แม้ตลาดอาจดูเหมือนเริ่มต้นวันอย่างเงียบ ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีหลายปัจจัยสำคัญกำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง ราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเล็กน้อย หลังจากอิหร่านระบุว่าได้บรรลุข้อตกลงกับโอมานเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนที่จะเปิดเส้นทางดังกล่าวให้การขนส่งเชิงพาณิชย์กลับมาเป็นปกติ
นอกจากนี้ อิหร่านยังระบุว่าสหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะกลับมาเดินหน้าตามคำมั่นภายใต้บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ซึ่งอาจช่วยยุติความตึงเครียดที่ปะทุขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
การที่ราคาน้ำมันยังคงระมัดระวังในวันนี้ สะท้อนว่าตลาดกำลังรอการยืนยันจากทำเนียบขาวว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นความจริง และแผนการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งจะไม่เป็นเพียงความหวังชั่วคราว ประธานาธิบดีทรัมป์จำเป็นต้องออกมาแสดงการสนับสนุนด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด
ในระยะสั้น ราคาน้ำมัน Brent มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐฯ ยืนยันข้อตกลงดังกล่าว ราคาน้ำมัน Brent อาจปรับตัวลดลงกลับไปใกล้ระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดหุ้นอังกฤษกลับมาได้รับความสนใจ
- ตลาดหุ้นอังกฤษกำลังเป็นอีกหนึ่งจุดที่นักลงทุนจับตามองในวันนี้ โดยบริษัท Diageo มีกำหนดรายงานผลประกอบการในช่วงเช้า ขณะที่หุ้น Next plc ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากพุ่งขึ้น 5% หลังประกาศผลประกอบการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
- ดัชนี FTSE 100 ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี จากบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจว่าการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
- นอกจากนี้ ดัชนี FTSE 250 ยังทำจุดสูงสุดระหว่างวันเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี หลังข้อมูล PMI เดือนกรกฎาคมที่แข็งแกร่งขึ้นบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอังกฤษกำลังฟื้นตัวและมีแรงส่งมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3
- โดยรวมแล้ว หุ้นอังกฤษอาจได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้น ตลาดก่อนหน้านี้คาดว่ากำไรของบริษัทอังกฤษในไตรมาส 2 จะเติบโตเพียง 10% แต่จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทพลังงานรายใหญ่ เช่น BP และ Shell plc อัตราการเติบโตของกำไรโดยรวมอาจสูงกว่าที่คาดไว้
- นอกจากนี้ การเติบโตที่แข็งแกร่งของ Next และ HSBC อาจช่วยหนุนฤดูกาลประกาศผลประกอบการของตลาดอังกฤษเพิ่มเติม
หุ้นเทคโนโลยีพักฐาน หลังแรงซื้อ AI เริ่มชะลอ
- การปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีหยุดพักเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลดลง 0.8% หลังจากทำสถิติปรับขึ้นมากกว่า 1% ติดต่อกันถึง 4 วัน
- แรงกดดันดังกล่าวเกิดขึ้นจากการร่วงลงอย่างหนักของ SpaceX และ AMD หลังผลประกอบการออกมาต่ำกว่าความคาดหวัง รวมถึงแรงขายในกลุ่มชิปและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางราย เนื่องจากนักลงทุนเริ่มลดความกระตือรือร้นต่อธีมการลงทุนด้าน AI
- แรงขายในตลาดสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อตลาดเอเชียเช่นกัน โดยดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงมากกว่า 4% ขณะที่ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลงเกือบ 1%
- คำถามสำคัญคือ การปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีที่เริ่มต้นเมื่อสัปดาห์ก่อน และถือเป็นจุดสิ้นสุดของแรงเทขายในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมนั้น จบลงแล้วหรือไม่?
- เรายังคงมองว่าการปรับฐานในครั้งนี้เป็นเพียงระยะสั้น และเป็นการพักตัวมากกว่าการเปลี่ยนทิศทางของตลาดอย่างรวดเร็ว
- ราคาหุ้น SpaceX ในการซื้อขายนอกเวลาทำการปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% และอาจพยายามฟื้นตัวในวันนี้ นักลงทุนควรจับตาหุ้น SpaceX อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นหุ้นที่ปรับตัวแย่ที่สุดในดัชนี Nasdaq 100 เมื่อวันพุธ และยังเป็นหุ้นที่มีความผันผวนสูง หากสามารถฟื้นตัวได้ อาจเป็นสัญญาณว่าความเชื่อมั่นโดยรวมในตลาดกำลังกลับมา
ตลาดจับตาตัวเลข NFP และทิศทางดอกเบี้ย Fed
- ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดในแดนบวก ขณะที่ราคาฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจเปิดแบบผสมผสานในวันนี้ โดย Dow Jones และ S&P 500 มีแนวโน้มเปิดสูงขึ้น ขณะที่ Nasdaq อาจเปิดลดลงประมาณ 0.2%
- ตลาดอาจเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยเฉพาะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ในวันศุกร์
- ตลาดคาดว่าตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ 4.2%
- แม้ตัวเลขการจ้างงานเป็นข้อมูลสำคัญเสมอ แต่ครั้งนี้มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจาก Fed ได้ยกเลิกการส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หากทุกการประชุมกลายเป็น “การประชุมที่พร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” ตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอาจเพิ่มโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูงขึ้น ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และอาจกดดันตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง
- ในทางกลับกัน หากตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมอ่อนแอ อาจสะท้อนว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับเดิมเป็นเวลานาน และอาจทำให้ตลาดลดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันตลาดประเมินโอกาสดังกล่าวอยู่ที่ 54%
USD/JPY เผชิญบททดสอบสำคัญจาก NFP
- คู่เงิน USD/JPY เป็นหนึ่งในตลาดที่อ่อนไหวที่สุดต่อรายงานตัวเลขการจ้างงาน โดยเคลื่อนไหวในกรอบแคบนับตั้งแต่การแทรกแซงค่าเงินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
- รายงาน NFP จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับเงินเยน ว่าการแข็งค่าที่เกิดขึ้นจากมาตรการดังกล่าวจะสามารถต้านทานแรงกดดันจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งได้หรือไม่
- หากไม่สามารถรับมือได้ ตลาดอาจเผชิญความผันผวนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหาก USD/JPY พุ่งขึ้น พร้อมกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และพันธบัตรญี่ปุ่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
SpaceX รายงานผลประกอบการดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นร่วงหนัก
BP และ HSBC นำตลาดด้วยงบแข็งแกร่ง ขณะที่แรงซื้อเงินเยนเริ่มแผ่ว
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรง มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านดอลลาร์ 🚀
เริ่มต้นลงทุนหุ้นอย่างมั่นใจ