เราปิดตลาดวันพุธด้วยการปรับตัวลงของดัชนีสำคัญเกือบทั้งหมด หลังนักลงทุนเริ่มขายทำกำไรเล็กน้อยจากการปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันบรรยากาศการลงทุน
สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งกว่า 2% ทะลุระดับ 95 ดอลลาร์ ขณะที่ NATGAS ก็ปรับตัวขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน โดยเคลื่อนตัวเข้าใกล้ระดับ 5.0 ดอลลาร์
- แรงหนุนสำคัญมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง นอกจากนี้ ราคาพลังงานยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากรายงานของกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ที่เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากถึง 8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลงเพียง 3 ล้านบาร์เรล
- ในทางกลับกัน ทองคำ (-1%) และเงิน (-2%) ปรับตัวลดลง
- ปัจจัยสำคัญคือการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นทั้งในสหรัฐฯ (+1.1%) เยอรมนี (+2%) และญี่ปุ่น (+2.3%)
ภูมิรัฐศาสตร์
อิหร่านได้โจมตีสนามบินในคูเวตและละเมิดน่านฟ้าของบาห์เรน ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตอบโต้หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ ยิงถล่มเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน
โอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรภายในเดือนมิถุนายนนี้กำลังลดลง โดยตลาดประเมินความเป็นไปได้ของสถานการณ์ดังกล่าวไว้เพียงประมาณ 20%
ตลาดหุ้น
ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน
- ตลาดหุ้นยุโรปได้รับแรงกดดันอย่างหนักในวันนี้ โดยเฉพาะดัชนี DAX ของเยอรมนีที่ปรับตัวลง 1.3% จากแรงขายในหุ้นขนาดใหญ่หลายตัว เช่น SAP (-4.3%), Deutsche Bank (-3.7%), Mercedes-Benz (-3.3%), Adidas (-3.2%) และ Deutsche Telekom (-2.7%)
- ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็อ่อนตัวลงเช่นกัน
- ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 0.6% ส่วน NASDAQ Composite ลดลง 1%
- หนึ่งในปัจจัยกดดันสำคัญคือการร่วงลงมากกว่า 3% ของหุ้น NVIDIA ขณะที่ Microsoft (-3.8%), Amazon (-3.1%) และ Palantir (-6.1%) ต่างปรับตัวลงเช่นกัน
- อย่างไรก็ตาม ผู้ถือหุ้นของ Marvell กลับมีเหตุผลให้ยิ้มได้ หลังราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่า 35% เมื่อเทียบกับช่วงเปิดตลาดวันอังคาร (และเพิ่มขึ้นอีก 5.3% ในวันนี้) ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากคำชื่นชมของ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ที่กล่าวบนเวทีในกรุงไทเปร่วมกับผู้บริหารของ Marvell ว่า บริษัทแห่งนี้อาจกลายเป็นบริษัทถัดไปที่มีมูลค่าตลาดแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์
กราฟที่ 1: Heatmap แสดงหุ้นที่ปรับตัวขึ้นและลงมากที่สุดในตลาดสหรัฐฯ

แหล่งที่มา: xStation, 03.06.2026
ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
- วันนี้มีการประกาศตัวเลข ISM Services PMI ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นข้อมูลเศรษฐกิจที่มีความสำคัญรองลงมาสำหรับตลาด ดังนั้น หากไม่มีเซอร์ไพรส์ขนาดใหญ่ ปฏิกิริยาของนักลงทุนจึงค่อนข้างจำกัด โดยตัวเลขออกมาที่ 54.5 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ยังไม่มากพอที่จะกระตุ้นความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ
- อย่างไรก็ตาม ตลาดให้ความสนใจกับดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ (New Orders) ที่ออกมาสูงกว่าคาดที่ระดับ 57.3 รวมถึงดัชนีราคาที่จ่าย (Prices Paid Index) ที่ระดับ 71.3 ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองว่าความกดดันด้านเงินเฟ้อกำลังกลับมารุนแรงขึ้น โดยดัชนีดังกล่าวพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
- ในขณะเดียวกัน ตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าระดับ 50 เล็กน้อยที่ 47.9 แต่ตลาดกำลังจับตาตัวเลข NFP (Non-Farm Payrolls) ในวันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากถือเป็นข้อมูลเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงที่สุดในการสร้างความผันผวนให้กับตลาดในสัปดาห์นี้
—
Michał Jóźwiak, นักวิเคราะห์ตลาดการเงินจาก XTB
หุ้นกลุ่มลักชัวรีและธนาคารฝรั่งเศสปรับตัวขึ้น หลังเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้น
🇬🇧💷 GDP อังกฤษหดตัว แต่ปอนด์กลับแข็งค่า?
📈 Market Wrap: เงินเฟ้อพุ่ง แต่ความตึงเครียดลดลง หุ้นสายการบินฟื้นตัวแรง
🚀 หุ้น SpaceX พร้อมให้เทรดบน XTB แล้ว