เหตุการณ์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่เวเนซุเอลาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับกระแสข่าวทั่วโลก แต่จนถึงขณะนี้ยังส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินค่อนข้างจำกัด ณ เวลาที่เขียน รายงานระบุว่าราคาน้ำมัน โลหะมีค่า และดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย
-
มาดูโรถูกควบคุมตัวจากปฏิบัติการทางทหารที่นำโดยสหรัฐฯ
-
โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ ขณะนี้มี “สิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรของเวเนซุเอลาอย่างเต็มรูปแบบ” และต้องการให้บริษัทน้ำมันสหรัฐกลับเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศ
-
โครงสร้างพื้นฐานที่ท่าเรือ La Guaira ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย ขณะที่กำลังการผลิตของ PDVSA ยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ
-
ราคาน้ำมันร่วงลงในช่วงแรกประมาณ 0.73% สู่ระดับใกล้ 56.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะดีดกลับและล่าสุดซื้อขายแถว 57.45 ดอลลาร์
ตลาดกำลังพยายามประเมินความเป็นไปได้ของเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้าสู่เวเนซุเอลา รวมถึงโอกาสที่สหรัฐฯ จะเข้ามาฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมน้ำมันที่เสื่อมโทรมอย่างหนักของประเทศ เวเนซุเอลาในปัจจุบันมีสัดส่วนการผลิตเพียงราว 1% ของกำลังการผลิตน้ำมันโลก หลังเผชิญมาตรการคว่ำบาตรและการขาดการลงทุนมาเป็นเวลานาน แม้จะครองปริมาณสำรองน้ำมันสูงถึงราว 17% ของโลกก็ตาม
รายงานเกี่ยวกับแผนการลงทุนด้านเงินทุน รวมถึงกองทุนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ที่นำโดย Ali Moshiri อดีตผู้บริหาร Chevron ได้ช่วยหนุนความคาดหวังว่ากำลังการผลิตอาจเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะยาว ขณะเดียวกัน หุ้นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรง จากกระแสคาดการณ์ถึงการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของเวเนซุเอลา เช่น Chevron (+7.70%) และ Exxon Mobil (+4.45%)
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอย่างเป็นจริง การฟื้นฟูกำลังการผลิตจำเป็นต้องใช้เวลาหลายปีและเงินลงทุนมหาศาล ทั้งในบ่อผลิต โรงกลั่น และระบบขนส่ง โดยบางการประเมินชี้ว่า อุปทานที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจยังไม่เกิดขึ้นก่อนปี 2030 หรือหลังจากนั้น
ด้วยกรอบเวลาที่ค่อนข้างยาว ตลาดจึงประเมินว่าผลกระทบต่ออุปทานในระยะสั้นยังมีจำกัด เสียงสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรมมองว่าการฟื้นฟูภาคน้ำมันของเวเนซุเอลาเป็น “โครงการระยะยาวมาก” ที่อาจเผชิญอุปสรรคก่อนจะเห็นผลจริง ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องภาวะอุปทานล้นตลาดในทันที นอกจากนี้ กลุ่ม OPEC+ ยังมีมติในช่วงสุดสัปดาห์ให้คงกำลังการผลิตไว้เท่าเดิม ยิ่งช่วยสร้างเสถียรภาพด้านอุปทานในไตรมาสแรกของปี 2026
โดยสรุป พัฒนาการในช่วงสุดสัปดาห์นี้ยังส่งผลต่อตลาดในเชิงการเมืองมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ปฏิกิริยาที่เห็นได้ชัดในขณะนี้คือ ความผันผวนของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และโลหะมีค่าปรับตัวขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนอีกครั้งจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น

ตลาดรายวัน: CHN.cash (07.01.2026) หุ้นจีนปรับขึ้นชนกำแพง 📉 🇨🇳
ปฏิทินเศรษฐกิจ: ตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้นตัว❓🇺🇸
BREAKING: DE40 รีบาวด์ แม้ยอดค้าปลีกเยอรมนีลดลงสวนทางคาด 🇩🇪
สรุปข่าวเช้า