09:36 · 3 สิงหาคม 2026

กรกฎาคมบอกอะไรเราเกี่ยวกับทิศทางตลาดหุ้นต่อไป?

ฤดูร้อนกำลังผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เดือนกรกฎาคมถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการประเมินปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาสินทรัพย์ ขณะที่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี

เดือนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน ผู้นำตลาดหุ้น (Market Leadership) โดยดัชนีที่ทำผลงานดีที่สุดในปี 2026 กลับกลายเป็นกลุ่มที่ปรับตัวแย่ที่สุดในเดือนนี้

  • KOSPI เกาหลีใต้ ปรับตัวลง 23%
  • ดัชนี Shenzhen ของจีน ลดลง 16%
  • Nikkei ญี่ปุ่น ลดลง 9%

ในทางกลับกัน กลุ่มตลาดที่ทำผลงานโดดเด่น ได้แก่

  • FTSE 100 ของสหราชอาณาจักร ปรับตัวขึ้น 4% ในเดือนนี้
  • DAX เยอรมนี และ Euro Stoxx Banking Index เพิ่มขึ้น 5.71%

หุ้นกลุ่มธนาคารยุโรปยังเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ทำผลงานดีที่สุดตั้งแต่ต้นปี และการที่กลุ่มนี้ยังสามารถรักษาการปรับตัวขึ้นได้ แม้ตลาดจะมีแรงขายในกลุ่มที่เคยเป็นผู้นำ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นเทคโนโลยี


หุ้นยุโรปยังเหนือกว่าตลาดสหรัฐฯ และเอเชีย

เมื่อพิจารณาจากดัชนีหุ้นหลัก หุ้นยุโรปสามารถทำผลงานได้ดีกว่าตลาดเอเชียและสหรัฐฯ

แม้ธีม AI Trade จะเผชิญความผันผวนอย่างมาก แต่

  • Nasdaq Composite ลดลงเพียง 2% ในเดือนนี้
  • Nasdaq 100 ลดลง 5%

ขณะที่กลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แก่

  • Nasdaq Telecommunications Index ลดลง 19%
  • Philadelphia Semiconductor Index ลดลง 18%

การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีช่วยป้องกันไม่ให้ดัชนีเหล่านี้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (Bear Market)

หากไม่มีแรงฟื้นตัวครั้งใหญ่ในวันดังกล่าว Nasdaq 100 มีโอกาสเข้าสู่เขตปรับฐาน (Correction Territory)


2 ประเด็นสำคัญที่ตลาดควรจับตาเข้าสู่เดือนสิงหาคม

1. ธีม AI กลับมาอีกครั้ง แต่ผู้นำตลาดอาจเปลี่ยนจากชิปไปสู่ Hyperscalers

ตลาด AI กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่ผู้นำรอบใหม่อาจไม่ได้อยู่ที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่อาจหมุนไปยังกลุ่ม Hyperscalers ที่มีหลักฐานว่าสามารถสร้างรายได้จากการลงทุนด้าน AI ได้จริง

แม้ว่า SanDisk และ Micron จะเป็นหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุดในวันพฤหัสบดี แต่ Microsoft กลับเป็นหุ้นที่ทำผลงานดีที่สุดอันดับ 7 ในดัชนี Nasdaq 100

นี่เป็นครั้งแรกในรอบระยะเวลาหนึ่งที่ Microsoft กลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Nasdaq 100 ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่ากลุ่ม Hyperscalers ที่ถูกเทขายอย่างหนักในปีนี้กำลังมีโอกาสกลับมา

แม้แต่ Meta ซึ่งร่วงแรงหลังรายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาดในวันพฤหัสบดี ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันศุกร์ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 1%


2. ฤดูกาลประกาศผลประกอบการจะเป็นปัจจัยหลักต่อทิศทางตลาดใน Q3

ฤดูกาลประกาศผลประกอบการกำลังมีอิทธิพลอย่างมากต่อทิศทางตลาด ขณะที่สัปดาห์หน้าจะมีบริษัทจำนวนมากรายงานผลประกอบการ รวมถึง SpaceX ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อดัชนี

ดังนั้น แม้ว่าดัชนียุโรปจะปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยทั้ง Euro Stoxx 600 และ FTSE 100 ทำจุดสูงสุดใหม่ในสัปดาห์นี้ แต่ตลาดอาจเห็นหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง หากนักลงทุนให้ความสำคัญกับผลประกอบการที่แข็งแกร่ง


มุมมองทางเทคนิค: Nasdaq 100

จากมุมมองทางเทคนิค Nasdaq 100 สามารถดีดตัวออกห่างจากแนวรับสำคัญที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day SMA) บริเวณ 26,690 จุด

แนวต้านสำคัญถัดไปที่ดัชนีจำเป็นต้องผ่านคือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day SMA) บริเวณ 29,590 จุด


ตลาดหุ้นยุโรปยังแข็งแกร่ง แม้ราคาพลังงานพุ่งขึ้น

แม้ว่าความแข็งแกร่งของตลาดหุ้นยุโรปอาจไม่ใช่ประเด็นหลักในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ดัชนียุโรปสามารถปรับตัวขึ้นได้ดี แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ได้แก่

  • ราคาน้ำมัน Brent เพิ่มขึ้น 20% ในเดือนที่ผ่านมา
  • ธนาคารกลางยังคงกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
  • อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหตุผลสำคัญที่หุ้นยุโรปยังสามารถรับมือกับแรงกดดันเหล่านี้ได้ คือ ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤต และยังไม่กลับขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ดังนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับที่ธุรกิจยุโรปสามารถรับมือได้


สรุปฤดูกาลประกาศผลประกอบการ Q2

ยุโรป

สำหรับบริษัทในดัชนี Euro Stoxx 600 ที่รายงานผลประกอบการแล้ว กำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 17% YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 11%

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันการเติบโต

หากตัดผลกระทบจากกลุ่มพลังงานออก การเติบโตจะอยู่ที่เพียง 7%

นักลงทุนจึงกังวลว่าการเติบโตของกำไรอาจไม่ได้กระจายตัวอย่างทั่วถึง

โดยยังมีบริษัทในดัชนีอีก 70% ที่ยังไม่ได้รายงานผลประกอบการ หากการเติบโตของกำไรชะลอลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า หุ้นยุโรปอาจเผชิญแรงกดดัน


สหรัฐฯ

ผลประกอบการของบริษัทในดัชนี S&P 500 แข็งแกร่งอย่างมาก โดยกำไรเติบโตถึง 37% YoY ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2021

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Alphabet ช่วยเพิ่มตัวเลขการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่รวม Alphabet อัตราการเติบโตของกำไรยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งถึง 25%

ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 ตลาดอาจหันกลับมาให้ความสำคัญกับ ความเหนือกว่าด้านผลประกอบการของบริษัทสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยให้หุ้นสหรัฐฯ กลับมาโดดเด่นในช่วงที่เหลือของฤดูร้อน

Chart 1: Nasdaq 100

 


ที่มา: XTB

Kathleen Brooks

Research Director UK

Kathleen Brooks is XTB's UK research director with over 20 years of experience working across financial markets. She started specialising in the foreign exchange market before moving into retail trading. Her analysis is widely respected, and she is City AM's Analyst of the Year 2026. Kathleen's analysis is regularly featured across print, digital and broadcast media. She is frequently on BBC, Sky News, LBC and other global media outlets. Her analysis on the economic impact of Brexit, major IPOs, and global economic trends has positioned her as one of the UK's top financial analysts and commentators. 

ไปที่หน้าผู้เชี่ยวชาญ 

เปิดบัญชีฟรี

เปิดบัญชีของคุณได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก การฝากและถอนเงินโดยไม่มีค่าธรรมเนียม

เปิดบัญชี  ดาวน์โหลดแอป 
30 กรกฎาคม 2026, 15:16

BOE Meeting Preview: FTSE 100 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อน Bailey แถลง

30 กรกฎาคม 2026, 09:32

FOMC คงดอกเบี้ย ดอลลาร์อ่อนค่า หลัง Warsh ไม่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย

29 กรกฎาคม 2026, 16:31

GOLD - ความระมัดระวังปกคลุมตลาดก่อนการประชุม Fed

27 กรกฎาคม 2026, 14:58

Week Ahead: ราคาน้ำมันร่วงหนัก หลังการหยุดยิงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อ

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราให้บริการมีความเสี่ยง เศษหุ้น (Fractional Shares) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการจาก XTB แสดงถึงการเป็นเจ้าของหุ้นบางส่วนหรือ ETF เศษหุ้นไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอิสระ สิทธิของผู้ถือหุ้นอาจถูกจำกัด
ความสูญเสียสามารถเกินกว่าเงินที่ฝาก