11:50 · 18 กันยายน 2026

ตลาดพันธบัตรและหุ้นฟื้นตัว หลังความไม่แน่นอนจากธนาคารกลางคลี่คลาย

ตลาดหุ้นและพันธบัตรปรับตัวขึ้นพร้อมกันในวันพฤหัสบดี หลังราคาน้ำมันที่ลดลงและการประเมินผลการประชุม Fed เมื่อคืนที่ผ่านมาใหม่ ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลงทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในวันนี้

ด้านล่างนี้ เราจะพาไปดู 3 ปัจจัยหลักที่กำลังขับเคลื่อนราคาในตลาด ก่อนเข้าสู่ช่วงปลายสัปดาห์:

  • ราคาน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 1.6% ในวันนี้ และลดลง 5% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ปัจจุบันซื้อขายอยู่เหนือ $104 ต่อบาร์เรล ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับสูง แต่ราคาน้ำมันไม่ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับรุนแรง แม้หลังจากท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม โดยในสัปดาห์นี้มี 2 ปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมัน ประการแรก ซาอุดีอาระเบียระบุว่าการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันสามารถดำเนินการได้ค่อนข้างง่าย และอาจทำให้กำลังการผลิตกลับมาใช้งานได้ราว 50% ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประการที่สอง ทางการจีนได้เรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านควบคุมกลุ่มฮูตี ซึ่งอาจช่วยจำกัดการโจมตีเพิ่มเติมต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่สำคัญในอ่าวเปอร์เซีย ราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง แต่สถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่ตลาดกังวล นี่เป็นเหตุผลที่ราคาน้ำมัน Brent ยังคงเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นคงต่ำกว่า $105 ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม หากราคาจะปรับตัวลงลึกกว่านี้ อาจต้องรอการหยุดยิงหรือข้อตกลงบางรูปแบบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

  • Fed: ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันพุธ พร้อมส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นต่อได้ โดยค่ากลางประมาณการอัตราดอกเบี้ยของ FOMC อยู่ที่ 4.1% ซึ่งหมายความว่าตลาดยังคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้ง แม้ในช่วงแรกอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวขึ้นตามท่าทีที่ค่อนข้าง Hawkish ของ Fed แต่ในวันพฤหัสบดี ตลาดหุ้นและพันธบัตรกลับฟื้นตัว เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินนโยบายของ Fed หลังจากนี้ได้คลี่คลายลงแล้ว สิ่งนี้สะท้อนให้เห็น 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) Forward Guidance แม้จะอยู่ในรูปแบบของ Dot Plot ก็ยังมีประโยชน์ในการช่วยยึดเหนี่ยวการคาดการณ์ของตลาดพันธบัตร และ 2) หากราคาพลังงานไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับปัจจุบัน เงินเฟ้ออาจเริ่มทรงตัวได้ Fed ระบุว่าปัจจุบันมี 3 ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย ได้แก่ 1) ข้อมูลเศรษฐกิจ 2) คาดการณ์เงินเฟ้อ และ 3) ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ หากปัจจัยข้อ 3 คลี่คลายลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมก็อาจไม่จำเป็น

  • BoE: BoE มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ในวันนี้ สวนทางกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ตลาดกำลังจับตา โดยผลโหวตอยู่ที่ 6-3 เสียงสนับสนุนการคงดอกเบี้ย ขณะที่ BoE มีมุมมองค่อนข้างเป็นบวกต่อแนวโน้มการเติบโต โดยคาดว่า GDP จะขยายตัว 0.4% แม้อยู่ท่ามกลางภาวะราคาพลังงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ BoE ยังชะลอโครงการ Quantitative Tightening (QT) ซึ่งช่วยให้ตลาดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (Gilt) ฟื้นตัว โดยเฉพาะบริเวณปลายยาวของเส้นอัตราผลตอบแทน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีลดลง 5 bps ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีลดลง 10 bps นับตั้งแต่ประกาศผลการประชุม การดำเนินการดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันบางส่วน เนื่องจาก BoE เลือกถือครองพันธบัตรระยะยาวในพอร์ตแทนการขายออกอย่างต่อเนื่อง ทำให้นโยบายมีความสอดคล้องกับธนาคารกลางของประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ มากขึ้น

หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษยังคงปรับตัวลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก็อาจสะท้อนว่าโครงการ QT ของ BoE เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดเรียกร้อง Premium เพิ่มเติมสำหรับการถือครองพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ นอกจากนี้ ยังถือเป็นปัจจัยบวกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอังกฤษก่อนการประกาศงบประมาณในเดือนตุลาคม

ในด้านเงินเฟ้อ ผู้ว่าการ BoE ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานกำลังส่งผลกระทบรอบสองต่อเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการขึ้นดอกเบี้ยยังมีความเป็นไปได้ หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และภาวะตึงตัวของอุปทานพลังงานยังคงดำเนินต่อไป โอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพฤศจิกายนยังคงมีอยู่ แต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดวงจรการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องดูจะลดลงแล้ว การประชุมครั้งนี้ช่วยลดความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยถึง 5 ครั้งจาก BoE ในช่วง 1 ปีข้างหน้า

GBP/USD ปรับตัวลดลงในวันนี้ และซื้อขายอยู่บริเวณ $1.3350 โดยเงินปอนด์เป็นสกุลเงินหลักที่อ่อนค่ามากที่สุดในวันนี้ และเรามองว่ายังมีโอกาสที่ GBP จะอ่อนค่าลงต่อ โดยระดับ $1.31 ถือเป็นแนวรับสำคัญของ GBP/USD

จากนี้ตลาดส่งไม้ต่อให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ซึ่งจะประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้ แม้ตลาดคาดว่า BoJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจลดความเข้มงวดของถ้อยแถลงลง และรอดูหลักฐานเพิ่มเติมว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อรอบสองกำลังเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

Kathleen Brooks

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สหราชอาณาจักร

Kathleen Brooks ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ XTB ประเทศสหราชอาณาจักร โดยมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในตลาดการเงิน เธอเริ่มต้นความเชี่ยวชาญจากตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ก่อนก้าวเข้าสู่ตลาดการเทรดสำหรับนักลงทุนรายย่อย บทวิเคราะห์ของเธอได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเธอได้รับรางวัล นักวิเคราะห์แห่งปี 2026 จาก City A.M. (City AM's Analyst of the Year 2026) โดยบทวิเคราะห์ของเธอได้รับการนำเสนอผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล และสื่อโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง เธอเป็นแขกรับเชิญและผู้ให้ความเห็นด้านตลาดการเงินผ่านสื่อชั้นนำ เช่น BBC, Sky News, LBC และสื่อระดับโลกอื่น ๆ อยู่เป็นประจำ บทวิเคราะห์ของเธอเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจาก Brexit การเสนอขายหุ้น IPO ครั้งสำคัญ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ทำให้เธอได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนักวิเคราะห์และผู้ให้ความเห็นด้านการเงินชั้นนำของสหราชอาณาจักร

ไปที่หน้าผู้เชี่ยวชาญ

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี ดาวน์โหลดแอป
18 กันยายน 2026, 11:13

🔴Live: ทองคำเตรียมเข้าสู่แนวโน้มใหม่?

17 กันยายน 2026, 08:55

Fed ขึ้นดอกเบี้ย แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

16 กันยายน 2026, 16:13

ตัวเลข CPI อังกฤษหนุน BOE ส่งสัญญาณ Hawkish แม้คงดอกเบี้ย

16 กันยายน 2026, 13:55

ตลาด AI พักฐาน ขณะที่พันธบัตรและน้ำมันกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก