หลังการประชุมเดือนมีนาคม ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด ขณะที่ตลาดการเงินเริ่มสะท้อนมุมมองเชิง hawkish มากขึ้น โดยขณะนี้มีการคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยรวม 50 basis points ภายในสิ้นปีนี้
ผลโหวตของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (MPC):
-
คงอัตราดอกเบี้ย: 9 (ก่อนหน้า: 5)
-
ลดดอกเบี้ย 25 bps: 0 (ก่อนหน้า: 4)
-
ลดดอกเบี้ย 50 bps: 0 (ก่อนหน้า: 0)
-
ขึ้นดอกเบี้ย: 0 (ก่อนหน้า: 0)
มุมมองต่อการตัดสินใจ:
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าสาธารณูปโภคของครัวเรือน รวมถึงส่งผลทางอ้อมผ่านต้นทุนของภาคธุรกิจ ก่อนหน้านี้ ราคาภายในประเทศและค่าแรงมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง แต่ในระยะสั้น เงินเฟ้อ (CPI) มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากช็อกเศรษฐกิจครั้งใหม่นี้
นโยบายการเงินไม่สามารถควบคุมราคาพลังงานโลกได้โดยตรง แต่มีเป้าหมายเพื่อให้เศรษฐกิจสามารถปรับตัวได้ในลักษณะที่ยังคงบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% อย่างยั่งยืน โดย MPC ระบุว่าความเสี่ยงของแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มสูงขึ้นจากผลกระทบลำดับที่สอง (second-round effects) ผ่านค่าแรงและการตั้งราคา ซึ่งความเสี่ยงนี้จะยิ่งเพิ่มขึ้นหากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน MPC ยังประเมินผลกระทบของการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ
คณะกรรมการจะติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด รวมถึงผลกระทบต่ออุปทานพลังงานและราคาพลังงานโลก และพร้อมดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อให้เงินเฟ้อ CPI กลับสู่เป้าหมาย 2% ในระยะกลาง
การปรับประมาณการล่าสุด:
ผลสำรวจชี้ว่าในปี 2026 เงินเดือนพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.6% (ก่อนหน้า: 3.4%) ขณะที่ธนาคารคาดว่าเงินเฟ้อ CPI จะอยู่ “ราว 3%” ในไตรมาส 2 และ “สูงถึง 3.5%” ในไตรมาส 3 จากช็อกราคาพลังงานโลก (ก่อนหน้า: 2.1% ในไตรมาส 2)
The GBP/USD pair is rising in its initial reaction to the decision and accompanying comments. Source: xStation
Morning Wrap (22.05.2026) Nasdaq ปรับตัวขึ้น หนุนตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียฟื้นตัวตาม
ข่าวเด่นวันนี้ 22 พ.ค.
Walmart ร่วงลง แม้ผลประกอบการแข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง: น่ากังวลหรือไม่?