนแอ แม้ภาคการผลิตจะฟื้นตัว
- Germany Flash Services PMI ลดลงสู่ 48.5 ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 50.1 และตัวเลขก่อนหน้าที่ 49.8 และยังคงอยู่ในภาวะหดตัว
- Germany Manufacturing PMI เพิ่มขึ้นจาก 52.2 สู่ 54.1 สูงกว่าคาดการณ์ที่ 52.1 อย่างชัดเจน สะท้อนการขยายตัวของภาคการผลิตที่แข็งแกร่งขึ้น
- Germany Composite PMI ลดลงเล็กน้อยสู่ 51.0 จากคาดการณ์ที่ 51.3 และตัวเลขก่อนหน้าที่ 51.3 ซึ่งหมายความว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังขยายตัว แต่ชะลอลงเล็กน้อยจากที่ตลาดคาด
- คาดการณ์เงินเฟ้อในยูโรโซนระยะ 1 ปีลดลงสู่ 2.9% ในเดือนกรกฎาคม จาก 3.0% ขณะที่คาดการณ์ระยะ 3 ปีลดลงสู่ 2.7% จาก 2.8% สะท้อนมุมมองต่อเงินเฟ้อในระยะกลางที่ปรับดีขึ้นเล็กน้อย
Euro Stoxx 50 ยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยต่ำกว่าจุดสูงสุดเพียงราว 1.3% ขณะที่หุ้น 64% ในดัชนียังอยู่เหนือ SMA200 และ 62% อยู่เหนือ SMA50 สะท้อนว่า Market Breadth ยังคงแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง
ด้าน Valuation ตลาดยุโรปยังไม่ได้อยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ แต่ก็ ไม่ถือว่าถูกอีกต่อไป โดยมี P/E อยู่ที่ 19.7 เท่า และ EV/EBITDA ที่ 12.8 เท่า สะท้อนว่านักลงทุนกำลังจ่าย Premium ให้กับคุณภาพและความแข็งแกร่งของบริษัทขนาดใหญ่ในยุโรป
วันนี้ กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงราว 3.6% และกลุ่ม Industrials ลดลงราว 2.7% ขณะที่ Energy เพิ่มขึ้น 1.5% และ Healthcare เพิ่มขึ้น 1.7% สะท้อนการ Rotation ของเงินลงทุนจากกลุ่มที่อ่อนไหวต่อ Bond Yields ไปยังกลุ่ม Defensive และ Commodity
น่าสนใจว่า Technology ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี โดยเพิ่มขึ้นราว 30% แม้ปัจจุบันมี P/E สูงถึง 47 เท่า ซึ่งหมายความว่าตลาดมี Tolerance ต่อผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาดค่อนข้างจำกัด ในกลุ่มนี้
ในทางกลับกัน Financials มี P/E อยู่ที่ราว 11.7 เท่า และทำผลตอบแทนได้ดีในปีนี้ ซึ่งอาจยังดึงดูดเงินลงทุนต่อไป หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงอยู่ในระดับสูง

ที่มา: XTB Research
โครงสร้างของ Euro Stoxx 50 ในวันนี้ สะท้อนการเลือกลงทุนเป็นรายหุ้นอย่างชัดเจน มากกว่าการปรับตัวขึ้นแบบทั่วทั้งดัชนี
กลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดย Santander +2.2%, BNP Paribas +1.0% และ BBVA +1.0% ขณะที่ Bayer, L’Oréal และ Rheinmetall เป็นหนึ่งในหุ้นที่ปรับตัวอ่อนแอที่สุด
ความแตกต่างด้าน Valuation ระหว่างหุ้นค่อนข้างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภาวะที่ Bond Yields อยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน Santander และ BNP Paribas มี P/E อยู่ที่ราว 10.9 เท่า และ 9.5 เท่าตามลำดับ ขณะที่ Siemens Energy และ Rheinmetall มี Valuation สูงกว่ามากที่ประมาณ 59.2 เท่า และ 77.9 เท่า
ภาพรวมสะท้อนว่าเงินทุนยังมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ กลุ่มที่มี Valuation สมเหตุสมผลและมีแนวโน้มกำไรฟื้นตัวอย่างชัดเจน มากกว่าการไล่ซื้อหุ้น Growth โดยไม่คำนึงถึงระดับราคา

ที่มา: XTB Research
เยอรมนีพยายามฟื้นตัว
DAX Futures (DE40) เปิดการซื้อขายวันศุกร์ในแดนบวก หลังจากเมื่อวานนี้ปรับตัวลง 0.4% มาปิดที่ 25,983 จุด โดยราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและ Bond Yields ที่ปรับตัวขึ้นอีกครั้งกดดันตลาด
ในฝั่งบริษัท Fresenius กำลังได้รับความสนใจ หลังยังคงลดสัดส่วนการถือหุ้นใน Fresenius Medical Care (FMC) โดยบริษัทขายหุ้น FMC ราว 7.8 ล้านหุ้น มูลค่าเกือบ 300 ล้านยูโร ให้กับนักลงทุนสถาบัน
- ปริมาณการออกพันธบัตรของเยอรมนีคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงมากในช่วงหลายปีข้างหน้า โดย Commerzbank ประเมินว่าการออกพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 400,000 ล้านยูโรในปี 2027 จาก 349,000 ล้านยูโรในปี 2026 ขณะที่ Barclays คาดว่าการออกพันธบัตรของยูโรโซนโดยรวมจะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.54 ล้านล้านยูโร ขณะเดียวกัน ECB ยังคงลดขนาดงบดุลและไม่ได้ Reinvest เงินจากพันธบัตรที่ครบกำหนดทั้งหมดแล้ว ทำให้นักลงทุนภาคเอกชนต้องรับภาระซื้อพันธบัตรล็อตใหม่ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น
- ตลาดเริ่มส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้น โดยล่าสุดเยอรมนีขายพันธบัตรอายุ 10 ปีได้เพียง 3.8 พันล้านยูโร จากเป้าหมาย 6 พันล้านยูโร ขณะที่ Asset Manager บางรายเริ่มหลีกเลี่ยงพันธบัตรอายุยาวมากขึ้น ปัจจัยหลักที่ทำให้ปริมาณการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นมาจาก การใช้จ่ายด้านกลาโหมและโครงสร้างพื้นฐานที่สูงขึ้น ต้นทุนสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้น และการขาดดุลงบประมาณที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะฝรั่งเศส ซึ่งคาดว่าการขาดดุลจะยังคงสูงกว่า 5%
DE40 Chart (D1)
DAX Futures กำลังพยายาม ลบการขาดทุนจากเมื่อวาน โดยแนวต้านสำคัญในระยะสั้นอยู่บริเวณ 26,300 จุด
Source: xStation5
Fresenius Medical Care shares (FME.DE)

ที่มา: xStation5
CTS Eventim พยายามฟื้นตัวหลังประกาศผลประกอบการรายไตรมาส
CTS Eventim หนึ่งในบริษัทด้านความบันเทิงและจำหน่ายบัตรรายใหญ่ที่สุดของยุโรป เป็นหนึ่งในหุ้นเยอรมนีที่น่าจับตาหลังประกาศผลประกอบการล่าสุด
ในช่วงครึ่งแรกของปี รายได้เพิ่มขึ้น 16.9% สู่ 1.513 พันล้านยูโร ขณะที่ Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้น 12.4% สู่ 225.4 ล้านยูโร และ EPS เพิ่มขึ้นถึง 34.2% สู่ 1.25 ยูโร หลังประกาศผล Jefferies ยังคงคำแนะนำ Buy พร้อมราคาเป้าหมายที่ 100 ยูโร แต่ปฏิกิริยาของตลาดยังห่างไกลจากคำว่า Euphoric แม้ผลการดำเนินงานโดยรวมออกมาแข็งแกร่ง แต่ EBITDA Margin ลดลงสู่ 14.9% จาก 15.5%
CTS Eventim ยังคงรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง แม้การเติบโตจะชะลอลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี โดยรายได้เพิ่มขึ้นราว 13% YoY สู่ระดับกว่า 899 ล้านยูโร Adjusted EBITDA เพิ่มขึ้นราว 6% สู่กว่า 106 ล้านยูโร ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 30% สู่ 56.7 ล้านยูโร
ธุรกิจ Ticketing ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการเติบโต โดยได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการเตรียมความพร้อมสำหรับ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิส หุ้นร่วงเกือบ 10% ในช่วงแรก ก่อนฟื้นตัวเกือบทั้งหมด และล่าสุดลดลงราว 1% ในช่วงสาย ขณะที่ตั้งแต่ต้นปียังคงลดลงประมาณ 27%
นักลงทุนไม่ได้ตั้งคำถามกับคุณภาพของธุรกิจ แต่เริ่มให้ความสำคัญกับ อัตราการเติบโตและ Valuation มากขึ้น ซึ่งยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โดยมี P/E ใกล้ 20 เท่า
ตัวเลขยังออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด โดย Berenberg ระบุว่ารายได้สูงกว่าคาดการณ์ของ Consensus ราว 8% ขณะที่ JPMorgan มองว่าโมเมนตัมของธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง
ประเด็นสำคัญคือ การเติบโตของรายได้ชะลอจาก 23% ในไตรมาส 1 เหลือ 13% ในไตรมาส 2 ขณะที่ EBITDA เติบโตช้ากว่ารายได้อย่างมาก นักลงทุนต้องการเห็นว่าการขยายตัวของธุรกิจสามารถเปลี่ยนเป็น Margin ที่ดีขึ้นและ EBITDA ที่เติบโตเร็วขึ้น ได้
ตลาดตั้งความคาดหวังต่อธุรกิจคุณภาพสูงแห่งนี้ไว้ค่อนข้างสูง ดังนั้นแม้การเติบโตจะชะลอลงเพียงระดับปานกลาง ก็สามารถสร้างแรงขายได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากธุรกิจ Ticketing ยังคงขยายตัวและ Margin กลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้ง การปรับ Valuation ในปัจจุบันอาจกลายเป็นปัจจัยเชิงบวกได้ในระยะต่อไป
CTS Eventim Shares (EVD.DE, D1)
ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลราว 50% และต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันประมาณ 15%
Bond Yields ที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันหุ้น แต่ ธุรกิจพื้นฐานยังคงเติบโตได้ แม้ Valuation ของหุ้นจะอ่อนตัวลงอย่างมาก

Source: xStation5
สรุปตลาดเช้า: Bitcoin พุ่งแตะ $75K ขณะที่ Wall Street พยายามตั้งหลัก
ข่าวเด่นวันนี้ 21 ส.ค.
Walmart ร่วง 6% แม้ผลประกอบการแข็งแกร่ง 📉 แล้วค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ กำลังบอกอะไรตลาด?
📉 Nasdaq ร่วงก่อนเปิดตลาด Wall Street 🚩 ดอลลาร์พยายามฟื้นตัวจากแรงขาย