นักลงทุนในทุกตลาดต่างมีความหวังว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะคงอยู่ในระยะยาว และจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในที่สุด
แม้ว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ความคึกคักเชิงบวก (euphoria) ยังเห็นได้ชัดในตลาดหุ้น ซึ่งกำลังทำสถิติระดับมูลค่าสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ในสัปดาห์ข้างหน้า จะมีข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคสำคัญหลายรายการ อย่างไรก็ตาม ความสนใจของตลาดโลกยังคงมุ่งไปที่ตะวันออกกลางเป็นหลัก
นอกจากนี้ ฤดูกาลประกาศผลประกอบการของวอลล์สตรีทกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ซึ่งอาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความยั่งยืนของระดับราคาดัชนีที่อยู่ใกล้จุดสูงสุดทางประวัติศาสตร์
ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ เครื่องมือที่ควรจับตามองเป็นพิเศษ ได้แก่ GBPUSD, GOLD และ US500
GBPUSD
ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะมีข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคสำคัญจากทั้งปอนด์อังกฤษและดอลลาร์สหรัฐจำนวนมาก
วันอังคารจะมีข้อมูลการจ้างงานของสหราชอาณาจักร และยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ
วันพุธจะมีรายงานเงินเฟ้อ CPI ของสหราชอาณาจักร ซึ่งอาจมีความสำคัญต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของประเทศ
ปัจจุบันตลาดประเมินความเป็นไปได้เพียง 40% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยเพียงหนึ่งครั้งภายในกลางปี ขณะที่ปลายเดือนมีนาคม ตลาดเคยประเมินโอกาสเกือบสองครั้ง
ในด้านนโยบายการเงิน การให้ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ จะเป็นเหตุการณ์สำคัญ เพราะอาจสะท้อนทิศทางของ Fed หลังการพ้นตำแหน่งของ Jerome Powell
นอกจากนี้ วันพฤหัสบดีจะมีการประกาศตัวเลข PMI เบื้องต้นของภาคอุตสาหกรรมทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ
GOLD
ราคาทองคำยังคงขึ้นอยู่กับบรรยากาศความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นหลัก
ในเชิงย้อนแย้ง การยกระดับความขัดแย้งอาจกดดันราคาทองลงได้ เนื่องจากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในอนาคต และอาจนำไปสู่การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น
ในทางกลับกัน หากบรรยากาศดีขึ้น จะเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำ เพราะความเสี่ยงเงินเฟ้อลดลง และลดโอกาสการกลับไปขึ้นดอกเบี้ย
ในบริบทนี้ การให้ถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ในวันอังคารจะมีความสำคัญอย่างมากต่อทิศทางตลาดทองคำ
นอกจากนี้ เมื่อสัญญาณสันติภาพเริ่มชัดขึ้น นักลงทุนอาจหันไปให้ความสนใจกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ซึ่งยังสามารถสนับสนุนราคาทองคำได้ เช่น หนี้สาธารณะโลกที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์ (de-dollarization)
ปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้อาจช่วยหนุนแนวโน้มขาขึ้นต่อไป หากไม่ถูกสกัดด้วยนโยบายการเงินที่กลับมาเข้มงวดอีกครั้ง
US500
ดัชนีวอลล์สตรีทสามารถปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้ แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นอยู่
ดูเหมือนว่านักลงทุนสหรัฐฯ จะประเมินว่าประเด็นนี้ใกล้ได้รับการแก้ไขแล้ว หากความเชื่อนี้ยังคงอยู่ ตลาดจะหันไปให้ความสนใจเต็มที่กับผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ
จนถึงตอนนี้ บริษัทขนาดใหญ่ส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แม้การตอบสนองของตลาดจะยังคละกัน
ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะมีรายงานจากบริษัทอย่าง Tesla, IBM, AT&T และ Boeing (วันพุธ) รวมถึง Caterpillar และ Intel (วันพฤหัสบดี)
นอกจากนี้ วันพฤหัสบดีจะมีการลงมติข้อเสนอควบรวมกิจการระหว่าง Warner Bros. Discovery และ Paramount Skydance ซึ่งอาจสร้างความผันผวนเพิ่มเติมในกลุ่มสื่ออีกด้วย
ข่าวเด่นวันนี้ 20 เม.ย.
การพุ่งขึ้นแบบพาราโบลาของตลาดยุโรปก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์ 💡
💲 ดอลลาร์ดิ่งลง หลังการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ 📉 จุดเริ่มต้นของการปรับฐานแรงหรือไม่? ❓
หุ้นสายการบินยุโรปพุ่งขึ้นแรง