ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USDIDX) หยุดการปรับตัวลงในช่วงก่อนหน้า และกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากความคิดเห็นของรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล โดย Israel Katz ระบุว่า ประเทศพร้อมกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง และขณะนี้กำลัง “รอสัญญาณไฟเขียวจากสหรัฐฯ”
นอกจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) ที่เกิดจากความกังวลต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลางแล้ว ดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากข้อมูล PMI ล่าสุด ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกิจกรรมทางธุรกิจในสหรัฐฯ และช่วยตอกย้ำมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน (higher-for-longer)

USDIDX เด้งกลับได้สำเร็จจากเส้น EMA30 บนกรอบเวลา H1 (1 ชั่วโมง) แหล่งที่มา: xStation5
เงาเงินเฟ้อในข้อมูล PMI
ดัชนี PMI ออกมาสูงกว่าคาดทั้งในภาคบริการและภาคการผลิต อย่างไรก็ตาม รายละเอียดภายในสะท้อนสัญญาณเชิง “Hawkish” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะจากองค์ประกอบด้านราคา ทั้งต้นทุนวัตถุดิบและราคาสินค้าสำเร็จรูปที่ปรับตัวสูงขึ้น
สิ่งนี้สร้างความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังแทรกซึมเข้าสู่เศรษฐกิจในวงกว้าง และอาจทำให้ Federal Reserve ต้องคงท่าทีเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้โอกาสในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ในปี 2026 ลดลง

มุมมองจาก S&P Global: ภาคเอกชนของสหรัฐฯ กลับมาอยู่ในโซนขยายตัวอย่างชัดเจน แหล่งที่มา: S&P Global
ปฏิกิริยาค่าเงิน: Emerging Markets vs. G10
แรงแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลชัดเจนที่สุดต่อกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (EM) เช่น:
- ฟอรินต์ฮังการี (USDHUF): +0.5%
- รูปีอินเดีย (USDINR): +0.2%
- แรนด์แอฟริกาใต้ (USDZAR): +0.2%
ในฝั่ง G10 ภาวะ “risk-off” สะท้อนชัดในดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZDUSD: -0.4%) ซึ่งลบกำไรช่วงต้นวันทั้งหมด และหยุดการฟื้นตัวที่ดำเนินมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) กลับแสดงความแข็งแกร่ง คล้ายกับปอนด์ เยน และยูโร ที่เคลื่อนไหวเกือบทรงตัว (AUDUSD, EURUSD, GBPUSD: -0.05%)
ปัจจัยหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ PMI ออสเตรเลีย ซึ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ Reserve Bank of Australia อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม

บริบทตลาด
แม้จะมีแรงย่อตัวในวันนี้ แต่โดยภาพรวมของเดือนนี้ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (NZD) ยังถือว่ามีผลงานค่อนข้างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับสกุลเงินกลุ่ม G10 อื่น ๆ เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ แหล่งที่มา: XTB Research
ความขัดแย้งของโครน (NOK Paradox)
สกุลเงินโครนนอร์เวย์ (NOK) กำลังอ่อนค่าลงอย่างมากในวันนี้ แม้ในทางทฤษฎี การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน Brent ควรจะเป็นปัจจัยหนุน
อย่างไรก็ตาม การดีดตัวของคู่ USDNOK จากระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี บ่งชี้ว่าแรงอ่อนค่าของ NOK ในรอบนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานด้านพลังงาน แต่เกิดจากบรรยากาศ “risk-off” ในตลาดเป็นหลัก ซึ่งสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงในภาพรวมเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์มากกว่า

การสะท้อนภาวะ Risk-Off ในตลาด
ภาพของการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) เห็นได้ชัดเจนจากการพุ่งขึ้นของคู่ USDNOK เมื่อเทียบกับการปรับตัวขึ้นของ NOKSEK ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน (OIL futures)
ข้อมูลนี้ชี้ว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นและโดยปกติควรเป็นแรงหนุนต่อโครนนอร์เวย์ (NOK) แต่ในรอบนี้แรงกดดันจากความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยกลับมีอิทธิพลมากกว่า ส่งผลให้ USDNOK แข็งค่าขึ้นอย่างเด่นชัด แหล่งที่มา: xStation5
ข่าวเด่นวันนี้ 24 เม.ย.
ดัชนี PMI สหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด หุ้นกลับมาอยู่ในแดนบวก
ข้าวสาลีพยายามต่อแนวโน้มขาขึ้น แม้สภาพอากาศในสหรัฐจะดีขึ้น 🔎 อะไรต่อไป?
💶 PMI ยุโรปทรุดหนัก ท่ามกลางความขัดแย้งอิหร่านที่กดดันกิจกรรมเศรษฐกิจ