ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินยังคงให้ความสนใจกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะประเด็นในตะวันออกกลาง แต่เนื่องจากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาพรวม นักลงทุนจึงหันมาให้ความสนใจกับข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้นอีกครั้ง โดยข้อมูลเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาหลายรายการยังคงเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ Fed หลีกเลี่ยงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สัปดาห์นี้ นักลงทุนจะต้องจับตาปัจจัยสำคัญทั้งด้านเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัท โดยประเด็นหลัก ได้แก่ การเปิดเผยรายงานการประชุม Fed เดือนกรกฎาคม (FOMC Minutes), ผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ นำโดย Walmart, ตัวเลขเงินเฟ้อจากหลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร ตลอดจนตัวเลข PMI เบื้องต้นของเศรษฐกิจหลักทั่วโลก
จากปฏิทินเศรษฐกิจดังกล่าว ตลาดที่มีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูงในสัปดาห์นี้ ได้แก่ USDJPY, US500 และ GBPUSD
USDJPY
- เงินเยนกำลังเข้าสู่สัปดาห์ที่มีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของคู่เงิน USDJPY ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ช่วงต้นสัปดาห์ ตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลขประมาณการ GDP ไตรมาส 2 ของญี่ปุ่น ขณะที่วันศุกร์จะมีการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ที่สำคัญของญี่ปุ่น รวมถึงดัชนี PMI เบื้องต้นของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ส่วนฝั่งดอลลาร์ รายงานการประชุม Fed ครั้งล่าสุด (FOMC Minutes) ในวันพุธจะเป็นปัจจัยสำคัญ
- ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ยังคงเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและแรงกดดันด้านค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ในอดีต ตัวเลข CPI ที่ออกมาสูงกว่าคาดมักกระตุ้นการคาดการณ์ว่า BoJ อาจเร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน และส่งผลให้เงินเยนเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ปัจจุบันตลาดกำลังสะท้อนโอกาสประมาณ 80% ที่ BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนความพยายามล่าสุดของรัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ในการผลักดันให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น
- หากตัวเลขเงินเฟ้อในวันศุกร์ออกมาสูงกว่าคาด และรายงาน FOMC Minutes ในวันพุธสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ Fed มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ คู่ USDJPY ก็อาจเผชิญแรงกดดันขาลง
US500 (S&P 500 Futures)
- ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงทดสอบสุขภาพของผู้บริโภคภายในประเทศ แม้ฤดูกาลประกาศผลประกอบการใกล้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังมีรายงานผลประกอบการจากบริษัทค้าปลีกรายใหญ่รออยู่ ได้แก่ Home Depot ในวันอังคาร, Target และ Lowe's ในวันพุธ และ Walmart ในวันพฤหัสบดี
- ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะสมบูรณ์มากขึ้นจากรายงานการประชุม Fed ในวันพุธ และตัวเลข PMI ภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ ในวันศุกร์
- ผลประกอบการของ Walmart ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินสุขภาพของการบริโภค ซึ่งคิดเป็นเกือบ 70% ของ GDP สหรัฐฯ ในอดีต แนวโน้มอุปสงค์ผู้บริโภคที่ผู้บริหาร Walmart เปิดเผยสามารถสร้างความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญต่อดัชนี S&P 500 ได้
- หาก Walmart ให้คาดการณ์ผลประกอบการหรือแนวโน้มผู้บริโภคที่อ่อนแอ ขณะที่ FOMC Minutes ยังคงชี้ถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ อาจกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้นักลงทุนเริ่ม ขายทำกำไรในตลาดหุ้น ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
GBPUSD
- ตลาดที่สามที่ควรจับตาเป็นพิเศษคือ GBPUSD หรือ “Cable” เนื่องจากสัปดาห์นี้มีข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหราชอาณาจักรออกมาค่อนข้างหนาแน่น
- ในวันอังคารจะมีการเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงานของสหราชอาณาจักร โดยคาดว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 4.9% วันพุธจะเป็นการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ที่สำคัญ ซึ่งตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 2.6% YoY และในวันศุกร์จะมีตัวเลข PMI เบื้องต้น รวมถึงยอดค้าปลีก
- การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของ Bank of England (BoE) มีความอ่อนไหวอย่างมากต่อแรงกดดันด้านค่าจ้างและเงินเฟ้อในภาคบริการ ตัวเลข CPI ของสหราชอาณาจักรที่ออกมาสูงกว่าคาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ BoE ยังไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้นโยบายที่ผ่อนคลายมากขึ้นได้อย่างเต็มที่
- อย่างไรก็ตาม BoE ยังไม่ได้ตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ แม้ในช่วงวิกฤตพลังงาน ตลาดเคยคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยถึง 3–4 ครั้งภายในปีนี้ ปัจจุบันตลาดคาดว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งหรือน้อยกว่านั้น ภายในสิ้นปี
- หากตัวเลขเงินเฟ้อในวันพุธออกมาสูงกว่าคาด ขณะที่ข้อมูล PMI ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ออกมาอ่อนแอ GBPUSD อาจได้รับแรงหนุนอย่างแข็งแกร่ง
ข่าวเด่นวันนี้ 17 ส.ค.
Market Wrap: หุ้นซอฟต์แวร์ยุโรปดันดัชนีใกล้จุดสูงสุดใหม่ ดอลลาร์ร่วงล้างกำไรทั้งสัปดาห์
BREAKING: USD ร่วง หลังยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
Chart of the Day 🚩 ตลาดคาด BOJ เร่งขึ้นดอกเบี้ย USDJPY มีโอกาสกลับทิศหรือไม่?