16:07 · 18 กันยายน 2026

BoJ ลดโทน Hawkish ลง ขณะที่ผู้บริโภคอังกฤษยังใช้จ่ายต่อเนื่องแม้เผชิญแรงกระแทกจากราคาสินค้า

ตลาดมีการพลิกกลับอย่างน่าทึ่งในสัปดาห์นี้ ช่วงต้นสัปดาห์ ตลาดเผชิญความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น การขึ้นดอกเบี้ย และแรงเทขายในตลาดพันธบัตร ส่งผลให้ความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปอย่างมาก โดย S&P 500 มีแนวโน้มปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ Nasdaq 100 สามารถสลัดความกังวลเกี่ยวกับ AI ออกไปได้ ส่วน FTSE 100 ปรับตัวลงในวันศุกร์ แต่เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ลดลง

บรรยากาศที่ดีขึ้นในตลาดเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก:

  1. การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในวันพุธช่วยตอกย้ำความสามารถของธนาคารกลางในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ซึ่งช่วยคลายความกังวลในตลาดพันธบัตร
  2. คาดว่าซาอุดีอาระเบียจะกลับมาเปิดกำลังการผลิตประมาณ 50% ของท่อส่งน้ำมัน East-West ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญ หลังได้รับความเสียหายจากการโจมตีของกลุ่มฮูตีเมื่อสัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนที่ใช้เส้นทางลับหรือ “dark transits” สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยไม่ถูกโจมตี
  3. แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ AI แต่หุ้นกลุ่มชิปเริ่มฟื้นตัว โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor ปรับตัวขึ้น 3% ในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนกลับมาให้ความสำคัญกับความต้องการชิปที่ยังแข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องอีกหลายปี

หุ้นกลุ่มชิปที่ปรับตัวขึ้น ราคาน้ำมันที่ลดลง โดย Brent crude ลดลงอีก 2% ในวันนี้ มาอยู่เหนือ $102 ต่อบาร์เรลเล็กน้อย และลดลงเกือบ 7% ในสัปดาห์นี้ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงสิ้นสัปดาห์

BoJ ขึ้นดอกเบี้ย แต่ทิศทางต่อจากนี้ยังไม่ชัดเจน

ธนาคารกลางต่าง ๆ เป็นประเด็นสำคัญของตลาดในสัปดาห์นี้ และล่าสุดคือ Bank of Japan (BoJ) ที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.25% ในเช้าวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม USD/JPY ปรับตัวขึ้นเกือบ 1% ในวันศุกร์ และซื้อขายเหนือระดับ 157.40 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน หลังกรรมการ 2 รายลงมติคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนว่า BoJ อาจไม่สามารถเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างรวดเร็ว

Ueda ผู้ว่าการ BoJ เพิ่งเสร็จสิ้นการแถลงข่าว และเงินเยนกำลังอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดมองว่าถ้อยแถลงของเขาไม่ได้มีความ Hawkish มากเท่าที่คาด ระดับถัดไปที่ควรจับตาสำหรับ USD/JPY คือ 158 ขณะที่ตลาดกำลังทยอยลดสถานะที่เคยหนุนเงินเยนให้แข็งค่าหลังการแทรกแซงช่วงต้นเดือนนี้

วันนี้ Ueda ส่งสัญญาณที่ทั้ง Hawkish และ Dovish จนสร้างความสับสนให้กับตลาด โดยเขากล่าวว่าญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ของการกำหนดนโยบายการเงิน แต่ขณะเดียวกันก็เตือนว่าการขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วอาจทำให้เกิดความผันผวนของราคาสินทรัพย์ สถานการณ์นี้สะท้อนภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของ BoJ ด้านหนึ่ง BoJ จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินเฟ้อ แต่อีกด้าน ญี่ปุ่นมีภาระหนี้รัฐบาลในระดับสูง และ BoJ ไม่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดพันธบัตรได้ เพราะอาจนำไปสู่ความไม่มั่นคงในตลาดการเงินทั่วโลก

สำหรับผู้ที่คาดหวังว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้จะทำให้กองทุนและนักลงทุนญี่ปุ่นนำเงินกลับประเทศในปริมาณมากนั้น ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามคาด เพราะเงินเยนอ่อนค่าลงในวันนี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นลดลงตลอดทั้งเส้นอายุ

ตลาดยังไม่มีคำตอบว่าราคาน้ำมันจะไปทางไหนต่อ

ในตลาดน้ำมัน ขณะนี้มีมุมมองที่ค่อนข้างตรงกันว่าไม่มีใครสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าราคาน้ำมันจะเคลื่อนไหวไปทางใดต่อ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้น ระดับสำคัญถัดไปที่ต้องจับตาคือ Brent crude จะสามารถกลับลงมาต่ำกว่า $100 ต่อบาร์เรลได้หรือไม่

ผู้บริโภคอังกฤษยังใช้จ่ายต่อ แม้เผชิญแรงกระแทกจากราคาน้ำมัน

ในสหราชอาณาจักร ยอดค้าปลีกแข็งแกร่งกว่าคาดในเดือนสิงหาคม สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงมีความยืดหยุ่นแม้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณสินค้าที่ขายได้ทั้งหมดเพิ่มขึ้น 0.5% สวนทางกับความกังวลของนักเศรษฐศาสตร์ที่คาดว่ายอดขายจะลดลงในเดือนที่ผ่านมา

จนถึงขณะนี้ แรงกระแทกจากราคาพลังงานยังไม่ได้หยุดการใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มการเติบโตในไตรมาส 3 อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญกว่าคือ ผู้บริโภคจะตอบสนองอย่างไรในช่วงหลายเดือนข้างหน้า เมื่อทั้งความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยและการคาดการณ์เกี่ยวกับงบประมาณรัฐบาลเริ่มสร้างแรงกดดันต่อผู้บริโภค

เงินปอนด์ทรงตัวหลังการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ดีดตัวขึ้นจากแนวรับที่ $1.3350 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวยังคงลดลง หลัง BoE ระงับโครงการ QT เมื่อวันพฤหัสบดี แม้อัตราผลตอบแทนระยะสั้นจะขยับสูงขึ้นเล็กน้อย โดยพันธบัตรอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้น 2 bps หลังยอดค้าปลีกออกมาแข็งแกร่ง

Chart 1: USD/JPY

 

ที่มา: XTB

Kathleen Brooks

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สหราชอาณาจักร

Kathleen Brooks ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ XTB ประเทศสหราชอาณาจักร โดยมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในตลาดการเงิน เธอเริ่มต้นความเชี่ยวชาญจากตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดการเทรดสำหรับนักลงทุนรายย่อย บทวิเคราะห์ของเธอได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเธอได้รับรางวัล นักวิเคราะห์แห่งปี 2026 จาก City A.M. (City AM's Analyst of the Year 2026) โดยบทวิเคราะห์ของเธอได้รับการนำเสนอผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล และสื่อโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง เธอเป็นแขกรับเชิญและผู้ให้ความเห็นด้านตลาดการเงินผ่านสื่อชั้นนำ เช่น BBC, Sky News, LBC และสื่อระดับโลกอื่น ๆ อยู่เป็นประจำ บทวิเคราะห์ของเธอเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก Brexit การเสนอขายหุ้น IPO ครั้งสำคัญ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ทำให้เธอได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนักวิเคราะห์และผู้ให้ความเห็นด้านการเงินชั้นนำของสหราชอาณาจักร

ไปที่หน้าผู้เชี่ยวชาญ

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี ดาวน์โหลดแอป
18 กันยายน 2026, 11:50

ตลาดพันธบัตรและหุ้นฟื้นตัว หลังความไม่แน่นอนจากธนาคารกลางคลี่คลาย

18 กันยายน 2026, 11:13

🔴Live: ทองคำเตรียมเข้าสู่แนวโน้มใหม่?

17 กันยายน 2026, 08:55

Fed ขึ้นดอกเบี้ย แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

16 กันยายน 2026, 16:13

ตัวเลข CPI อังกฤษหนุน BOE ส่งสัญญาณ Hawkish แม้คงดอกเบี้ย

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก