ข่าวข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้บรรยากาศตลาดพลิกเป็น “risk-on” อย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันร่วงประมาณ 10% ในวันนี้ การปรับตัวลงระดับสองหลักในวันเดียวสะท้อนทั้งความโล่งใจของตลาด และความเป็นไปได้ที่ต้องปรับมุมมองเศรษฐกิจมหภาคใหม่ ความหวังในการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มเป็นไปได้มากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านอุปทานและกดดันเงินเฟ้อให้ลดลงอย่างรวดเร็ว นักลงทุนจึงหันกลับไปเปิดรับความเสี่ยง (“risk-on”) อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังเป็นเพียงระยะเวลา 2 สัปดาห์เท่านั้น ยังไม่ใช่การยุติความขัดแย้งอย่างถาวร
- ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับตัวขึ้นเกือบ 5% แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์
- ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ บวกมากกว่า 2.5% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในยุโรปพุ่งถึง 5.5%
- ดอลลาร์ซึ่งเคยเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอ่อนค่าลง 0.8%
- พันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น หลังตลาดกลับมาคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของเฟด
ทรัมป์ย้ำว่าเงื่อนไขสำคัญของการหยุดยิงคือการรักษาเส้นทางขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซให้เปิดอย่างเต็มที่ โดยในช่วงนี้ทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันภายใต้ “แผนสันติภาพ 10 ข้อ” ที่อิหร่านเสนอ ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหรัฐฯ แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานการโจมตีในเลบานอนตอนใต้
ทั้งนี้ ข้อเสนอของอิหร่านยังค่อนข้างแข็งกร้าว เช่น การยกเลิกคว่ำบาตรทั้งหมด การควบคุมและเก็บค่าธรรมเนียมในช่องแคบฮอร์มุซ และการเดินหน้าเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อพลเรือน หากท่าทีในการเจรจายังคงแข็ง ตลาดอาจกลับมาราคาความเสี่ยงความขัดแย้งอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันที่ลดลงไม่ได้สะท้อนแค่ต้นทุนพลังงานที่ถูกลง แต่ยังเพิ่มความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากสันติภาพในตะวันออกกลางมีความยั่งยืนมากขึ้น การปรับฐานของตลาดหุ้นในช่วงก่อนหน้าอาจถูกลบคืนบางส่วนหรือทั้งหมดได้ในระยะถัดไป
กราฟ US100 และน้ำมัน (D1)

Source: xStation5
การเปลี่ยนแปลงในตลาดฟอเร็กซ์จากปัจจัยสงคราม: USD ดิ่งลง 💥; AUD, NZD และ CHF ฟื้นตัว 🚀
NZDUSD: การตัดสินใจเชิง Hawkish ของ RBNZ และ TACO trade หนุนค่าเงิน NZD 🚀
ราคาน้ำมันร่วง 10% 📉
สรุปข่าวเช้า 8 เม.ย