09:40 · 10 กรกฎาคม 2026

หุ้นกลาโหมเผชิญแรงขายหลัง NATO Summit 🚩 Rheinmetall ร่วง 4% ด้าน KNDS เลื่อน IPO

ประเด็นหลัก
ประเด็นหลัก
  • Rheinmetall ร่วงเกือบ 4% แม้แนวโน้มระยะยาวของการใช้จ่ายด้านกลาโหมยุโรปยังคงแข็งแกร่งมาก
  • นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการดำเนินงานตามสัญญาและประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท มากกว่าคำมั่นทางการเมืองเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม
  • การระงับ IPO ของ KNDS สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันมีความระมัดระวังมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคกลาโหมยุโรป
  • ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลงยังเห็นได้จากหุ้นกลาโหมยุโรปรายใหญ่อื่น ๆ ได้แก่ BAE Systems, Dassault Aviation, Leonardo, Saab และ Kongsberg Gruppen

หุ้น Rheinmetall (RHM.DE) ร่วงเกือบ 4% หลังการประชุม NATO Summit ที่อังการา ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหมยุโรปโดยรวมก็อยู่ภายใต้แรงกดดัน แม้พันธมิตร NATO ยืนยันความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร

การเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจสะท้อนว่านักลงทุนกำลังลดความสนใจจากการซื้อหุ้นตาม “เรื่องราวการเติบโตของอุตสาหกรรมกลาโหม” และเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานจริงและปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากขึ้น


ข่าวดีไม่ได้หมายความว่าราคาหุ้นต้องปรับตัวขึ้นเสมอไป

เมื่อมองในครั้งแรก ปฏิกิริยาของตลาดอาจดูสวนทางกับเหตุผล

NATO ได้ยืนยันแนวโน้มระยะยาวของการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ขณะที่ผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ที่สุดของยุโรปยังคงมีมูลค่างานในมือ (Order Backlog) อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์

ตามทฤษฎีแล้ว หุ้น Rheinmetall ควรปรับตัวขึ้น

แต่ปัญหาคือ ตลาดหุ้นไม่ได้สะท้อนเพียงปัจจุบัน แต่มองไปยังอนาคต

ข่าวเชิงบวกจำนวนมากถูกสะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นแล้ว หลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

เมื่อ Valuation อยู่ในระดับสูง นักลงทุนจึงเริ่มตั้งคำถามใหม่ เช่น

  • บริษัทสามารถดำเนินการตามสัญญาได้เร็วแค่ไหน?
  • สามารถรักษาอัตรากำไรได้หรือไม่?
  • คำมั่นทางการเมืองจะเปลี่ยนเป็นกำไรและกระแสเงินสดที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่?

นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนตาม “เรื่องราว” ไปสู่การลงทุนตาม “ปัจจัยพื้นฐาน”


นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับการดำเนินงานจริง มากกว่าคำสัญญา

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การยกเลิกโครงการเรือฟริเกต F126 ที่มีปัญหาของเยอรมนี

การตัดสินใจของเบอร์ลินแสดงให้เห็นว่า แม้งบประมาณด้านกลาโหมจะเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการทางทหารทุกโครงการจะดำเนินไปอย่างราบรื่น

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังคงใช้เวลานาน ขณะที่ความล่าช้าและต้นทุนที่สูงเกินคาดยังคงส่งผลกระทบต่อโครงการขนาดใหญ่

หลังจากข่าวดังกล่าว Rheinmetall เข้าสู่ช่วงปรับฐานที่รุนแรงที่สุด และแรงกดดันได้แพร่กระจายไปยังหุ้นกลุ่มกลาโหมยุโรปโดยรวม

นักลงทุนเริ่มตระหนักมากขึ้นว่า ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของบริษัทกลาโหมในปัจจุบัน ไม่ใช่การขาดแคลนอุปสงค์

แต่คือ

  • ความสามารถในการดำเนินงานตามสัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความสามารถของรัฐบาลในการผลักดันแผนจัดซื้ออาวุธขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นจริง

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นคือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

ประธานาธิบดี Donald Trump แสดงความมั่นใจว่าสงครามในยูเครนอาจยุติลงได้ในท้ายที่สุด โดยระบุว่ารัสเซียอาจจำเป็นต้องลดท่าทีหรือปรับเปลี่ยนข้อเรียกร้องบางส่วน

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธ Patriot ในยูเครน และการให้หลักประกันด้านความมั่นคงเพิ่มเติม สะท้อนว่าวอชิงตันต้องการเจรจาจากจุดที่มีอำนาจต่อรองสูง

ขณะที่รัสเซียยังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความคืบหน้าในสนามรบที่จำกัด

หากสงครามเข้าสู่สถานการณ์ “ความขัดแย้งที่ถูกแช่แข็ง” นักลงทุนบางส่วนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า โมเมนตัมการเพิ่มกำลังทหารของยุโรปจะสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่

การขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของลำดับความสำคัญทางการเมือง อาจลดความเร่งด่วนของการใช้จ่ายด้านกลาโหมในอนาคต


การระงับ IPO ของ KNDS ส่งสัญญาณมากกว่าผลประกอบการอีกหนึ่งไตรมาส

หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในมุมมองนักลงทุน คือการตัดสินใจของ KNDS ที่ระงับแผน IPO

บริษัทไม่ได้เลื่อนการเข้าตลาดหุ้นเพราะปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ

ตรงกันข้าม KNDS มีมูลค่างานในมือมากกว่า 33 พันล้านยูโร และคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 30% ในปีหน้า

ปัญหาอยู่ที่เรื่องของ Valuation

ผู้ถือหุ้นมองว่านักลงทุนสถาบันไม่ได้พร้อมจ่าย Multiples ในระดับเดียวกับที่คาดการณ์ไว้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน

การตัดสินใจดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สุดว่า เงินทุนทั่วโลกกำลังเลือกลงทุนในหุ้นกลาโหมยุโรปอย่างระมัดระวังมากขึ้น


ไม่ใช่จุดจบของตลาดขาขึ้น แต่เป็นช่วงใหม่ของวัฏจักร

สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าตลาดขาขึ้นระยะยาวของหุ้นกลาโหมยุโรปสิ้นสุดลง

ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

ยุโรปมีแนวโน้มที่จะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมต่อไปอีกหลายปี แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะสั้น

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ วิธีที่นักลงทุนประเมินมูลค่าธุรกิจเหล่านี้

ในอดีต เพียงแค่การประกาศแพ็กเกจงบประมาณกลาโหมใหม่ก็เพียงพอที่จะผลักดันราคาหุ้นขึ้น

แต่ปัจจุบัน นักลงทุนต้องการเห็น

  • โรงงานใหม่
  • กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
  • อัตรากำไรที่สูงขึ้น
  • กระแสเงินสดที่เติบโต

ซึ่งหมายความว่า วัฏจักรการลงทุนด้านกลาโหมในระยะต่อไป อาจถูกขับเคลื่อนด้วย ประสิทธิภาพการดำเนินงานจริง มากกว่าข่าวการเมืองเพียงอย่างเดียว


Rheinmetall (กราฟ D1)

หุ้น Rheinmetall ปรับตัวลดลงประมาณ 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาล

ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 200 วัน (EMA200 เส้นสีแดง) ประมาณ 30%

กราฟยังคงสะท้อนแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน และแสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

นักลงทุนจำนวนมากยังคงทยอยทำกำไรออกจากหุ้น หรือในบางกรณีเลือกตัดขาดทุน หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

Source: xStation 5

10 กรกฎาคม 2026, 09:28

หุ้นเด่นประจำสัปดาห์: Seagate Technology เมื่อเทคโนโลยีรุ่นเก่ากลับมามีบทบาทสำคัญในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)

10 กรกฎาคม 2026, 09:03

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ ⏰

9 กรกฎาคม 2026, 15:18

US100 รีบาวด์ 1% 🔼 SK hynix ได้รับแรงซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนเปิดตัวใน Nasdaq

9 กรกฎาคม 2026, 15:13

อิหร่านต้องการบรรลุ "ข้อตกลง" จริงหรือ? Trump เปลี่ยนท่าทีต่ออิหร่านและสเปน 💡

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก