Cocoa futures บนตลาด ICE (COCOA) ปรับตัวขึ้นมากกว่า 4% ในวันนี้ หลังดีดตัวจากจุดต่ำสุดระยะสั้น โดยแรงกดดันต่อราคาส่วนหนึ่งมาจากข่าวของ World Bank ที่คาดการณ์ว่าราคาโกโก้อาจปรับตัวลดลงถึง 50% ในปี 2026 ซึ่งสร้างความกังวลในกลุ่มประเทศผู้ผลิตและผู้เล่นในตลาด อย่างไรก็ตาม หากมองในเชิงโครงสร้างตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การตีความดังกล่าวอาจเป็นการมองผ่าน “base effects” มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการปรับตัวลงต่อเนื่อง
การปรับฐานได้เกิดขึ้นไปแล้ว
ตลาดโกโก้ได้ผ่านช่วงการปรับฐานแบบ mean-reversion ที่รุนแรงที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์สินค้าโภคภัณฑ์
- ราคาฟิวเจอร์ส ICE ลดลงประมาณ 70–75% จากจุดสูงสุดเดือนธันวาคม 2024 (~12,900 ดอลลาร์/ตัน)
- ราคาปัจจุบันอยู่ในช่วงประมาณ 3,000–3,500 ดอลลาร์/ตัน
- ตั้งแต่ต้นปี 2026 ตลาดลดลงราว 40–45%
ในบริบทนี้ การคาดการณ์เฉลี่ยของ World Bank ที่ระดับประมาณ 3,800 ดอลลาร์/ตัน ไม่ได้สะท้อนมุมมองขาลงใหม่ แต่เป็นการเทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2025 ที่สูงผิดปกติ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเป็นการ “กลับสู่สมดุล” มากกว่าการทรุดตัวรอบใหม่
มีแนวรับของตลาดหรือไม่
จากมุมมองตลาดกายภาพ มีหลายปัจจัยที่ชี้ว่าโซน 3,000 ดอลลาร์/ตัน เริ่มทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญ:
- สต็อกที่รับรองโดยตลาดเริ่มแตะจุดสูงสุดและเริ่มลดลง
- สต็อกในยุโรปเริ่มตึงตัวจากการลดสินค้าคงคลัง
- สถานะการป้องกันความเสี่ยงของผู้เล่นเชิงพาณิชย์ลดความตื่นตระหนกลง
สิ่งนี้สะท้อนว่าภาวะอุปทานล้นที่เกิดหลังราคาพุ่งสูง กำลังถูกดูดซับมากกว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แนวรับนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอน
ความเสี่ยงจากสภาพอากาศ
ปัจจัยสำคัญที่ยังถูกประเมินต่ำเกินไปคือความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ
World Bank ประเมินความเป็นไปได้ของ El Niño ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 อยู่ที่ประมาณ 60% ซึ่งในอดีตมักส่งผลให้:
- ปริมาณฝนในแอฟริกาตะวันตกลดลง
- ผลผลิตโกโก้ได้รับผลกระทบในช่วงสำคัญของการพัฒนาเมล็ด
ซึ่งขัดแย้งกับสมมติฐานการฟื้นตัวของผลผลิตในกานา (+34%) และโกตดิวัวร์ (+5%)
หาก El Niño เกิดขึ้นจริง โครงสร้างตลาดอาจพลิกจาก “อุปทานเกิน” ไปสู่ “อุปทานตึงตัว” อย่างรวดเร็ว
ด้านอุปสงค์: ใกล้ถึงจุดทรงตัว
ความต้องการบริโภคถูกกดดันจากราคาที่สูงในช่วง 12–18 เดือนที่ผ่านมา ผู้ผลิตช็อกโกแลตได้ปรับสูตร ลดสัดส่วนโกโก้ และปรับขนาดสินค้าแล้ว แต่ความยืดหยุ่นของอุปสงค์มีข้อจำกัด
ข้อมูลล่าสุดแสดงว่า:
- การบดโกโก้ (grindings) ในยุโรปและอเมริกาเหนืออ่อนตัว
- แต่แรงกดดันด้านอุปสงค์เริ่มชะลอการหดตัวลง
เมื่อราคาปรับตัวลง ระบบ hedging จะค่อย ๆ กลับมาทำงาน และอุปสงค์มีแนวโน้มทรงตัวในช่วงกลางปี 2026 และอาจฟื้นตัวในระยะถัดไป
มุมมอง World Bank vs ตลาด
World Bank อยู่ในฝั่งค่อนข้าง bearish เมื่อเทียบกับสถาบันอื่น
- J.P. Morgan: ประมาณ 6,000 ดอลลาร์/ตัน
- ING: ประมาณ 4,400–4,600 ดอลลาร์/ตัน
- Rabobank / Citigroup: ลดคาดการณ์ภาวะ surplus ลง
ภาพรวม consensus:
- ปี 2026 มีแนวโน้มปิดต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์/ตันเล็กน้อย
- ปี 2027 มี upside risk หากอุปสงค์ฟื้นตัวและความเสี่ยงสภาพอากาศเกิดขึ้นจริง
ปัจจัยหลักของตลาด
ปัจจุบันตลาดโกโก้ถูกขับเคลื่อนโดย 4 ปัจจัยหลัก:
- ความเสี่ยงสภาพอากาศ (โอกาส El Niño)
- การปรับสมดุลสต็อก
- การทรงตัวของอุปสงค์
- การฟื้นตัวของอุปทาน
โดยรวม การดีดตัวขึ้น 4% ล่าสุดสะท้อนแรงซื้อกลับจากภาวะ oversold และการปรับความคาดหวังของตลาด มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาลงรอบใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม
COCOA (H1, D1)
Source: xStation5
Source: xStation5
Market Wrap: UK100 พุ่งทะยานหลัง BoE 🇬🇧 🚀 ความคึกคักในตลาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ ECB Lagarde กำลังแถลง 🇪🇺 📈
🔵 ECB Conference (LIVE)
BREAKING: European Central Bank คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด 📌 EURUSD กลับลงต่ำกว่า 1.1700 📉 🇪🇺
BREAKING: Bank of England คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด