บรรยากาศการลงทุนในตลาดยุโรปก่อนการเปิดซื้อขายของตลาดหุ้นสหรัฐฯ (Cash Equity) ยังคงอยู่ในแดนลบเล็กน้อย โดยดัชนีส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในวงกว้าง แต่แรงขายยังไม่รุนแรง
ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดมาจากความตึงเครียดที่กลับมาปะทุอีกครั้งใน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ทำให้นักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นของธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ตลาดที่ปรับตัวอ่อนแอที่สุดในวันนี้คือ สหราชอาณาจักร และ สเปน โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า FTSE 100 และ IBEX ปรับตัวลดลงประมาณ 0.4–0.5%

ตลาดที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในยุโรป คือ ดัชนีหุ้นยุโรปโดยรวม และ ตลาดหุ้นเนเธอร์แลนด์ โดยทั้งสองตลาดปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย ใกล้ระดับ 0% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงแรงขายที่จำกัดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค

ข่าวบริษัทในยุโรป
สายการบินยุโรป: ผู้ประกอบการสายการบินเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบก่อนใครจากการกลับมาปะทุของความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย ราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงการปิดเส้นทางบินในบางพื้นที่ กำลังกดดันผลกำไรของภาคธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ
Hapag-Lloyd (HLAG.DE): บริษัทขนส่งทางเรือของเยอรมนีเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2/2026 โดยความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างมาก กำไรต่อหุ้น (EPS) พลิกเป็นขาดทุนที่ -1.26 ยูโร ขณะที่รายได้ออกมาดีกว่าคาด เพิ่มขึ้นแตะ 4.2 พันล้านยูโร อย่างไรก็ตาม หุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 6% เนื่องจากนักลงทุนตอบรับการปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีของบริษัท มากกว่าตัวเลขผลประกอบการที่ประกาศออกมา
Evotec (EVO.DE): หุ้นบริษัทยาชีวเวชภัณฑ์ของเยอรมนีร่วงราว 25% หลังรายงานรายได้ไตรมาส 2/2026 ลดลง และปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปีอย่างมีนัยสำคัญ
Kongsberg (KOG.NO): Kongsberg Maritime ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Kongsberg Gruppen รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2026 ต่ำกว่าที่ตลาดคาด แม้บริษัทจะมีมูลค่างานในมือ (Order Backlog) สูงเป็นประวัติการณ์ และยืนยันแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันต่ออัตรากำไรและความสามารถในการรับรู้รายได้จากคำสั่งซื้อ
AstraZeneca (AZN.UK): บริษัทยายักษ์ใหญ่ของสหราชอาณาจักรเข้าซื้อสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการพัฒนายารักษามะเร็งปอดจากบริษัทจีน Dizal โดยจ่ายเงินล่วงหน้า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจต้องจ่ายเพิ่มเติมอีก 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากบรรลุเป้าหมายด้านการวิจัยและยอดขาย
สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง จากทั้งการกลับมาของความตึงเครียดใน ช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียที่รุนแรงขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับอุปทานในตลาด โดย Brent ได้ทะลุระดับ 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แล้ว
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
สกุลเงินที่เคลื่อนไหวโดดเด่นที่สุดคือ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) และ ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ซึ่งแข็งค่าขึ้นราว 1% และ 0.5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยหนุนมาจากตัวเลขการค้าของจีนที่ออกมาดีกว่าคาด รวมถึงความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
สำหรับ NZD ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากถ้อยแถลงเชิงเข้มงวด (Hawkish) ของ Paul Conway หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ซึ่งระบุว่าเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจทำให้จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
ปัจจัยมหภาค (Macro)
ตลาดจับตาการประกาศ ดัชนีเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ โดยคาดว่า
- Core CPI จะทรงตัวที่ 2.9% YoY
- Headline CPI จะชะลอลงสู่ 3.8% YoY
หากตัวเลขที่ประกาศออกมาแตกต่างจากที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลให้ดัชนีหุ้นทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรง
🔥เทรด GOLD & OIL รับ Cashback วันสุดท้าย
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ร่วงลง จากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ 🚩 Microsoft ปรับตัวลง 3%
Goldman Sachs ชนะตลาด, Citigroup แพ้: ทำไมตลาดจึงมองผลประกอบการที่แข็งแกร่งของสองธนาคารแตกต่างกัน
แย่กว่าฟองสบู่ Dot-com: หุ้น IBM ร่วงหนัก