📈 ตลาดหุ้น
- การเปิดตลาด Wall Street ในเดือนกันยายนยังไม่ถือว่าสดใส โดยดัชนีหุ้นสหรัฐฯ หลักส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบ
- S&P 500 ปรับตัวลงราว 0.7% ขณะที่ Dow Jones ลดลง 0.8% และ Nasdaq ร่วงหนักสุดเกือบ 1%
- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ถูกเทขาย แต่แรงขายยังไม่รุนแรงมากนัก
- Amazon และ Microsoft ลดลง 2% และ 1.2% ตามลำดับ
- Micron เผชิญแรงกดดันหลังมีรายงานว่าอาจเกิดการประท้วงหยุดงานของพนักงานในไต้หวัน
- หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยังอ่อนตัว โดย Nvidia ลดลงราว 1% ขณะที่ AMD ร่วงประมาณ 3%
- สวนทางกับตลาดคือ Apple ที่หุ้นปรับตัวขึ้นมากกว่า 2.5%
- ตลาดหุ้นยุโรปก็อยู่ในแดนลบเช่นกัน โดยดัชนีหลักแทบทั้งหมดปิดตลาดลดลง
- FTSE 100 ของอังกฤษ และ CAC 40 ของฝรั่งเศส ลดลงราว 0.3%
- ส่วน DAX ของเยอรมนี และ IBEX 35 ของสเปน ปรับตัวลง 1.1% และ 0.8% ตามลำดับ
📊 เศรษฐกิจมหภาค
- ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวในเดือนสิงหาคม แต่ชะลอลงจากเดือนกรกฎาคม
- ดัชนี ISM Manufacturing ลดลงจาก 55.6 เหลือ 54.6 จุด ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 55.3 จุด
- แม้จะชะลอตัว แต่ระดับที่สูงกว่า 50 จุดยังสะท้อนว่าภาคอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในภาวะขยายตัว
- ขณะเดียวกัน ยอดคำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน บ่งชี้ว่าอุปสงค์ยังค่อนข้างแข็งแกร่ง
- จำนวนตำแหน่งงานเปิดรับในสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นเป็น 7.27 ล้านตำแหน่ง จาก 7.18 ล้านตำแหน่งในเดือนมิถุนายน แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 7.36 ล้านตำแหน่ง
- ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง แต่กำลังค่อย ๆ ชะลอตัว และความต้องการแรงงานของบริษัทไม่ได้เพิ่มขึ้นเร็วเท่าที่เคยคาดไว้
🌍 ภูมิรัฐศาสตร์
- ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ–อิหร่าน กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง
- เมื่อวันอังคาร สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อีกครั้ง โดยเกี่ยวข้องกับความพยายามโจมตีเรือพาณิชย์บริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค
- เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ต่อฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านบนเกาะ Larak ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่ามีการเตรียมวางทุ่นระเบิดทางทะเล
- อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธ 8 ลูกไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน แต่ถูกสกัดไว้ได้
- Donald Trump ยืนยันว่าการโจมตีล่าสุดเป็นการตอบโต้การกระทำของอิหร่าน พร้อมเตือนว่าหากเตหะรานตอบโต้ สหรัฐฯ จะโจมตีอีกครั้งในระดับที่ “รุนแรงกว่ามาก”
- ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ เช่นกัน แต่ประธานาธิบดีอิหร่านยังส่งสัญญาณว่าพร้อมกลับเข้าสู่ข้อตกลงหยุดยิงเดิม หากสหรัฐฯ ปฏิบัติตามพันธกรณี
- สำหรับตลาดการเงิน ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
🛢️ สินค้าโภคภัณฑ์
- หลังเกิดการโจมตีล่าสุด ราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ $90 ต่อบาร์เรล
- รายงานการโจมตีเพิ่มเติมและการหยุดชะงักของการเดินเรือในภูมิภาคกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นต่อ
- ขณะเดียวกัน โลหะมีค่ากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยคืนกำไรบางส่วนที่ทำได้ในเดือนสิงหาคม
- ทองคำ ร่วงเกือบ 2.5% หลุดระดับ $4,350 ต่อออนซ์
- เงิน (Silver) ลดลงเกือบ 3% หลุดระดับ $65 ต่อออนซ์
💱 ตลาดเงิน
- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ทำให้ความต้องการถือดอลลาร์ในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เพิ่มขึ้น
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความกังวลด้านเงินเฟ้อยังเป็นอีกปัจจัยสนับสนุน ซึ่งอาจจำกัดโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed และหนุน Bond Yield สหรัฐฯ
₿ ตลาดคริปโต
- Sentiment ที่แย่ลงยังสะท้อนมายังตลาดคริปโต โดยสินทรัพย์ดิจิทัลหลักเริ่มคืนกำไรบางส่วนจากเดือนที่ผ่านมา
- Bitcoin และ Ethereum ปรับตัวลงราว 1.9%
- Bitcoin เคลื่อนไหวบริเวณ $77,000 ขณะที่ Ethereum ซื้อขายใกล้ระดับ $2,430
🚨 BREAKING: ISM พลาดเป้า! EUR/USD ร่วงกดดัน
ทองร่วง 1.5% 🚩 โลหะมีค่ากำลังจะลงต่ออีกครั้ง?
CPI ยูโรโซนต่ำกว่าคาด 🚨 ว่างงานเพิ่ม EURUSD เคลื่อนไหวทันที
Chart of the Day: DE40 ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 🚩 ยอดค้าปลีกเยอรมนีทรุดหนัก