10:49 · 2 มิถุนายน 2026

Anthropic vs OpenAI: ศึก AI สู่มูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์

การแข่งขันในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Anthropic และ OpenAI คือสองบริษัทที่โดดเด่นที่สุด โดยการแข่งขันระหว่างทั้งคู่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกัน กระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของทั้งสองบริษัทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็ได้รับความสนใจมากขึ้น ท่ามกลางกระแสดังกล่าว คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนคือ บริษัทใดมีปัจจัยสนับสนุนการลงทุนระยะยาวที่แข็งแกร่งกว่ากัน?

Anthropic กำลังขยายบทบาทในตลาดองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดย Claude Code ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับนักพัฒนา และ Cowork ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคมากนัก ได้รับการนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายในองค์กรชั้นนำหลายแห่ง กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานสองกลุ่มนี้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Anthropic ขยายฐานลูกค้าองค์กรได้อย่างรวดเร็ว และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

ขณะที่ OpenAI ยังคงได้เปรียบอย่างชัดเจนในด้านการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค ผ่าน ChatGPT ซึ่งยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ AI ที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ความแข็งแกร่งดังกล่าวเป็นสิ่งที่คู่แข่งยากจะตามทันในระยะสั้น และทำให้ OpenAI มีฐานผู้ใช้งานในวงกว้าง ซึ่ง Anthropic ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ในระดับเดียวกัน


สัดส่วนของบริษัทในสหรัฐฯ ที่มีการสมัครใช้งาน OpenAI หรือ Anthropic (ที่มา: Axios

โปรดทราบว่าข้อมูลที่นำเสนอนั้นอ้างอิงถึงข้อมูลผลการดำเนินที่ผ่านมา และด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือสำหรับผลการดำเนินในอนาคต

สถานะทางการเงิน

แม้ OpenAI จะยังคงครองความได้เปรียบในด้านส่วนแบ่งตลาด แต่ Anthropic ได้สร้างความประหลาดใจให้กับวงการด้วยการปิดการระดมทุนมูลค่า 65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2026 นำโดย Altimeter Capital, Dragoneer, Greenoaks และ Sequoia Capital ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นสู่ 965 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และแซงหน้า OpenAI ได้เป็นครั้งแรก

ที่น่าสนใจคือ เพียงสามเดือนก่อนหน้านั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทเพิ่งได้รับการประเมินมูลค่าอยู่ที่ 380 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ

การเติบโตของรายได้ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยในช่วงปลายปี 2025 Anthropic มีรายได้ต่อปีในรูปแบบรายได้ต่อปี (Annualized Revenue) อยู่ที่ราว 9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 47 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม 2026 หรือมากกว่า 5 เท่าภายในเวลาเพียง 5 เดือน สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทเปิดเผยต่อผู้ลงทุนว่ามีรายได้อยู่ที่ 10.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจาก 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก

ด้าน OpenAI บริษัทได้ปิดการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตนเองเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ด้วยมูลค่า 122 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 852 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดทางการเงินที่ใหญ่กว่า แต่ OpenAI ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลรายได้รายไตรมาสในระดับเดียวกับ Anthropic ทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการโดยตรงทำได้ยาก และลดความโปร่งใสสำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินศักยภาพของบริษัท

ตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญ

Anthropic vs OpenAI

โปรดทราบว่าข้อมูลที่นำเสนอนั้นอ้างอิงถึงข้อมูลผลการดำเนินที่ผ่านมา และด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือสำหรับผลการดำเนินในอนาคต

Anthropic สร้างความโดดเด่นด้านผลประกอบการ

Anthropic กำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญด้านผลประกอบการ โดยบริษัทคาดว่าจะบันทึกกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) ได้เป็นครั้งแรกในไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ราว 559 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับอุตสาหกรรม AI เนื่องจากสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทสามารถรักษาการเติบโตในระดับสูงควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนทางการเงินได้ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาชั่วคราวก็ตาม

ในทางกลับกัน OpenAI คาดว่าจะยังไม่สามารถทำกำไรได้ก่อนปี 2030 โดยบริษัทประเมินว่าผลขาดทุนสะสมอาจสูงกว่า 600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในช่วงเวลาดังกล่าว จากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลเพื่อรองรับการขยายตัวของโมเดล AI อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาด้วยว่า Anthropic เองก็มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะขาดทุนอีกครั้งในอนาคต เนื่องจากบริษัทเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสนใจในหุ้นของ Anthropic เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยข้อมูลจาก Caplight ซึ่งติดตามกิจกรรมในตลาดหุ้นนอกตลาด (Private Equity Market) ระบุว่า ความสนใจในหุ้นของ Anthropic พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 650% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (ที่มา: Caplight Data)

โปรดทราบว่าข้อมูลที่นำเสนอนั้นอ้างอิงถึงข้อมูลผลการดำเนินที่ผ่านมา และด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่ตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือสำหรับผลการดำเนินในอนาคต

โครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถด้านการประมวลผล 

การแข่งขันด้านขีดความสามารถในการประมวลผล (Computing Power) ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะกำหนดความสำเร็จระยะยาวของทั้งสองบริษัท

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา Anthropic เผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการประมวลผล ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการรองรับความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ SpaceX, Google, Broadcom และ AWS โดยข้อตกลงเหล่านี้จะก่อให้เกิดการลงทุนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงหลายปีข้างหน้า เฉพาะข้อตกลงกับ SpaceX เพียงรายเดียว ก็ครอบคลุมการลงทุนด้านกำลังการประมวลผลมูลค่าประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ขณะที่ OpenAI เริ่มเดินหน้าสร้างความได้เปรียบในด้านนี้ก่อน โดยได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 และคาดว่าจะใช้งบประมาณด้านทรัพยากรการประมวลผลสูงถึง 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 เพียงปีเดียว

การตัดสินใจลงทุนล่วงหน้าดังกล่าวช่วยให้ OpenAI มีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในปัจจุบัน ขณะที่ Anthropic ยังคงอยู่ในช่วงเร่งขยายศักยภาพเพื่อไล่ตามช่องว่างดังกล่าว

ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตา

สำหรับ Anthropic ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ความซับซ้อนของโครงสร้างการจัดหาเงินทุน ซึ่งเกี่ยวข้องกับหนี้สินหลายชั้น รวมถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันระหว่างลูกค้า ซัพพลายเออร์ และนักลงทุน หากสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ โครงสร้างดังกล่าวอาจเผยให้เห็นจุดอ่อนที่มีนัยสำคัญได้ นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญข้อพิพาททางกฎหมายกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีของบริษัทไปใช้ในทางทหาร รวมถึงความกังวลจากหน่วยงานกำกับดูแลในหลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับโมเดล Mythos

ในฝั่งของ OpenAI ความท้าทายหลักคือการที่บริษัทยังคาดว่าจะไม่สามารถทำกำไรได้ก่อนปี 2030 ขณะที่ Anthropic ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีศักยภาพในการสร้างกำไรจากการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านธรรมาภิบาลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในคดีความที่ Elon Musk ยื่นฟ้อง แม้คดีดังกล่าวจะถูกยกฟ้องไปแล้ว แต่ก็ได้จุดประกายคำถามเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างพันธกิจเดิมในฐานะองค์กรไม่แสวงหากำไรกับโครงสร้างธุรกิจเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ การสูญเสียสถานะผู้นำด้านมูลค่าบริษัทให้กับ Anthropic อาจส่งผลต่อเรื่องราวการเติบโต (IPO Narrative) ที่ OpenAI จะใช้ดึงดูดนักลงทุนสถาบัน หากบริษัทตัดสินใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

แนวโน้มการเข้าตลาดหุ้นของทั้งสองบริษัท

ทั้ง Anthropic และ OpenAI ถูกคาดหมายว่าจะเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 2026 โดย Anthropic ได้ว่าจ้างสำนักงานกฎหมาย Wilson Sonsini เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการทำ IPO ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เทียบเคียงกับ SpaceX และ OpenAI ด้าน OpenAI มีรายงานว่าบริษัทตั้งเป้าเข้าตลาดหุ้นในเดือนกันยายน 2026 เพื่อระดมทุนเพิ่มเติมสำหรับการขยายธุรกิจในระยะต่อไป

สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาโอกาสในการเข้าลงทุนก่อนการทำ IPO (Pre-IPO) Anthropic อาจเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงกว่า โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นและสัญญาณแรกของความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม OpenAI ยังคงมีจุดแข็งที่ยากจะทดแทนได้จากการเป็นแบรนด์ AI ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงการมีโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาในระดับขนาดใหญ่แล้ว ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากเส้นทางสู่การทำกำไรที่ยาวนานกว่า ตลอดจนความต้องการเงินลงทุนจำนวนมากเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

 

เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นและใช้สำหรับการศึกษาเท่านั้น ความคิดเห็น การวิเคราะห์ ราคา หรือเนื้อหาอื่น ๆ ในเอกสารนี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำในการลงทุน หรือเพื่อให้ความเข้าใจด้านกฎหมายของประเทศ Belize

ผลประกอบการในอดีตไม่ได้เป็นการรับประกันถึงผลประกอบการในอนาคต การกระทำหรือการตัดสินใจใด ๆ ตามข้อมูลในเอกสารนี้ เป็นความเสี่ยงของผู้ดำเนินการเอง XTB ไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อความสูญเสีย ความเสียหาย หรือผลกำไรหรือขาดทุนใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมจากการใช้ข้อมูลในเอกสารนี้

ทุกการตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และเป็นความรับผิดชอบของท่านเอง

 

2 มิถุนายน 2026, 08:52

ข่าวเด่นวันนี้ 2 มิ.ย.

2 มิถุนายน 2026, 08:40

🚨Anthropic ยื่นเอกสาร IPO แบบลับ (confidential filing)

2 มิถุนายน 2026, 08:37

HP ปรับตัวขึ้นก่อนการประกาศผลประกอบการ

2 มิถุนายน 2026, 08:29

🚨Strategy ขาย Bitcoin

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก