ดอลลาร์ถูกกดดันจากการลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อน โลหะมีค่าอยู่ภายใต้แรงกดดันก่อนการประชุม Fed แต่โมเมนตัมล่าสุดเริ่มได้แรงหนุนจากสัญญาณความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลดลง
ทองคำฟื้นตัวตามดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่ลดลง
ราคาทองคำดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และการอ่อนค่าของดอลลาร์ ตลาดตอบสนองต่อรายงานที่บ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการลงทุนในตลาดโลหะมีค่าในระยะสั้น
สำหรับทองคำ อัตราผลตอบแทนที่ลดลงมีความสำคัญมาก เพราะช่วยลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย เมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้น ทองคำมักจะเสียความน่าสนใจ เนื่องจากไม่ได้สร้างรายได้จากดอกเบี้ย
ในวันพุธ แรงกดดันดังกล่าวลดลง ส่งผลให้ราคาทองคำปรับขึ้นเข้าใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน (50-day EMA) บริเวณ $4,800 ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ถือเป็นสัญญาณการกลับตัวของแนวโน้มอย่างชัดเจน เนื่องจากเริ่มมีแรงขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นมาทดสอบแนวต้านทางเทคนิค นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อความเป็นไปได้ของความคืบหน้าทางภูมิรัฐศาสตร์ เพราะตลาดเคยตอบสนองต่อข่าวลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว ทำให้การเคลื่อนไหวรอบนี้อาจเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น
ในระยะสั้น เส้น EMA 50 วันยังเป็นแนวต้านสำคัญ หากสามารถทะลุขึ้นไปได้อย่างยั่งยืน จะช่วยปรับปรุงภาพทางเทคนิคของทองคำและหนุนโมเมนตัมขาขึ้นต่อไป แต่หากสถานการณ์ตะวันออกกลางแย่ลง อาจเพิ่มความผันผวนและดันราคากลับลงไปแถว $4,600 ได้อีกครั้ง
โดยรวมแล้ว ตลาดทองคำยังคงไวต่อการเปลี่ยนแปลงของบอนด์ยีลด์ ดอลลาร์สหรัฐ และข่าวภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลางอย่างมาก

ที่มา: xStation5
ข่าวเด่นวันนี้ 7 พ.ค.
การวิเคราะห์ทางเทคนิค: Bitcoin ปรับตัวขึ้น และกำลังเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ
BREAKING: สต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ จาก EIA ลดลงมากกว่าคาด ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น
BREAKING 🚨 ราคาน้ำมันรีบาวด์กลับสู่ระดับ 103 ดอลลาร์ หลังอิหร่านแสดงความเห็นต่อรายงานของ Axios