รายงานของ Axios ที่ระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้น ได้กระตุ้นแรงขายหนักในตลาดน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบร่วงจากราว $110 เหลือใกล้ $96 ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม การร่วงลงเกือบครึ่งหนึ่งถูกชดเชยกลับ หลังอิหร่านออกมาส่งสัญญาณลดความคาดหวังอีกครั้ง ทำให้เส้นทางสู่ข้อตกลงยังคงไม่แน่นอน
ตามรายงานของ Axios เตหะรานและวอชิงตันมีเวลาประมาณ 48 ชั่วโมงในการลงนามบันทึกข้อตกลงกรอบเบื้องต้น หากไม่สามารถบรรลุได้ สหรัฐฯ อาจกลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารและเดินหน้า Operation “Freedom” ในช่องแคบฮอร์มุซ
แม้ความไม่แน่นอนยังสูง แต่ความหวังเรื่องการลดความตึงเครียด รวมถึงผลประกอบการบริษัทสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะ Advanced Micro Devices ที่พุ่งขึ้นกว่า 16% ช่วยหนุนตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ดัชนี Nasdaq 100 และ S&P 500 ปรับตัวขึ้นกว่า 1.6% และ 1.1% ตามลำดับ ขณะที่ Nvidia บวกกว่า 4% จากแรงซื้อในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และ Alphabet Inc. ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $400 ต่อหุ้น
สัญญาน้ำมัน Brent (OIL) ร่วงกว่า 8% มาอยู่ที่ $101.5 ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกันผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงกว่า 6 bps แม้ยังอยู่ในระดับสูงใกล้ 4.35% ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ส่งผลบวกต่อคู่เงิน EUR/USD
ตัวเลข ADP สหรัฐฯ เดือนเมษายนอยู่ที่ 109k ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย (120k) แต่สูงกว่าก่อนหน้า (70k) ขณะที่ดัชนี PPI ยูโรโซนออกมาที่ 2.1% สูงกว่าคาด (1.8%) และพลิกจาก -3% ก่อนหน้า สนับสนุนท่าที “เข้มงวด” ของ ECB
ตลาดโลหะมีค่าปรับตัวขึ้นแรง โดยทองคำบวก 3% และเงินบวก 6% ขณะที่ Bitcoin ขึ้นไปใกล้ $83,000 ก่อนย่อลงมาแถว $81,300
ด้านข้อมูลสต็อกพลังงาน EIA รายสัปดาห์:
- น้ำมันดิบ +2.3 ล้านบาร์เรล (คาด -2.7 ล้าน)
- เบนซิน -2.5 ล้านบาร์เรล (คาด -1.7 ล้าน)
- น้ำมันกลั่น -1.2 ล้านบาร์เรล (คาด -2.0 ล้าน)
ภาพรวม: ตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนเร็ว ทำให้น้ำมันผันผวนสูง ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงและโลหะมีค่าได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนและบอนด์ยีลด์ที่ลดลง
EUR/USD (กราฟ D1)
คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวขึ้นมาใกล้ระดับ 1.175 ในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง และราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง
แม้ตลาดพลังงานจะปรับตัวลงแรง แต่โอกาสการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างเตหะรานและวอชิงตันยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ฝั่งกระทิงอาจกลับมามีแรงหนุนเพียงพอที่จะดันราคา EUR/USD กลับขึ้นเหนือระดับ 1.18 ได้อีกครั้ง
ในช่วงที่ผ่านมา เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ EMA200 ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันอยู่บริเวณ 1.1666 ซึ่งเป็นโซนที่ตลาดให้ความสำคัญในเชิงเทคนิคอย่างมาก

ที่มา: xStation5
หุ้นอ่อนตัวในตลาดสหรัฐฯ
กลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันนี้คือหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ ซึ่งถูกกดดันโดยราคาน้ำมันดิบที่ร่วงแรง อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นบางกลุ่มที่ lag ตลาดขาขึ้นโดยรวมอย่างชัดเจน
หนึ่งในกรณีเด่นคือ Arista Networks ซึ่งแม้จะยังถือเป็นผู้ได้ประโยชน์จากเทรนด์ AI แต่ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 17% หลังประกาศผลประกอบการ
นอกจากนี้ กลุ่มซอฟต์แวร์โดยรวมยัง underperform เช่น Salesforce และ ServiceNow ที่ปรับตัวลงอย่างชัดเจน
หุ้นเทคขนาดใหญ่ (Big Tech)
ในทางกลับกัน กลุ่ม Big Tech ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนหลักจากหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์
- Nvidia +4%
- Alphabet Inc. +เกือบ 3%
กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors)
กลุ่มชิปยังคง outperform ตลาดอย่างต่อเนื่อง
- Taiwan Semiconductor Manufacturing Company +5%
- Advanced Micro Devices แข็งแกร่งต่อเนื่อง
- ASML Holding และ Lam Research ก็ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน

Source: xStation5
ทองคำพุ่ง 3% จากแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่าและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ที่ลดลง
BREAKING: สต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ จาก EIA ลดลงมากกว่าคาด ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น
BREAKING 🚨 ราคาน้ำมันรีบาวด์กลับสู่ระดับ 103 ดอลลาร์ หลังอิหร่านแสดงความเห็นต่อรายงานของ Axios
Nasdaq 100 ปรับตัวขึ้นแล้วประมาณ 25% จากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม