- Rheinmetall ร่วงเกือบ 4% แม้แนวโน้มระยะยาวของการใช้จ่ายด้านกลาโหมยุโรปยังคงแข็งแกร่งมาก
- นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการดำเนินงานตามสัญญาและประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท มากกว่าคำมั่นทางการเมืองเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม
- การระงับ IPO ของ KNDS สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันมีความระมัดระวังมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคกลาโหมยุโรป
- ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลงยังเห็นได้จากหุ้นกลาโหมยุโรปรายใหญ่อื่น ๆ ได้แก่ BAE Systems, Dassault Aviation, Leonardo, Saab และ Kongsberg Gruppen
- Rheinmetall ร่วงเกือบ 4% แม้แนวโน้มระยะยาวของการใช้จ่ายด้านกลาโหมยุโรปยังคงแข็งแกร่งมาก
- นักลงทุนกำลังให้ความสำคัญมากขึ้นกับการดำเนินงานตามสัญญาและประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัท มากกว่าคำมั่นทางการเมืองเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม
- การระงับ IPO ของ KNDS สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันมีความระมัดระวังมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคกลาโหมยุโรป
- ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลงยังเห็นได้จากหุ้นกลาโหมยุโรปรายใหญ่อื่น ๆ ได้แก่ BAE Systems, Dassault Aviation, Leonardo, Saab และ Kongsberg Gruppen
หุ้น Rheinmetall (RHM.DE) ร่วงเกือบ 4% หลังการประชุม NATO Summit ที่อังการา ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหมยุโรปโดยรวมก็อยู่ภายใต้แรงกดดัน แม้พันธมิตร NATO ยืนยันความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร
การเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจสะท้อนว่านักลงทุนกำลังลดความสนใจจากการซื้อหุ้นตาม “เรื่องราวการเติบโตของอุตสาหกรรมกลาโหม” และเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานจริงและปัจจัยพื้นฐานของบริษัทมากขึ้น
ข่าวดีไม่ได้หมายความว่าราคาหุ้นต้องปรับตัวขึ้นเสมอไป
เมื่อมองในครั้งแรก ปฏิกิริยาของตลาดอาจดูสวนทางกับเหตุผล
NATO ได้ยืนยันแนวโน้มระยะยาวของการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม ขณะที่ผู้รับเหมาด้านกลาโหมรายใหญ่ที่สุดของยุโรปยังคงมีมูลค่างานในมือ (Order Backlog) อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
ตามทฤษฎีแล้ว หุ้น Rheinmetall ควรปรับตัวขึ้น
แต่ปัญหาคือ ตลาดหุ้นไม่ได้สะท้อนเพียงปัจจุบัน แต่มองไปยังอนาคต
ข่าวเชิงบวกจำนวนมากถูกสะท้อนเข้าไปในราคาหุ้นแล้ว หลังจากการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
เมื่อ Valuation อยู่ในระดับสูง นักลงทุนจึงเริ่มตั้งคำถามใหม่ เช่น
- บริษัทสามารถดำเนินการตามสัญญาได้เร็วแค่ไหน?
- สามารถรักษาอัตรากำไรได้หรือไม่?
- คำมั่นทางการเมืองจะเปลี่ยนเป็นกำไรและกระแสเงินสดที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่?
นี่คือการเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนตาม “เรื่องราว” ไปสู่การลงทุนตาม “ปัจจัยพื้นฐาน”
นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับการดำเนินงานจริง มากกว่าคำสัญญา
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การยกเลิกโครงการเรือฟริเกต F126 ที่มีปัญหาของเยอรมนี
การตัดสินใจของเบอร์ลินแสดงให้เห็นว่า แม้งบประมาณด้านกลาโหมจะเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าโครงการทางทหารทุกโครงการจะดำเนินไปอย่างราบรื่น
กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังคงใช้เวลานาน ขณะที่ความล่าช้าและต้นทุนที่สูงเกินคาดยังคงส่งผลกระทบต่อโครงการขนาดใหญ่
หลังจากข่าวดังกล่าว Rheinmetall เข้าสู่ช่วงปรับฐานที่รุนแรงที่สุด และแรงกดดันได้แพร่กระจายไปยังหุ้นกลุ่มกลาโหมยุโรปโดยรวม
นักลงทุนเริ่มตระหนักมากขึ้นว่า ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดของบริษัทกลาโหมในปัจจุบัน ไม่ใช่การขาดแคลนอุปสงค์
แต่คือ
- ความสามารถในการดำเนินงานตามสัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ
- ความสามารถของรัฐบาลในการผลักดันแผนจัดซื้ออาวุธขนาดใหญ่ให้เกิดขึ้นจริง
อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นคือสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ประธานาธิบดี Donald Trump แสดงความมั่นใจว่าสงครามในยูเครนอาจยุติลงได้ในท้ายที่สุด โดยระบุว่ารัสเซียอาจจำเป็นต้องลดท่าทีหรือปรับเปลี่ยนข้อเรียกร้องบางส่วน
ขณะเดียวกัน การสนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตขีปนาวุธ Patriot ในยูเครน และการให้หลักประกันด้านความมั่นคงเพิ่มเติม สะท้อนว่าวอชิงตันต้องการเจรจาจากจุดที่มีอำนาจต่อรองสูง
ขณะที่รัสเซียยังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความคืบหน้าในสนามรบที่จำกัด
หากสงครามเข้าสู่สถานการณ์ “ความขัดแย้งที่ถูกแช่แข็ง” นักลงทุนบางส่วนอาจเริ่มตั้งคำถามว่า โมเมนตัมการเพิ่มกำลังทหารของยุโรปจะสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่
การขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของลำดับความสำคัญทางการเมือง อาจลดความเร่งด่วนของการใช้จ่ายด้านกลาโหมในอนาคต
การระงับ IPO ของ KNDS ส่งสัญญาณมากกว่าผลประกอบการอีกหนึ่งไตรมาส
หนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในมุมมองนักลงทุน คือการตัดสินใจของ KNDS ที่ระงับแผน IPO
บริษัทไม่ได้เลื่อนการเข้าตลาดหุ้นเพราะปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ
ตรงกันข้าม KNDS มีมูลค่างานในมือมากกว่า 33 พันล้านยูโร และคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 30% ในปีหน้า
ปัญหาอยู่ที่เรื่องของ Valuation
ผู้ถือหุ้นมองว่านักลงทุนสถาบันไม่ได้พร้อมจ่าย Multiples ในระดับเดียวกับที่คาดการณ์ไว้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน
การตัดสินใจดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สุดว่า เงินทุนทั่วโลกกำลังเลือกลงทุนในหุ้นกลาโหมยุโรปอย่างระมัดระวังมากขึ้น
ไม่ใช่จุดจบของตลาดขาขึ้น แต่เป็นช่วงใหม่ของวัฏจักร
สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าตลาดขาขึ้นระยะยาวของหุ้นกลาโหมยุโรปสิ้นสุดลง
ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น
ยุโรปมีแนวโน้มที่จะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมต่อไปอีกหลายปี แม้จะมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะสั้น
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ วิธีที่นักลงทุนประเมินมูลค่าธุรกิจเหล่านี้
ในอดีต เพียงแค่การประกาศแพ็กเกจงบประมาณกลาโหมใหม่ก็เพียงพอที่จะผลักดันราคาหุ้นขึ้น
แต่ปัจจุบัน นักลงทุนต้องการเห็น
- โรงงานใหม่
- กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
- อัตรากำไรที่สูงขึ้น
- กระแสเงินสดที่เติบโต
ซึ่งหมายความว่า วัฏจักรการลงทุนด้านกลาโหมในระยะต่อไป อาจถูกขับเคลื่อนด้วย ประสิทธิภาพการดำเนินงานจริง มากกว่าข่าวการเมืองเพียงอย่างเดียว
Rheinmetall (กราฟ D1)
หุ้น Rheinmetall ปรับตัวลดลงประมาณ 50% จากจุดสูงสุดตลอดกาล
ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล 200 วัน (EMA200 เส้นสีแดง) ประมาณ 30%
กราฟยังคงสะท้อนแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน และแสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
นักลงทุนจำนวนมากยังคงทยอยทำกำไรออกจากหุ้น หรือในบางกรณีเลือกตัดขาดทุน หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

Source: xStation 5
หุ้นเด่นประจำสัปดาห์: Seagate Technology เมื่อเทคโนโลยีรุ่นเก่ากลับมามีบทบาทสำคัญในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI)
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ ⏰
US100 รีบาวด์ 1% 🔼 SK hynix ได้รับแรงซื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนเปิดตัวใน Nasdaq
อิหร่านต้องการบรรลุ "ข้อตกลง" จริงหรือ? Trump เปลี่ยนท่าทีต่ออิหร่านและสเปน 💡