หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กำลังพยายามกลับมาเป็นผู้นำตลาดอีกครั้งก่อน Wall Street เปิดราว 90 นาที โดยหลังจากมีแรงขายทำกำไรระยะสั้น นักลงทุนกำลังหมุนเงินกลับเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center อีกครั้ง พร้อมจับตาผลประกอบการของ Nvidia ในคืนนี้ในฐานะ catalyst สำคัญของตลาด growth
กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลับมาฟื้นตัว
กองทุน iShares Semiconductor ETF (SOXX) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% โดยเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่หุ้นที่อ่อนไหวต่อธีม AI อีกครั้ง
• Marvell Technology +5%
• Intel +4%
• Micron Technology +3%
ตลาดกำลังกลับไปให้น้ำหนักกับ narrative เดิมว่า การลงทุนด้าน AI และ computing infrastructure ยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่ sector ที่ยังสามารถรักษาการเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว
Intel ถือเป็นอีกหุ้นที่น่าสนใจ เพราะเมื่อไม่กี่ไตรมาสก่อน ตลาดยังมองว่าบริษัทกำลังเสียเปรียบ AMD และ Nvidia ทางเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มกลับมา pricing potential การฟื้นตัวของ Intel จาก:
• การลงทุนด้าน foundry
• นโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ
• และการฟื้นตัวของตลาด PC และ Server
แต่ในระยะสั้น Intel ยังถูกมองเป็น sentiment trade ของ sector semiconductor โดยรวมมากกว่า
ขณะเดียวกัน Analog Devices สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่ม “คาดหวังสูงมาก” ต่อหุ้นเทคโนโลยี
บริษัทประกาศกำไรและรายได้ดีกว่าคาด:
• EPS ไตรมาส 2 = $3.09
• สูงกว่าคาดการณ์ที่ $2.88
แต่หุ้นกลับยังเคลื่อนไหวติดลบเล็กน้อยในช่วง premarket
สิ่งนี้สะท้อนว่า นักลงทุนในปัจจุบันไม่ได้ต้องการแค่ผลประกอบการที่ “ดีกว่าคาด” อีกต่อไป แต่ต้องการ:
• การเร่งตัวของ growth
• และ guidance ที่แข็งแกร่งอย่างชัดเจน
ในสภาพแวดล้อมที่ valuation ของหุ้นเทคโนโลยีอยู่ในระดับสูง การ beat estimate เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ดังนั้น session วันนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของ AI Rally ทั้งตลาด
Nvidia กลายเป็น barometer สำคัญของ risk appetite ใน sector เทคโนโลยีมาหลายเดือนแล้ว
หากผลประกอบการออกมาแข็งแกร่ง อาจช่วยจุด momentum ใหม่ให้หุ้น semiconductor ทั้งกลุ่ม
แต่หากเริ่มเห็นสัญญาณว่า demand สำหรับ AI accelerator ชะลอตัว ก็อาจกระตุ้นแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรง หลังตลาดปรับขึ้นมาแรงมากในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน Qualcomm ก็เริ่มรีบาวด์กลับขึ้นเกือบ 3% ก่อนตลาดเปิด หลังเผชิญแรงขายในช่วงก่อนหน้า

Source: xStation5
Target สะท้อนความแข็งแกร่งของผู้บริโภคสหรัฐฯ
อีกด้านหนึ่งของตลาด หุ้นกลุ่มค้าปลีกกำลังได้รับความสนใจ หลัง Target รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเกือบ 2%
บริษัทประกาศ:
• กำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ $1.71
• รายได้รวม $25.44 พันล้านดอลลาร์
ซึ่งสูงกว่าที่ Wall Street คาดการณ์ไว้ทั้งหมด
สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ Target ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของยอดขายสุทธิทั้งปีขึ้นเป็น 4%
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนว่า แม้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ตลาดเคยกังวล
ในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจปัจจุบัน หุ้นกลุ่มค้าปลีกกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ดังนั้น ทุกสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคเริ่ม stabilise จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง และช่วยสนับสนุน valuation ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่อไป

Source: xStation5
Target สะท้อนความแข็งแกร่งของผู้บริโภคสหรัฐฯ
อีกด้านหนึ่งของตลาด หุ้นกลุ่มค้าปลีกกำลังได้รับความสนใจ หลัง Target รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเกือบ 2%
บริษัทประกาศ:
• กำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ $1.71
• รายได้รวม $25.44 พันล้านดอลลาร์
ซึ่งสูงกว่าที่ Wall Street คาดการณ์ไว้ทั้งหมด
สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือ Target ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของยอดขายสุทธิทั้งปีขึ้นเป็น 4%
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนว่า แม้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ตลาดเคยกังวล
ในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจปัจจุบัน หุ้นกลุ่มค้าปลีกกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ดังนั้น ทุกสัญญาณที่บ่งชี้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคเริ่ม stabilise จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง และช่วยสนับสนุน valuation ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่อไป

Source: xStation5
Micron และ SanDisk ปรับตัวขึ้น รับแรงหนุนจากปัญหาที่ Samsung และความคาดหวังต่อ Nvidia
การประท้วงที่ Samsung: แรงกดดันด้าน Supply ต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์?
จีนปิดประตูใส่ Nvidia ปักกิ่งเดิมพันกับชิปภายในประเทศ!
📅 Economic Calendar: Nvidia และ FOMC Minutes จับตาเป็นพิเศษ ❗