ความร่วมมือระหว่าง Apple และ OpenAI กำลังสั่นคลอนอย่างชัดเจน และตามรายงานของ Bloomberg ระบุว่า OpenAI ได้เริ่มทำงานร่วมกับสำนักงานกฎหมายภายนอกเพื่อเตรียมความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีทางกฎหมายกับ Apple ซึ่งเพิ่มปัจจัยเสี่ยงใหม่ให้กับภาพรวมของหุ้น AAPL และอาจทำให้ตลาดต้องประเมินความคาดหวังเดิมเกี่ยวกับการผสาน ChatGPT เข้ากับระบบนิเวศของ Apple ใหม่อีกครั้ง
ภาพความขัดแย้งระหว่าง Apple และ OpenAI
Bloomberg รายงานว่า ความร่วมมือระยะเวลา 2 ปีระหว่างทั้งสองบริษัทเริ่มมีความตึงเครียดมากขึ้น เนื่องจาก OpenAI ไม่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากข้อตกลงเท่าที่คาดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นของความร่วมมือ มีรายงานเพิ่มเติมว่าทีมกฎหมายของ OpenAI กำลังทำงานร่วมกับสำนักงานกฎหมายภายนอกเพื่อพิจารณาหลายแนวทางที่อาจนำไปสู่การดำเนินการอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ ซึ่งสะท้อนว่านี่ไม่ใช่เพียงแรงกดดันเชิงข่าวสารเท่านั้น
ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทอยู่ที่การที่ ChatGPT ถูกผสานเข้ากับซอฟต์แวร์ของ Apple อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเดิมทีถูกมองว่าเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้และเพิ่มการเข้าถึงผู้ใช้งานนับร้อยล้านอุปกรณ์ทั่วโลก แต่เมื่อ OpenAI ระบุว่าผลตอบแทนจากข้อตกลงไม่เป็นไปตามความคาดหวัง จึงมีความเป็นไปได้ว่ารูปแบบรายได้ การแบ่งมูลค่า หรือระดับการเข้าถึงบนอุปกรณ์ Apple อาจไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ตั้งแต่แรก
การที่มีข้อมูลรั่วไหลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของคดีความออกมาจากวงในของ OpenAI เอง ยังสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างอำนาจต่อรองก่อนเข้าสู่การเจรจาหรือข้อพิพาทอย่างเป็นทางการในอนาคต
ผลกระทบต่อผู้ลงทุน AAPL
จากมุมมองของผู้ถือหุ้น Apple ความเสี่ยงคือ แทนที่ตลาดจะมองภาพการผสาน AI เข้ากับ iOS, iPadOS และ macOS อย่างราบรื่น ตลาดอาจเริ่มตีความใหม่ว่ามีความเป็นไปได้ของข้อพิพาททางสัญญา การเรียกร้องค่าเสียหาย และการต้องเจรจาใหม่หรือปรับโครงสร้างข้อตกลงเดิม
ข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นยังอาจเปิดเผยรายละเอียดเชิงพาณิชย์ระหว่าง Apple และ OpenAI ซึ่งจะเพิ่มความไม่แน่นอนต่อศักยภาพการสร้างรายได้ระยะยาวจากบริการ AI ภายในระบบนิเวศของ Apple
นักลงทุนควรมองรายงานเหล่านี้ในฐานะ “headline risk” ที่ทำให้ความผันผวนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น และในระยะกลางอาจบังคับให้ตลาดต้องทบทวนสมมติฐานเกี่ยวกับความเร็วและขนาดของการทำ monetisation จาก AI ในงบการเงินของ Apple ใหม่อีกครั้ง
เมื่อพิจารณาจากบริบทของข้อพิพาทและแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่มีอยู่แล้วในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ความเป็นไปได้ของข้อพิพาทเพิ่มเติมยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อ “premium valuation” ของ Apple หากบริษัทยังไม่สามารถแสดงเส้นทางการสร้างรายได้จาก AI ที่ชัดเจนและเสถียรได้
สำหรับเทรดเดอร์ สถานการณ์นี้เอื้อต่อการเก็งกำไรตามข่าวระยะสั้น แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว คำถามสำคัญคือ ข้อพิพาทนี้จะจบลงเพียงการปรับเงื่อนไขสัญญาเล็กน้อย หรือจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของความร่วมมือระหว่างสองบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายนี้
หุ้น Apple ปรับตัวลดลงไม่นานหลังการเผยแพร่บทความของ Bloomberg
Source: xStation
ข่าวเด่นวันนี้ 15 พ.ค.
หุ้นเด่นประจำสัปดาห์: SAP – ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งยุโรป
Market Wrap: การเยือนปักกิ่งของทรัมป์มีความหมายต่อตลาดอย่างไร? 📊
ข่าวเด่นวันนี้ 14 พ.ค.