อิหร่านได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำผ่านช่องแคบยุทธศาสตร์ฮอร์มุซได้อย่างเสรี ซึ่งนี่คือ “ของขวัญที่มีมูลค่าสูงอย่างยิ่ง” ที่ Donald Trump เคยกล่าวถึงอย่างคลุมเครือเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในจำนวนดังกล่าว มี 8 ลำที่ผ่านไปก่อนหน้านี้ และอีก 2 ลำตามมาภายหลัง รวมถึงเรือบางลำที่ชักธงปากีสถาน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่า Tehran ต้องการส่งสัญญาณว่าให้ความสำคัญกับการเจรจา และพร้อมจะยุติความขัดแย้ง
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าพลังงานโลก โดยประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทานน้ำมันโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ ดังนั้น สัญญาณการคลี่คลายความตึงเครียดจากอิหร่านอาจช่วยลด “risk premium” ที่สะท้อนอยู่ในราคาน้ำมัน WTI และ Brent ได้อย่างมีนัยสำคัญ หากการเคลื่อนไหวนี้นำไปสู่การเปิดการส่งออกน้ำมันอิหร่านในวงกว้างมากขึ้น ตลาดโลกอาจสามารถดูดซับอุปทานเพิ่มเติมได้มากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเมื่อรวมกับการใช้คลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ อาจช่วยกดดันราคาพลังงานและบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันได้จริง
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นในวันนี้ โดยกลับไปยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง
Source: xStation
กราฟประจำวัน: GBPCHF ฟื้นตัวแรงจากยอดค้าปลีกที่กลับมาฟื้นตัว 🇬🇧📈 (19.06.2026)
ปฏิทินเศรษฐกิจ: สภาพคล่องเบาบางจากวันหยุด Juneteenth (19 มิ.ย. 2026)
Morning Wrap: เอเชียปรับฐานจากความไม่เชื่อมั่นต่อข้อตกลงสันติภาพ โตเกียวส่งสัญญาณแทรกแซงค่าเงินเยน (19.06.2026)
ข่าวเด่นวันนี้ 19 มิ.ย.