ภาคธุรกิจของสหราชอาณาจักรกลับมาเป็นจุดสนใจในเช้าวันนี้ หลังจาก AstraZeneca ร่วงกว่า 8% เมื่อวันจันทร์ ขณะที่ HSBC และ BP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งอาจช่วยหนุนดัชนี FTSE 100 หลังปรับตัวลดลง 0.1% ในวันก่อนหน้า สวนทางกับตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ที่ปิดบวก
HSBC โชว์กำไรแข็งแกร่งเกินคาด
HSBC รายงานกำไรไตรมาส 2 อยู่ที่ 10.1 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 60% YoY และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income) ที่เพิ่มขึ้น 9% ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 16% ในไตรมาสที่ผ่านมา
แม้ว่ากำไรราว 2 พันล้านดอลลาร์ จะมาจากรายการพิเศษที่อาจไม่เกิดซ้ำ แต่บริษัทคาดว่า ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ (RoTE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรหลัก จะยังคงอยู่ที่ประมาณ 17% ตลอดปีนี้
ผู้ถือหุ้นได้ประโยชน์ แต่แรงกดดันด้านภาษียังเป็นความเสี่ยง
HSBC ยังประกาศ จ่ายเงินปันผลรอบที่สองของปี และ โครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจะดำเนินการภายใน 3 เดือนข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นกว่า 10% ในรอบเดือนที่ผ่านมา ทำให้ข่าวดีส่วนหนึ่งอาจสะท้อนในราคาหุ้นไปแล้ว อีกทั้งยังมีแรงกดดันทางการเมืองในสหราชอาณาจักรให้เพิ่มภาษีกลุ่มธนาคาร จากระดับกำไรที่แข็งแกร่งของภาคการเงิน
BP ส่งสัญญาณว่ากลยุทธ์ใหม่เริ่มเห็นผล
BP รายงานกำไรไตรมาส 2 แข็งแกร่งกว่าคาด โดย Replacement Cost Profit อยู่ที่ 5.7 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จากปีก่อน
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งได้รับแรงหนุนจากความผันผวนของราคาน้ำมัน และยังสะท้อนว่าการปรับกลยุทธ์ของ Meg O'Neill ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ เริ่มเห็นผลชัดเจน
บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจให้เรียบง่ายขึ้น และหันกลับมาให้ความสำคัญกับธุรกิจน้ำมันและก๊าซมากกว่าพลังงานหมุนเวียน พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กำไรสูง แต่แรงกดดันทางการเมืองยังไม่หายไป
BP อาจเผชิญเสียงวิจารณ์ว่าทำกำไรจากวิกฤตค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ากำลังเพิ่มกำลังการผลิตเชื้อเพลิงสำคัญ เช่น ดีเซลและเชื้อเพลิงอากาศยาน เพื่อช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคา
บริษัทเปิดเผยว่าอัตราภาษีที่จ่ายทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 33–37% และจ่ายภาษีในสหราชอาณาจักรกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้
อย่างไรก็ตาม ความเห็นของ Donald Trump ที่ระบุว่าบริษัทน้ำมันทำกำไรมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านนโยบายและกดดันราคาหุ้นกลุ่มพลังงานในระยะต่อไป
หุ้น BP ยังไปต่อได้หรือไม่?
แม้หุ้น BP จะปรับขึ้นแล้วกว่า 27% ตั้งแต่ต้นปี แต่ราคาน้ำมันในไตรมาส 3 เริ่มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งอาจทำให้ระดับกำไรไม่สามารถรักษาไว้ได้ ส่งผลให้โอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับขึ้นต่ออย่างมีนัยสำคัญอาจเริ่มจำกัด
หุ้นเทคฯ ยังไปต่อได้หรือไม่?
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดเดือนสิงหาคมอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 นำตลาด
หุ้น Nvidia, Amazon, Alphabet และ Microsoft ต่างปรับตัวขึ้นแรง โดย Microsoft เพิ่มขึ้นถึง 23% ภายใน 5 วัน แม้การซื้อขายนอกเวลาจะเริ่มอ่อนตัวลงเล็กน้อย สะท้อนว่าการปรับขึ้นของหุ้นเทคโนโลยีอาจเริ่มเข้าสู่ช่วงพักฐานระยะสั้น
แม้ว่ามูลค่าหุ้น (Valuation) จะยังอยู่ในระดับน่าสนใจเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การปรับขึ้นต่อเนื่องทำให้ระดับ P/E เริ่มขยับสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจจำกัด Upside ในระยะกลาง
ราคาน้ำมันฟื้น หลังความไม่แน่นอนในการเจรจากับอิหร่าน
ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นประมาณ 1.5% กลับมายืนเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้ Donald Trump จะระบุว่าการเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินอยู่ แต่อิหร่านยังคงปฏิเสธ ส่งผลให้ตลาดยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
หากราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง อาจเป็นปัจจัยกดดันการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในระยะสั้น
เงินเยนเริ่มอ่อนค่าหลังการแทรกแซง
หลังแข็งค่าราว 4% นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เงินเยนอ่อนค่าลงประมาณ 0.3% ในเช้าวันอังคาร โดย USD/JPY เคลื่อนไหวเหนือระดับ 155.60
การอ่อนค่าครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าการแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นล้มเหลว แต่สะท้อนว่าตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังเตรียมใช้ FIMA Repo Facility ของสหรัฐฯ เพื่อเสริมสภาพคล่องดอลลาร์ในอนาคต ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อปกป้องค่าเงินเยน และลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดการเงินโลก
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องปรับอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับเงินเฟ้อ หากต้องการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินอย่างยั่งยืน
จับตาผลประกอบการ SpaceX
หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งใหญ่ (IPO) ผลประกอบการของ SpaceX ที่จะประกาศในวันนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก
แม้จะเป็นหนึ่งในหุ้นที่ถูกจับตามองที่สุดของตลาด แต่ผลประกอบการของ SpaceX อาจไม่สามารถใช้เป็นตัวแทนของภาพรวมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหรือ AI ได้ เนื่องจากโมเดลธุรกิจของบริษัทมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น
สินทรัพย์ที่น่าจับตา: USD/JPY ยังคงเป็นคู่เงินสำคัญ หลังค่าเงินเยนเริ่มพักการแข็งค่าภายหลังการแทรกแซงของทางการญี่ปุ่น ขณะที่นักลงทุนยังติดตามทิศทางนโยบายการเงินของ BOJ อย่างใกล้ชิด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งแรง มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านดอลลาร์ 🚀
เริ่มต้นลงทุนหุ้นอย่างมั่นใจ
🔴Live: ทองโลกหลุด $4,100
กรกฎาคมบอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางตลาดหุ้นต่อไป?