เงินเยนกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดกำลังมีผู้เล่นรายใหม่ที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขากำลังถือ “ไพ่เหนือกว่า”
Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการบรรยายที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐเท็กซัสว่า “I am the house now” ซึ่งเปรียบตัวเองเหมือนเจ้ามือที่มีความได้เปรียบในเกม และมีโอกาสเป็นฝ่ายชนะมากกว่า
Bessent ยังระบุว่าเขามี ข้อมูลที่เหนือกว่า (asymmetric information) หรือมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแผนการของผู้กำหนดนโยบายญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งทำให้เขาสามารถประเมินและกำหนดทิศทางสถานการณ์ในตลาดเงินได้อย่างเหมาะสม
แม้นักลงทุนจะสามารถเดิมพันสวนทางกับเขาได้ แต่จากมุมมองของ Bessent พวกเขาแทบไม่มีโอกาสเอาชนะผู้เล่นที่ถือข้อมูลเหนือกว่าในตลาดนี้ได้

แม้จะวัดจากการเปลี่ยนแปลงรายเดือน แต่การเคลื่อนไหวเกือบ 4% ถือว่ามีขนาดใหญ่มากสำหรับตลาดเงิน
Source: XTB
Macro และภูมิรัฐศาสตร์: ความร่วมมือที่ไม่ธรรมดาระหว่างวอชิงตันและโตเกียว
สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ แม้เราเคยเห็นการเคลื่อนไหวของเงินเยนในลักษณะใกล้เคียงกันมาแล้วในปี 2024 โดยปกติแล้ว ญี่ปุ่นมักเป็นฝ่ายขอความเห็นชอบจากสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนค่าเงินของตัวเอง แต่ครั้งนี้กลับเป็นวอชิงตันที่เข้ามามีบทบาทในการแทรกแซงตลาดร่วมกัน โดยการขายสินทรัพย์สกุลยูโรจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเพื่อเข้าซื้อเงินเยน
นับจากนั้น เราได้เห็นการส่งสัญญาณแทรกแซงผ่านถ้อยแถลงหลายครั้ง และการแข็งค่าระลอกแรกของเงินเยนอย่างชัดเจนในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับ 160 ก่อนเข้าสู่ช่วงเปิดตลาดสหรัฐฯ อาจเป็นสัญญาณว่า Treasury ของสหรัฐฯ กำลังเตรียมดำเนินการเพิ่มเติมในตลาดเงิน
แรงจูงใจของ Bessent นั้นมาจากผลประโยชน์ของสหรัฐฯ โดยตรง เขามองว่าเงินเยนที่อ่อนค่าและผันผวนมากเกินไปอาจทำให้ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ต้อง ขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury bonds) เพื่อระดมทุนสำหรับการแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรและต้นทุนการกู้ยืมของภาคครัวเรือนสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การปกป้องค่าเงินเยนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องตลาดตราสารหนี้ของสหรัฐฯ ไปแล้ว
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เอง ซึ่งมีความเข้มงวดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สมาชิก BOJ อย่าง Hajime Takata กล่าวถึงความเป็นไปได้ของ “การเปลี่ยนแปลงระบอบนโยบาย” (regime change) ในปี 2026 โดยมีแรงหนุนจากการกลับมาของเงินเฟ้อและแรงกดดันด้านค่าจ้าง ขณะที่ตลาดกำลังเร่งเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่ BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 17–18 กันยายน
อัตราแลกเปลี่ยน USDJPY เคยเกือบแตะระดับ 164 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายของ Goldman Sachs และถือเป็นระดับที่สะท้อนการอ่อนค่าของเงินเยนมากที่สุดในรอบ 40 ปี ก่อนที่คู่เงินจะร่วงลงมาอยู่บริเวณ 153 ในปัจจุบัน ขณะที่ Bessent เองก็ส่งสัญญาณว่า USDJPY อาจปรับตัวลงไปถึงระดับ 150
อย่างไรก็ตาม จุดนี้เองคือความเสี่ยงสำคัญที่สุดของภาพรวมทั้งหมด หาก BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 18 กันยายน แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณที่ Hawkish มากพอเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต ตลาดอาจเกิดสถานการณ์ “Sell the Fact” ซึ่งหมายถึงนักลงทุนขายทำกำไรหลังเหตุการณ์ที่ตลาดคาดการณ์ไว้เกิดขึ้นจริง
Positioning: การลดสถานะก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่
ข้อมูล COT ช่วยอธิบายว่าทำไมการเคลื่อนไหวของเงินเยนจึงรุนแรงเช่นนี้ ภายในเดือนกรกฎาคม นักเก็งกำไรได้สะสม สถานะ Short เงินเยนในระดับสูงมาก โดยมีสัญญาขายประมาณ 265,000 สัญญา และสถานะสุทธิอยู่ที่ราว -170,000 สัญญา ซึ่งต่ำกว่าขอบล่างของกรอบระดับสุดขั้ว
โครงสร้างดังกล่าวเริ่มคลี่คลายลง หลังจำนวนสถานะ Short ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ก่อนที่ตลาดจะเริ่มปรับตัวกลับในช่วงต้นเดือนกันยายน เราจะเห็นการกลับเข้ามาของแรงขายเล็กน้อยก็ตาม
ข้อมูล CFTC ชุดล่าสุดมีแนวโน้มที่จะแสดงให้เห็นว่า สถานะ Short ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่สถานะ Long เพิ่มขึ้น
ประเด็นสำคัญ: แรงบีบสถานะ Short ออกจากตลาดอาจเกิดขึ้นไปแล้วราว 60% ของระดับสุดขั้ว แต่ตลาดยังคงมีสถานะสุทธิ Short เงินเยนอยู่
หากเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวในปี 2024 ซึ่งเกิดขึ้นจากการลดสถานะ Carry Trade การปรับตัวในครั้งนั้นไม่ได้หยุดอยู่เพียงครึ่งทาง แต่สถานะสุทธิเปลี่ยนเข้าสู่ฝั่งบวกอย่างชัดเจน
ดังนั้น แรงหนุนสำหรับการแข็งค่าของเงินเยนเพิ่มเติมยังคงมีอยู่

Technical Analysis
ในกรอบเวลา D1 ภาพทางเทคนิคได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ:
-
เส้นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend Line) ที่ลากจากจุดต่ำสุดในเดือนเมษายน 2025 ถูกทำลายลง ถือเป็นครั้งแรกในรอบประมาณ 1 ปีครึ่งที่โครงสร้างดังกล่าวถูกละเมิด ปัจจุบันเส้นแนวโน้มนี้อยู่บริเวณ 158–159
-
ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างระดับ Fibonacci Retracement 38.2% และ 50% ของรอบการปรับตัวขึ้นจาก 139 ถึง 163.5 ขณะที่ด้านล่างมีระดับ 61.8% รออยู่บริเวณแนวรับสำคัญที่ 150 อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากกรอบการปรับฐานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจขยายตัวได้มากกว่านี้
-
โซน 158.0–159.0 ถือเป็นแนวต้านสำคัญในขณะนี้ เนื่องจากเป็นจุดที่ระดับ Fibonacci 23.6% การสะสมตัวของราคาในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน เส้นแนวโน้มที่ถูกทำลาย และค่าเฉลี่ยรายปีที่ 158.28 มาบรรจบกัน หากราคากลับขึ้นไปยืนเหนือโซนนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้มุมมองขาลง (Bearish Scenario) ถูกยกเลิก
-
ความคล้ายคลึงกับช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2024 มีความชัดเจนอย่างมาก ทั้งในแง่กลไกและรูปแบบการเคลื่อนไหว โดยในครั้งนั้น USDJPY ปรับตัวลงถึง 13% ภายใน 5 สัปดาห์ ขณะที่การปรับตัวลงในรอบปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 6% หรือคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของการเคลื่อนไหวในครั้งก่อน

ข้อมูลเชิงสถิติก็น่าสนใจเช่นกัน โดย Z-score เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายปีลดลงมาอยู่ที่ -2.0 ซึ่งถือเป็นระดับสุดขั้วในลักษณะนี้ครั้งแรกนับตั้งแต่ราวปี 2020 และในอดีตมักเป็นโซนที่มีโอกาสเกิดการรีบาวด์ อย่างไรก็ตาม หากมองในกรอบเวลาที่ยาวขึ้น ภาพยังคงเป็นกลาง โดยค่าเฉลี่ย 2 ปีอยู่ที่ 153.5 ซึ่งใกล้เคียงกับราคาปัจจุบันอย่างมาก ขณะที่ Z-score อยู่ที่ +0.1 ส่วนค่าเฉลี่ย 5 ปีอยู่ที่ 148.65 ซึ่งยังต่ำกว่าระดับราคาปัจจุบัน
ข้อสรุปมีอยู่สองด้าน และนี่คือสิ่งที่กำหนดทิศทางของ USDJPY ในปัจจุบัน: ในเชิงกลยุทธ์ระยะสั้น การปรับตัวลงเริ่มเข้าสู่ภาวะ Oversold แล้ว แต่ในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว แนวโน้มเงินเยนที่อ่อนค่ายังไม่ได้ถูกทำลายลงอย่างชัดเจน
ราคากลับลงมาอยู่เพียงบริเวณค่าเฉลี่ย 2 ปีเท่านั้น หากการ “เปลี่ยนแปลงระบอบนโยบาย” (regime change) ของญี่ปุ่นเกิดขึ้นจริง นั่นหมายความว่าพื้นที่สำหรับการปรับตัวลงของ USDJPY อาจเพิ่งเริ่มเปิดกว้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังขึ้นอยู่กับทิศทางของ BOJ และน้ำเสียงของ Fed เป็นอย่างมาก โดยสถานการณ์ที่เอื้อต่อการปรับตัวลงของ USDJPY มากที่สุด คือการที่ Warsh ส่งสัญญาณที่ไม่ชัดเจนในวันพุธหน้า ขณะที่ Ueda แสดงจุดยืนที่ชัดเจนอย่างมาก

BOJ ส่งสัญญาณ Hawkish ตลาดสะเทือน ก่อนจับตา PPI สหรัฐฯ
🛢️ Brent จ่อแตะ $100!
⬇️ USDJPY ร่วง 1% หลุดระดับ 155
Chart of the Day: USDJPY ร่วงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – อะไรอยู่เบื้องหลังการปรับตัวลงครั้งนี้? (07.09.2026)